๙ ศาสตรา ก้าวที่ก้าวไกลของ แอนิเมชันไทย

            เมื่อพูดถึงภาพยนตร์การ์ตูนหรือแอนิเมชัน คนส่วนใหญ่จะนึกถึงภาพยนตร์การ์ตูนจากฮอลลีวูดเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็น Finding Nemo, Ice Age, Toy Story หรือ Frozen ที่ทำรายได้ถล่มทลายทั้งในสหรัฐอเมริกาและจากนานาประเทศ ทั้งรายได้จากภาพยนตร์และรายได้จากบรรดาสินค้าลิขสิทธิ์ และสร้างการรับรู้จากแฟนภาพยนตร์ทั่วโลก ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเด็ก แต่รวมถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง วัยรุ่น และคนทำงาน ทำให้ภาพยนตร์แอนิเมชันกลายเป็นภาพยนตร์สำหรับคนทุกเพศทุกวัย รวมถึงทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา โดยไม่มีเงื่อนไข

             สำหรับประเทศไทยสุดสาครเป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชันขนาดยาวสัญชาติไทยเรื่องแรกที่ถูกสร้างขึ้นและออกฉายเมื่อปี .. ๒๕๒๒ โดย .ปยุต เงากระจ่าง ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกวงการแอนิเมชันไทยให้เป็นที่รู้จัก และหลังจากนั้นอีกหลายปีก้านกล้วยซึ่งเป็นแอนิเมชันในรูปแบบ 3D เรื่องแรกของไทยก็ประกาศศักดาให้เห็นถึงความสามารถของคนไทยในการสร้างสรรค์งานแอนิเมชันให้ทั่วโลกยอมรับ และเป็นต้นทางให้ภาพยนตร์แอนิเมชันฝีมือคนไทยอีกหลายๆ เรื่องทยอยผลิตตามออกมา ไม่ว่าจะเป็นก้านกล้วยภาคสอง จนมาถึงแอนิเมชันเรื่องยักษ์และEcho จิ๋วก้องโลกก่อนจะเงียบหายไปในช่วง - ปีที่ผ่านมา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในช่วงที่แอนิเมชันไทยหดหายไปนั้น นักแอนิเมเตอร์ชาวไทย

ก็ไม่ได้หยุดพัฒนาฝีมือ แต่เปลี่ยนจากการสร้างแอนิเมชันของตัวเองไปสู่การทำงานรับจ้างผลิตให้กับต่างประเทศแทน ซึ่งหลายๆ บริษัทก็รับงานจากฮอลลีวูดบ้าง จากญี่ปุ่นบ้าง เทคโนโลยีใหม่ๆ จึงถูกถ่ายทอดมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย และทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้อยู่ในวงการตั้งความหวังว่าจะมีแอนิเมชันสัญชาติไทยกลับมาโลดแล่นอีกครั้ง                                               

            จนมาในปีนี้ ศาสตราภาพยนตร์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์ ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ไทย และสร้างความตื่นตัวให้กับวงการแอนิเมชันไทย อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงฝีมือของคนไทยในการรังสรรค์ผลงานที่เรียกได้ว่าเป็นระดับสากล จนกลายเป็นกระแส Talk of the town และส่งให้ผู้คนหันมาให้ความสนใจแอนิเมชันสัญชาติไทยกันอย่างมากมาย

            “ ศาสตราเป็นเรื่องราวแนวแฟนตาซี ที่นำเอาศิลปะมวยไทยมาเป็นหัวใจของการดำเนินเรื่อง ว่าด้วยเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับยักษ์ โดยมีอ๊อดเด็กหนุ่มชาวรามเทพนครทายาทช่างฆ้อง ที่ถูกชะตาลิขิตให้มากอบกู้อาณาจักร จากการปกครองอย่างเหี้ยมโหดของเหล่ายักษ์ ซึ่งมีเทหยักษา เทพแห่งยักษ์เป็นราชา ซึ่งอ๊อดก็ต้องฝึกปรือวิชามวยไทยจากครูมวยอันดับหนึ่งของแผ่นดิน เพื่อใช้ในการต่อสู้ พร้อมกับภารกิจในการนำเอาศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ไปมอบให้กับองค์ชายรัชทายาท โดยมีเพื่อนๆ ร่วมทางที่มีที่มาแตกต่างกันไป ทั้งเสี่ยวหลานโจรสลัดอากาศสาวแสนสวยวาตะเจ้าชายแห่งอาณาจักรลิง และอสูรสีชาด ยักษ์ใหญ่ใจดี ที่มีความหลังไม่ธรรมดา

