หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ปูชนียบุคคล กวีรัตนโกสินทร์


            หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๔๔๖ เวลา ๐๙.๕๐ น. ณ บ้านถนนอัษฎางค์ อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร เป็นบุตรชายคนเดียวของเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) อดีตเสนาบดีกระทรวงธรรมการ และท่านผู้หญิงเสงี่ยม พระเสด็จสุเรนทราธิบดี (นามสกุลเดิม วสันตสิงห์) มีพี่น้องรวมทั้งสิ้น ๑๐ คน

            ใน พ.ศ. ๒๔๕๗ บิดาได้นำเข้าถวายตัวต่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ จึงได้ย้ายเข้าโรงเรียนมหาดเล็กหลวง (ปัจจุบันคือ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย) เป็นนักเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ หลังจากนั้นขณะเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งนักเรียนมหาดเล็กรับใช้ขึ้น โดยหม่อมหลวงปิ่นได้รับคัดเลือกให้เป็นนักเรียนมหาดเล็กรับใช้รุ่นแรก และยังได้เป็นนักเรียนเสือป่ามาตลอดอีกด้วย

            ต่อมา พ.ศ. ๒๔๖๔ รัชกาลที่ ๖ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมหลวงปิ่นรับทุนกระทรวงธรรมการไปศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ โดยเข้าศึกษาภาษาสันสกฤตและบาลีที่ Scholl of Oriental Studies มหาวิทยาลัยลอนดอน และศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด โดยเลือกภาษาสันสกฤตเป็นวิชาเอก และภาษาบาลีเป็นวิชาโท กระทั่งสำเร็จการศึกษาและได้รับปริญญาตรี เกียรตินิยมทางภาษาสันสกฤต (B.A. Honours) ใน พ.ศ. ๒๔๗๑ จากนั้นได้ศึกษาวิชาครูเพิ่มเติม จนกระทั่งได้รับปริญญาอักษรศาสตร์มหาบัณฑิต (M.A.) ก่อนจะเดินทางกลับประเทศไทย นอกจากนี้ท่านได้สำเร็จการศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (รุ่นแรก) ในปี พ.ศ. ๒๔๙๘

            ด้านชีวิตครอบครัว หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล สมรสกับนางสาวดุษฏี ไกรฤกษ์ (ท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล ณ อยุธยา) บุตรีเจ้าพระยามหิธร และท่านผู้หญิงกลีบ มหิธร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๔ ซึ่งท่านทั้งสองไม่มีบุตรธิดา

 

หม่อมหลวงปิ่นกับงานประพันธ์

            ท่านเริ่มเขียนคำประพันธ์ตั้งแต่อายุ ๑๓ ปี โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากรัชกาลที่ ๖ ที่ทรงมีพระราชดำรัสสั่งสอน และทรงเขียนตำราพระราชทานให้ ต่อมาเมื่อท่านได้ไปศึกษาในต่างประเทศ ท่านได้เขียนเรื่องลงหนังสือพิมพ์ ส่วนเรื่องประเภทบทละครและเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาเริ่มเขียนประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๗-๒๔๗๘ และสามารถแต่งหนังสือได้แทบทุกประเภทในเวลาอันรวดเร็ว นับเป็นผู้มีความรู้แตกฉานด้านอักษรศาสตร์ และมีผลงานที่ตีพิมพ์เผยแพร่เป็นเล่มรวม ๒๐๗ เรื่อง แบ่งเป็น ๕ หมวด คือหมวดการศึกษา หมวดบทละคร หมวดคำประพันธ์ หมวดการท่องเที่ยวและหมวดเบ็ดเตล็ด โดยในการแต่งหนังสือท่านมักใช้นามจริง แต่ก็มีนามแฝงด้วยคือ ป.ม. ซึ่งย่อมาจาก ปิ่น มาลากุล นอกจากนั้นยังมีนามแฝงที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ ๖ คือ ประติสมิต, นายเข็ม หมวกเจ้า (เข็ม หมายถึง ปิ่น, หมวก หมายถึง มาลา, เจ้า แสดงว่าเป็นราชสกุล และประเสริฐ หมายถึง ปิ่น หรือยอด)

            หม่อมหลวงปิ่นมีผลงานด้านการประพันธ์จำนวนมาก ทั้งทางด้านวิชาการ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการศึกษา สารคดี ท่องเที่ยว บทละคร กวีนิพนธ์ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นกวีรัตนโกสินทร์ เพราะได้รับการปลูกฝังให้มีความรักและชื่นชมในภาษาและศิลปวัฒนธรรมของชาติมาแต่เยาว์วัย ขณะที่เป็นมหาดเล็กรับใช้ในรัชกาลที่ ๖ ที่ทรงพระกรุณาสอนวิชาแต่งโคลงสี่สุภาพให้ และโปรดให้หม่อมหลวงปิ่นอ่านบทละครที่พระราชนิพนธ์เสร็จใหม่ ๆ ให้ฟังเป็นประจำ และทรงให้โอกาสแสดงละครพระราชนิพนธ์หลายเรื่อง เช่น โพงพาง หัวใจนักรบ รวมทั้งทรงแต่งตั้งให้อยู่ในคณะบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ “ดุสิตสมิต” ด้วย

