จาก...บุพเพสันนิวาส ไปถึง...ตลาด ตลาดน้ำและเมืองท่าโบราณ

          หยิบปากกาขึ้นมาอยากจะเขียนเรื่องพาณิชย์นาวี ที่จะมีเครื่องอับเฉาจีนเป็นพระเอก พอดีรายการโทรทัศน์ที่ออกอากาศอยู่ตรงหน้ากำลังเป็นเรื่องบุพเพสันนิวาส ตอนแม่การะเกดไปเที่ยวตลาดน้ำตลาดบกในกรุงศรีอยุธยาเข้าพอดี ก็เลยนึกขึ้นได้ว่า เรื่องเครื่องอับเฉาจีนนั้น ใครๆ หลายคนก็เขียนถึงกันมาเนิ่นนานแล้ว ถ้าเขียนไปอีกครั้งก็จะดูเหมือนฉายหนังซ้ำ จนอาจจะกลายเป็นเอามะพร้าวห้าวไปขายสวนเสียเปล่าๆ อย่ากระนั้นเลยข้อเขียนเรื่องการพาณิชย์นาวีคราวนี้ จะขอเข้าขบวนตามกระแสแม่การะเกด ไปชมตลาดน้ำตลาดบก กับเขากันเสียหน่อยดีกว่า 

          ว่าแล้วก็ไม่ขอรอช้า เรามาลงเรือมาดลำน้อยลอยไปชมตลาด ใกล้ๆ กับเรือแม่การะเกดกันเสียเลย 

          ตลาด ปัจจัยแห่งความเป็น เมือง

          ความต้องการพื้นฐานในการดำรงชีพของมนุษย์ ประกอบด้วย อากาศ น้ำ อาหาร และที่อยู่อาศัย วิวัฒนาการของมนุษย์เกิดขึ้นและเป็นอยู่เช่นนี้มาแล้วเนิ่นนาน วิวัฒนาการแรกเริ่มของมนุษย์เป็นสังคมเก็บของป่าล่าสัตว์ ก้าวข้ามจากชีวิตสัตว์ป่า มาอยู่ร่วมกันโดยมีผู้นำกลุ่ม มีระเบียบสังคม มีการแบ่งปันแย่งชิง มีการต่อสู้กันภายในกลุ่ม เมื่อกลุ่มใหญ่ขึ้น สภาพแวดล้อมไม่สมดุลกับขนาดของกลุ่ม รวมถึงมีเหตุปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งหากิน จึงโยกย้ายแสวงหาแหล่งทรัพยากรใหม่ และเริ่มมีพัฒนาการเป็นสังคมเกษตร อันเกิดจากการเรียนรู้และเลียนแบบธรรมชาติ เกิดการเพาะปลูก และเลี้ยงสัตว์ เก็บสะสมอาหาร และเริ่มอยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งมากขึ้น

          การแลกเปลี่ยนผลผลิตของสังคมทั้งสองลักษณะ เป็นต้นแบบการพัฒนาในสมัยต่อมา สู่สังคมการค้า การส่งต่อกระจายถ่ายทอดลักษณะทางวัฒนธรรม ทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ศาสนา ความเชื่อ เทคโนโลยีและศิลปกรรม

          “ตลาด” จึงเป็นจุดเริ่มต้น เป็นสถานที่กลางสำหรับแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าของคนทุกระดับชั้น เป็นที่พบปะ เจรจาตกลงความต้องการกัน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการ และยังเป็นปัจจัยพื้นฐานของกำเนิด “ชุมชนเมือง” อีกด้วย

 

 

          ลำน้ำ เรือ กับตลาด

          ปัจจัยพื้นฐานของพัฒนาการจากชุมชนเดี่ยวมาเป็นชุมชนขนาดใหญ่ระดับ “เมืองท่า” นั่นคือ “แหล่งน้ำจืด” สำหรับอุปโภคและบริโภค การตั้งถิ่นฐานจึงมักตั้งริมน้ำหรือไม่ไกลจากน้ำ เมื่อชุมชนขยายตัวก็ขยายไปตามเงื่อนไขของแหล่งน้ำ การสัญจรจะใช้ลำน้ำเป็นเส้นทางหลักโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัญจรบริเวณพื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำซึ่งลักษณะภูมิประเทศเกิดจากการทับถมชายเลนปากแม่น้ำ หรือการถดถอยของชายฝั่งทะเล