         

   “ ศาสตราอำนวยการสร้างโดยบริษัท เอ็กซ์ฟอร์แมท ฟิล์ม ซึ่งแม้จะเป็นบริษัทน้องใหม่ในวงการ แต่ก็ใช้ทีมงานที่มีประสบการณ์สูงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ผ่านการทำงานกับต่างประเทศมาแล้ว ใช้ระยะเวลาในการสร้าง ปีเต็ม จากแรกเริ่มที่ตั้งใจว่าจะใช้งบประมาณ ๓๐ ล้านบาท กลายมาเป็น ๒๓๐ ล้านบาท และเป็นสถิติใหม่ของแอนิเมชันไทยที่ลงทุนมากที่สุด เพื่อให้แอนิเมชันสัญชาติไทยความยาว ๑๐๔ นาที เรื่องนี้ ออกสู่สายตาผู้ชมอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชันเรื่องนี้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการแอนิเมชันของไทย ทั้งการออกแบบคาแรคเตอร์และการออกแบบฉาก ที่ทำขึ้นมาได้อย่างประณีตบรรจง ใส่ความเป็นไทยลงไปในแต่ละส่วนอย่างกลมกลืน โทนสีที่สวยสดงดงาม การดำเนินเรื่องที่สนุกสนาน กระชับ รวดเร็ว โดยเฉพาะฉากการต่อสู้ที่สุดมัน ตื่นตาตื่นใจ รวมถึงมุมกล้องที่แปลกตา ดนตรีไพเราะ ทำให้เวลาในการชมผ่านไปอย่างรวดเร็วแทบไม่น่าเชื่อ และแม้จะไม่ได้ใช้ทุนสูงอย่างภาพยนตร์ฮอลลีวูด แต่ก็ถือว่าทำได้ดีไม่อายใครในตลาดโลกอย่างแน่นอน

            ในแง่ของตัวละครนั้น การออกแบบตัวละครทำได้ดี มีความเป็นตะวันออก และแฝงความเป็นไทยลงในคาแรคเตอร์เหล่านั้นด้วย และแต่ละตัวก็มีเรื่องราว มีความน่าสนใจในตัวเอง ซึ่งต้องชื่นชมทีมอาร์ตและทีมดีไซน์ที่ออกแบบคาแรคเตอร์แต่ละตัวออกมาได้อย่างดี ไล่มาตั้งแต่ตัวเอกแต่ละตัว อาทิ

            “อ๊อดเด็กหนุ่มชาวรามเทพนคร ลูกชายช่างฆ้อง จากหมู่บ้านฆ้องเหล็ก ที่ชะตาชีวิตหักเหให้เป็นผู้เข้ามากอบกู้อาณาจักร จากเด็กหนุ่มผอมกระหร่องในตอนต้น ซึ่งเข้าใจผิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นลูกของจมื่นพันธ์วรเดช ได้รับการเคี่ยวเข็ญฝึกวิชามวยไทย จากผู้เฒ่าใบ้ ซึ่งเป็นสุดยอดปรมาจารย์ด้านมวยไทยที่หมู่บ้านนกแอ่น และฝึกสมาธิจากหลวงพ่อสินตัวละครตัวนี้สะท้อนบุคลิกของชายไทยสมัยโบราณได้อย่างลงตัว ด้วยรูปร่างสันทัดแฝงความบึกบึน มีลายสักที่สวยงามบนร่างกาย และเมื่อมีศาสตราวุธวิเศษมาประกบอยู่บนร่างกาย ก็ดูโดดเด่นด้วยเส้นสายความเป็นไทยที่อ่อนช้อย แต่มีความทรงพลังในตัว และในฐานะที่อ๊อดเป็นตัวเอกที่แบกความรับผิดชอบเอาไว้เต็มที่ การเคี่ยวเข็ญฝึกปรือเพื่อรับเอาภารกิจในการนำศาสตราวุธวิเศษไปมอบให้กับองค์ชายรัชทายาท เพื่อกอบกู้รามเทพนครจากเหล่ายักษ์ จึงทำให้เราได้เห็นการใช้แม่ไม้มวยไทยอันงดงามในฉากต่อสู้ที่ตื่นตาตื่นใจอีกด้วย

            “เสี่ยวหลานโจรสลัดสาวสวยชาวหมิง ผู้ทำหน้าที่กัปตันเรือเหาะทะยานเมฆ คอยปล้นสะดมกองเรือของพวกยักษ์ ที่แค่ฉากเปิดตัวออกมาก็ทำให้หนุ่มๆ ทั้งหลายหัวใจละลายกันเป็นแถว ด้วยคาแร็กเตอร์ที่มีความสวยเซ็กซี่ มีเสน่ห์ ทรงผมที่แซ่บมาก ควบคู่กับความเด็ดขาด เข้มแข็ง เชี่ยวชาญการใช้อาวุธระยะไกล มีบุคลิกเป็นผู้นำ สมกับเป็นลูกสาวของเจ้าสลัดอากาศแห่งน่านฟ้าทั้งเจ็ด แถมยังแฝงความอ่อนหวานด้วยความสามารถในการเล่นเครื่องดนตรีกู่เจิงได้อย่างไพเราะ แต่จากการที่เทหยักษาฆ่าพ่อแม่ของเธอ และจับตัวฟงเอ๋อ พี่ชายที่เกิดในฤกษ์แห่งคำทำนายว่าจะเป็นผู้กอบกู้รามเทพนคร จึงทำให้เธอต้องออกติดตามเพื่อช่วยเหลือพี่ชายที่อยู่ในคุกใต้ดิน และทำให้มาร่วมมือกับอ๊อดและคนอื่นๆ ในที่สุด นี่ถ้าตัวการ์ตูนตัวนี้มีตัวตนจริง หนุ่มๆ ทั้งหลายคงติดตามเป็นแฟนคลับกันค่อนประเทศแน่ๆ

            “วาตะเจ้าชายวานร แห่งอาณาจักรมณีโคตร ที่ถูกกองทัพยักษ์บุกเข้าทำลายจนสิ้นซาก ก็เป็นอีกหนึ่งคาแรคเตอร์ที่ถูกสร้างให้มีความแตกต่าง เพราะแม้จะตัวเล็ก มีความว่องไว บุคลิกซุกซน แต่ก็จับคู่กับอสูรสีชาดยักษ์ใหญ่ใจดีได้อย่างลงตัว ในขณะที่เทหยักษาราชาแห่งยักษ์ผู้โหดเหี้ยม ซึ่งยึดครองรามเทพนคร ก็มีคาแรคเตอร์ของความเป็นตัวร้ายที่มีพลังอำนาจมหาศาล ส่วนคาแรคเตอร์รองๆ ลงมาก็ถือว่าออกแบบได้ดีเช่นกัน

            แล้ว ศาตราซึ่งเป็นชื่อเรื่อง คือศาสตราวุธอะไร แน่นอน ย่อมเป็นอาวุธวิเศษที่สร้างขึ้นมาจากเหล็กไหล เพื่อต่อกรกับเหล่ายักษ์ โดยเป็นศาสตราวุธ ชิ้น ที่มาประกอบอยู่บนร่างกาย คือ มือ ข้าง เท้า ข้าง เข่า ข้าง และศอก ข้าง รวมกับดวงจิตอีก ดวง กลายมาเป็น ศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ใช้จะต้องมีคุณสมบัติทั้ง อย่างคือ ความเชี่ยวชาญ ความกล้าหาญ ความเสียสละ ความเข้มแข็ง การปกป้อง ความเมตตา สติ สมาธิ และศรัทธา สิ่งเหล่านี้เป็นทั้งความเชื่อและหลักปรัชญาของโลกตะวันออก ที่ดูจะเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง และด้วยความเป็นหนังแนวแอคชั่น ผจญภัย ฉากต่อสู้จึงค่อนข้างจะเยอะหน่อย แต่ก็ทำออกมาได้ไหลลื่น ตื่นตาตื่นใจ ทั้งภาพและเพลงประกอบสอดคล้องกันดี เป็นที่ถูกอกถูกใจของคนที่ชอบพวกเกมต่อสู้ ดูแล้วแอบเชียร์ให้ทำเกมออกมาต่อจากหนังเลย และที่สำคัญการนำเอาศิลปะมวยไทยมาใช้เป็นตัวดำเนินเรื่อง ก็เป็นการนำเอาศิลปวัฒนธรรมของไทยออกสู่โลกกว้างในอีกรูปแบบหนึ่ง นอกจากนั้น ฉากอาคารบ้านเรือนก็ถูกออกแบบให้มีความเป็นสถาปัตยกรรมไทยแฝงอยู่ รวมถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านที่แม้จะเป็นโลกแฟนตาซี แต่ก็บ่งบอกความเป็นไทยและกลิ่นอายความเป็นเอเชียอย่างชัดเจนไว้ด้วย 