          ในอดีต ตลาดมักเป็นเรือนแพตามลำน้ำ บ้านบนฝั่งจึงมีหน้าบ้านหรือหน้าร้านหันลงสู่ทางน้ำเพื่อรองรับการเข้าถึงการคมนาคมทางน้ำ ต่อมาเมื่อมีการตัดถนนจึงเปลี่ยนทิศทางหน้าบ้านให้หันออกถนน สู่เส้นทางคมนาคมอื่นๆ ที่สะดวกกว่า รวดเร็วกว่า เช่น ทางรถไฟ และถนนรถยนต์ เป็นต้น

          เมื่อเส้นทางสัญจรของชุมชนที่ราบลุ่มริมฝั่งน้ำจำเป็นต้องใช้เรือเป็นหลัก เรือจึงมีรูปแบบและขนาดแตกต่างหลากหลายตามหน้าที่ใช้สอย และลักษณะภูมิประเทศ การขนส่งทางเรือเป็นการขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่ จำนวนมาก ปริมาณสินค้าจึงสามารถเพิ่มจำนวนตามอุปสงค์ ขนาดของตลาดจึงขยายตัวตามไปด้วย

          ครั้นปริมาณสินค้าเพิ่มขึ้นด้วยปัจจัยใดๆ ก็ย่อมมีการขยายตัวของตลาดจากจุดศูนย์กลางเล็กๆ มีตำแหน่งอยู่บนชุมทางสัญจรมากกว่าหนึ่งทาง พัฒนาไปสู่การสร้างคลังสินค้า เกิดระบบพ่อค้าคนกลาง และขยายสู่สถานะชุมทางการค้าในที่สุด “ชุมทางการค้า” คือแหล่งชุมนุมของเส้นทางขนส่งสินค้า แม้ในสังคมอุตสาหกรรมจะมีกลไกอื่นๆ ทั้งแรงงานและเครื่องจักรกลเพิ่มขึ้น หากพื้นฐานสำคัญยังคงเกี่ยวข้องกับเส้นทางขนส่งสินค้า ขนาดของตลาดจึงขึ้นอยู่กับพื้นที่ขนถ่ายสินค้า ปริมานสินค้า อุปสงค์ อุปทาน รวมไปถึงขนาดและจำนวนของเส้นทางขนส่งสินค้าด้วย ดังจะเห็นได้จากตลาดน้ำที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน เช่น ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำดำเนินสะดวกฯลฯ ล้วนตั้งอยู่บนเส้นทางเชื่อมต่อลำน้ำสาขาสายสำคัญ หรือเป็นเส้นทางติดต่อกับ “ดินแดนภายใน” อื่นๆ

          โดยทั่วไปการขยายตัวของตลาดจะไม่เป็นไปเพียงฟากหนึ่งฟากใดของลำน้ำ ยกเว้นบางแห่งที่ภูมิประเทศริมฝั่งอีกด้านเป็นหน้าผาหินสูงชัน ไม่มีที่ราบ เช่น ชุมชนริมฝั่งน้ำสาละวิน ซึ่งบางแห่งปรากฏชุมชนเมืองเพียงฝั่งเดียวของลำน้ำ

          ทุกวันนี้ การขนส่งและการสัญจรทางน้ำลดบทบาทไปมาก หากอาการ “ติดตลาด” หรือค่านิยมโหยหาอดีต ซึ่งทำให้ภาพตลาดน้ำดั้งเดิม รวมถึงตลาดน้ำประดิษฐ์ถูกปลุกกระแสขึ้นใหม่ตามการรณรงค์ของภาครัฐ (เรื่องใดก็ตามที่ภาครัฐรณรงค์มักสะท้อนว่าเรื่องนั้นๆ เข้าสู่ภาวะวิกฤตแล้ว) หาใช่เป็นเรื่องพัฒนาการทางสังคมตามเงื่อนไขปกติไม่

          ความเข้าใจคลาดเคลื่อน เรื่อง “เมืองท่าชายฝั่งทะเล” พัฒนาการทางสังคมจากระดับบ้าน มาเป็นหมู่บ้าน ชุมชน เมือง เมืองท่า เมืองหลวง เริ่มจากปัจจัยการดำรงชีพดังกล่าวแล้ว ยังอาศัยภูมิประเทศที่เหมาะสมเป็นเงื่อนไขเอื้ออำนวยต่อการขยายตัวต่อๆ ไป

          ลักษณะสำคัญของถิ่นฐานระดับเมืองใหญ่นั้นมักตั้งอยู่ริมฝั่งลำน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งมีลำน้ำสาขาหลายเส้นไหลมาบรรจบเป็นปากคลอง นั่นหมายถึงการเข้าถึงและการระบายสินค้าประเภทต่างๆ จากดินแดนภายในอื่นๆ ทำได้อย่างสะดวก สามารถขนส่งสินค้าเหล่านั้นมายังจุดศูนย์กลางเพื่อกระจายสู่ตลาดอื่นๆ ได้กว้างไกลขึ้น

          ราชอาณาจักรอยุธยา เป็นตัวอย่างหนึ่งของพัฒนาการตลาดริมน้ำ จากชุมชนขนาดเล็ก ตำแหน่งที่ตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมทางน้ำ เติบโตเป็นชุมชนเมืองท่าค้าขายที่ยิ่งใหญ่ มีทางคมนาคมขนส่งผ่านแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาหลายสายมาบรรจบกัน

 

          แม่น้ำสายหลักมีขนาดใหญ่ ทั้งลึกเข้าไปสู่แหล่งทรัพยากรจากดินแดนภายใน สามารถเข้าถึงต้นทางสินค้าหลากหลายประเภท จากหลายภูมิภาค ลำน้ำสาขาก็มีความยาวเช่นกัน ทำให้อยุธยามีองค์ประกอบที่สามารถขยายตัวขึ้นเป็นระดับที่ตั้งคลังสินค้าและเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ ผู้ปกครองสามารถสร้างระบบผูกขาด ควบคุมราคา และคุมอำนาจทางการเมืองให้ระบบตลาดเติบโตไปในทิศทางที่ต้องการ

          องค์ประกอบสำคัญในการสนับสนุนการขนส่งสินค้าปริมาณมากอีกปัจจัยหนึ่ง คือ ที่จอดเรือขนาดใหญ่ เช่น เกาะขนาดใหญ่ แหลมอ่าวปากแม่น้ำ ที่สามารถกำบังคลื่นลมได้ดี เหมาะสมสำหรับทอดสมอ จอดเรือขนสินค้าขึ้นหรือลงระวางเรือได้สะดวก มีร่องน้ำลึกเพียงพอสำหรับเรือสินค้าขนาดใหญ่แล่นเข้าสู่ชุมชนเมืองท่านั้นๆ ได้

          ตัวอย่างเมืองท่าชายทะเล เช่น อ่าวเมืองปัตตานี อ่าวบ้านดอน เมืองสุราษฎร์ธานี แม่น้ำตรัง เมืองตรัง เมืองเพชรบุรี เมืองจันทบุรี เป็นต้น เมืองท่าชายทะเลเหล่านี้เติบโตจากชุมชนริมน้ำ มีองค์ประกอบของถิ่นฐานที่พัฒนาการสู่ความเป็นเมืองท่าครบถ้วน และส่วนใหญ่ยังคงความสำคัญอยู่ในปัจจุบัน

          ดังนั้นหากถิ่นฐานใดแม้มีที่ตั้งอยู่ติดชายฝั่งทะเล หากปราศจากปัจจัยพื้นฐานคือแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ ลำน้ำที่นำไปสู่การติดต่อสัมพันธ์กับดินแดนภายใน รวมไปถึงทรัพยากรอาหาร ก็ยากที่เมืองนั้นจะถูกนับว่าเป็นเมืองท่าได้ กล่าวอีกทางหนึ่งก็คือชุมชนที่ตั้งอยู่ริมทะเลไม่ได้หมายความว่าจะมีสถานะเป็นเมืองท่าทั้งหมด แต่อาจมีบทบาทในแง่ “สถานีการค้า” ระดับเล็กตามชายฝั่งทะเล

          อย่างไรก็ตาม คำอธิบายเกี่ยวกับความเป็นเมืองท่าและเมืองใหญ่ดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยพื้นฐาน ยังมีเงื่อนไขและปัจจัยอื่นๆ ทั้งด้านการเมือง สงคราม ศาสนา ความเชื่อ เทคโนโลยี และกลไกการตลาดที่ต้องพิจารณาร่วมด้วย

          ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ประเทศสิงคโปร์ เติบโตมาจากปัจจัยด้านการเมืองระหว่างประเทศ แม้จะไม่มีลักษณะพื้นฐานสำหรับเป็นเมืองท่าเลย กล่าวคือไม่มีทรัพยากรของตัวเอง ไม่มีแม้แต่น้ำจืดสำหรับอุปโภคบริโภคเพียงพอ แต่มีการใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมคอนกรีต สร้างท่าเรือน้ำลึกและคลังสินค้า สร้างเขื่อนกำบังคลื่นลม จึงสามารถขยายตัวจากหมู่บ้านชาวประมงขนาดเล็ก พัฒนาขึ้นเป็นเมืองท่าศูนย์กลางการค้านานาชาติขนาดใหญ่ได้

 

          การเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อสถานะเมืองท่า

          เมืองโบราณอู่ทอง เป็นตัวอย่างหนึ่งของเมืองท่าโบราณที่เป็นศูนย์กลางการค้าสมัยทวารวดี รุ่งเรืองอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๙-๑๖ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งทะเล

อันส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเดินของแม่น้ำจระเข้สามพัน และการเปลี่ยนแปลงแนวคลองสำหรับการติดต่อกับดินแดนภายนอกทางฝั่งทะเล เกิดปัญหาที่เป็นผลมาจากการถอยตัวของน้ำทะเล ด้วยทะเลถอยออกไปมากขึ้นจนไม่สะดวกหรือเกินกว่าจะแก้ไขได้ เมืองอู่ทองจึงค่อยๆ หมดความสำคัญไปในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ พร้อมๆ กับการสิ้นสุดลงของสมัยทวารวดี เมืองอู่ทองถูกทิ้งร้างไปในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙ โดยมีเมืองสุพรรณบุรีเจริญขึ้นมาแทนที่

          ด้วยเหตุดังกล่าว การเคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัยตามปัจจัยดำรงชีพทางธรรมชาติจึงเกิดขึ้นตลอดเวลาในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ แต่การย้ายชุมชนการค้าระดับเมืองย่อมใช้ระยะเวลานานมาก กว่าจะเห็นชัดต้องเริ่มต้นเสาะหาช่องทางใหม่ทางการค้า ทั้งแสวงหาสินค้าและระบายสินค้า

          ภาวะสินค้าขาดตลาดถือว่ามีผลกระทบน้อยกว่าเรื่องขนส่งสินค้า ซึ่งอาจเกิดจากธรรมชาติ เช่น ลำน้ำตื้นเขิน ลำน้ำไหลเปลี่ยนทิศ หรือเกิดจากเหตุผลทางสังคมการเมือง เช่น

มีกลุ่มผู้มีอำนาจทางการเมืองและการทหารจากภายนอกเข้ามามีอิทธิพลควบคุมเส้นทางขนส่งสินค้าในระดับภูมิภาค

          ช่วง ๗๐ ปีที่ผ่านมา เกิดการเปลี่ยนแปลงเส้นทางขนส่งหลายประการ ตัวอย่างหนึ่ง ได้แก่ การตัดถนนมาลัยแมน สายนครปฐม–สุพรรณบุรี (เดิมชื่อ ทางหลวงแผ่นดิน

สายนครปฐม-สุพรรณบุรี) ในปี พ.ศ. ๒๔๙๓ เริ่มต้นจากสามแยกมาลัยแมน อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ผ่านอำเภอกำแพงแสน เข้าสู่เขตจังหวัดสุพรรณบุรี ผ่านอำเภอสองพี่น้อง อำเภออู่ทอง สิ้นสุดที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเพราะเป็นเส้นทางคมนาคมระหว่างจังหวัดสุพรรณบุรีไปกรุงเทพมหานคร ผ่านจังหวัดนครปฐม แทนการคมนาคมทางเรือผ่านแม่น้ำนครชัยศรี มาเป็นเส้นทางคมนาคมจากภาคใต้มุ่งสู่ภาคเหนือโดยไม่ผ่านกรุงเทพมหานคร ถนนมาลัยแมนเส้นนี้ทำให้เศรษฐกิจของเมืองต่างๆ ตามเส้นทางฟื้นตัวขึ้น

          อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่าการเติบโตหรือเสื่อมโทรมของเมืองท่าและเมืองใหญ่หนึ่งๆ เกิดได้จากปัจจัยภายใน ประกอบด้วยตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ทรัพยากร และปัจจัยภายนอกคือความสัมพันธ์ทางการเมืองการปกครองกับชุมชนต่างๆ รวมถึงการนำเข้าสิ่งประดิษฐ์หรือการประยุกต์เทคโนโลยี

          ส่วนวัฒนธรรมประดิษฐ์ เช่น การรณรงค์แต่งชุดไทยสำเร็จรูปไป แชะ ชอป ชิม และเช็คอินตามตลาดน้ำเนรมิตใหม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับพัฒนาการและความเสื่อมถอยของการเป็นเมืองใหญ่สมัยโบราณ แต่น่าจะเกี่ยวข้องกับแผนการตลาดโดยใช้เรื่องราวในอดีตมาเป็นสินค้า แล้วขนส่งสินค้าผ่านช่องทางอากาศในโลกไซเบอร์เป็นหลัก 

  

เรื่อง : เอิบเปรม วัชรางกูร
รวบรวมภาพ : ชาวิวิธ

Hits: 220