            ถ้าเทียบกับภาพยนตร์แอนิเมชันของฮอลลีวูด ซึ่งใช้ทุนสร้างเฉลี่ยประมาณ ๑๐๐ ล้านเหรียญ หรือ สามพันล้านบาท นับว่า ศาสตราใช้งบประมาณน้อยกว่ามาก แต่ในแง่ของ Production ก็ต้องบอกว่าทำได้ดี ทั้งการสร้างภาพเคลื่อนไหว (แอนิเมท) ที่ลื่นไหล สมจริง โดยเฉพาะในฉากต่อสู้ ฉากไล่ล่าที่ดูตื่นตา การจัดองค์ประกอบภาพ โทนสีสันที่สดใส การลำดับภาพที่รวดเร็ว ฉับไว มุมกล้องที่แปลกตา รวมถึงดนตรีประกอบที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตรา ก็ยิ่งทำให้ดูมีมิติแห่งเสียงและความอลังการ แม้ว่าพล็อตเรื่องจะเป็นสูตรสำเร็จไปสักนิด เดาทางได้ง่าย แต่ก็ถือว่าเป็นแนวทางสากลที่หนังแอนิเมชันส่วนมากต้องการสื่อ ทั้งความกล้าหาญ ความเสียสละ ความรักพวกพ้อง ในทางกลับกันการนำเอาความเป็นไทยมาใส่ไว้ในรูปแบบของคาแรคเตอร์ตัวละคร บ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างและฉากต่างๆ โดยเฉพาะแม่ไม้มวยไทย ซึ่งถูกนำมาใช้ในการต่อสู้เกือบตลอดทั้งเรื่อง ก็เป็นการนำเอาวัฒนธรรมไทยออกสู่สากลได้อย่างแยบคาย ซึ่งแม้ว่าโดยปกติแล้ว ภาพยนตร์แอนิเมชันของฮอลลีวูดก็มักจะมีการวิจัยและทำการบ้านเยอะพอสมควรในแต่ละเรื่องที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น อาทิ มู่หลาน หรือกังฟูแพนด้า ซึ่งการดำเนินเรื่องอยู่ในประเทศจีน ฉากต่างๆ หรือรูปแบบการต่อสู้จึงต้องมีความเป็นจีน ในทางกลับกัน ศาสตราเอง ก็สามารถเก็บรายละเอียดของวัฒนธรรมไทยมาผสมผสานกับความเป็นแฟนตาซีได้ดี ซึ่งวัฒนธรรมตะวันออกเหล่านี้ ล้วนมีเสน่ห์ในตัวเอง และดึงดูดความสนใจของโลกตะวันออกที่ไม่คุ้นชินและเห็นสิ่งเหล่านี้เป็นความแปลกใหม่ น่าค้นหาและชวนให้ติดตาม

            คาดว่าหลังจากนี้ วงการแอนิเมชันของไทยคงต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะ ศาสตรา สร้างมาตรฐานใหม่ของแอนิเมชันไทยให้สูงขึ้นอีกระดับ แม้จะยังไม่สามารถเทียบได้กับฮอลลีวูด แต่ก็สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับวงการแอนิเมชันโลกว่า คนไทยก็ทำภาพยนตร์แอนิเมชันดีๆ ได้ ไม่แพ้ใครในโลก!

 

 

เรื่อง : นิธิพัฒน์ สมสมาน
ภาพ : จากภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง ศาสตรา

Hits: 216