            ในด้านการเขียนคำประพันธ์นั้น หม่อมหลวงปิ่นเล่าว่าชอบการแต่งคำประพันธ์ประเภทโคลงกลอน และเขียนเป็นภาษาอังกฤษก็มีบ้าง งานประพันธ์ด้านต่าง ๆ ของหม่อมหลวงปิ่น อาทิ การศึกษา เนื่องจากมีอาชีพเป็นครู จึงได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาไว้มากพอสมควร เรื่องสำคัญเช่น “ปาฐกถาเรื่องหลักการศึกษาและประวัติการศึกษา” ที่สามัคยาจารย์สมาคมศึกษาภาษิต” ซึ่งกระจายเสียงที่สถานีวิทยุศึกษาในวันเสาร์ติดต่อกันตลอด ๒ ปี และ “วิชาครูเล่มเล็ก” ประพันธ์แจกครูประชาบาลจำนวน ๑๒๐,๐๐๐ เล่ม

            เรื่องการท่องเที่ยว หม่อมหลวงปิ่นได้เล่าว่ามีพระราชบันทึกของรัชกาลที่ ๖ เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินไปยังสเปน ออสเตรีย ฮังการี และเยอรมนี ที่ทรงบันทึกไว้เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งท่านเห็นว่าเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ จึงได้แปลเป็นภาษาไทยเฉพาะที่เสด็จพระราชดำเนินไปยัง ๓ ประเทศแรก ส่วนเยอรมนีได้หมอบหมายให้ อ. ละม้ายมาศ ศรทัตติ เป็นผู้แปล นอกจากนี้ท่านยังมีบทประพันธ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ใช้คำว่านิราศ เช่น นิราศร่อนรอนแรมไปรอบโลก นิราศพายาใจไปรอบโลก เป็นต้น

            เรื่องบทละคร หม่อมหลวงปิ่นเขียนบทละครมาแล้ว ๗๐ เรื่อง โดยนับสำนวนที่ ๒ ด้วย รวมทั้งบทละครภาษาอังกฤษ

            ในส่วนของบทละครคณิตศาสตร์ ด้วยเหตุที่ท่านเล่าไว้ว่า “รักวิชานี้เป็นอย่างยิ่ง” จึงได้ลองแต่งบทประพันธ์และบทละครที่เรียกว่า ละครคณิตศาสตร์ เช่น เรื่องสามมากกว่าห้า เงินหาย (หลายสำนวน) ง่ายนิดเดียว และเบญจพรรณปัญหา เป็นต้น ซึ่งท่านได้กล่าวว่าได้เขียนเรื่องราวไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ เรื่อง

            กล่าวได้ว่าผลงานนิพนธ์ของหม่อมหลวงปิ่นมีทั้งประเภทร้อยแก้วและร้อยกรอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะในการประพันธ์ เพราะเป็นทั้งนักการศึกษา ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ราชบัณฑิตในประเภทวรรณศิลป์ ดังนั้นการใช้ภาษาในคำประพันธ์จึงสละสลวย ชัดเจน เข้าใจง่าย ทั้งยังเป็นผู้ปรีชาสามารถในการแต่งคำประพันธ์เป็นอย่างยิ่ง สมกับนามที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “กวีรัตนโกสินทร์” ทุกประการ

 

 

เกียรติยศด้านภาษา

            ด้วยผลงานอันโดดเด่นและเป็นที่ประจักษ์ชัดในด้านการส่งเสริมการใช้ภาษาไทย หม่อมหลวงปิ่นจึงได้รับเกียรติจากหน่วยงานต่าง ๆ มอบรางวัลเกียรติยศด้านภาษาแก่ท่าน เช่น ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญทางวิชาการอีกตำแหน่งหนึ่ง คือ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นราชบัณฑิตในสาขา โดยเป็นราชบัณฑิตรุ่นแรกจำนวน ๕๑ คน และดำรงตำแหน่งประธานสำนักศิลปกรรม รวมถึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ใน พ.ศ. ๒๕๒๙

            ต่อมา พ.ศ.๒๕๓๐ หม่อมหลวงปิ่นได้รับการประกาศเกียรติคุณ เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พุทธศักราช ๒๕๓๐

            ใน พ.ศ. ๒๕๓๑ ได้รับการประกาศเกียรติคุณในฐานะผู้สนับสนุนการอนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น และในปีเดียวกันก็ได้รับพระราชทานพระเกี้ยวทองคำจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะผู้ส่งเสริมภาษาไทยดีเด่น ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ หม่อมหลวงปิ่นได้รับรางวัลอาเซียนสาขาวรรณกรรม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผลงานด้านวรรณกรรมของท่านเป็นที่ยอมรับไม่แต่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น และใน พ.ศ. ๒๕๓๗ ท่านได้รับยกย่องให้เป็นปูชนียบุคคลด้านภาษาวรรณกรรมไทย เนื่องจากมีผลงานการประพันธ์ด้านภาษาและวรรณกรรมไทยที่มีคุณค่าต่อคนทุกสมัย

 

 

หม่อมหลวงปิ่นกับชีวิตราชการ

            ชีวิตราชการของหม่อมหลวงปิ่นได้ปฏิบัติงานทางด้านการศึกษามาโดยตลอด และมีบทบาทสำคัญต่อการศึกษาของชาติมากมาย เช่น

            พ.ศ. ๒๔๗๒ ดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนมัธยมหอวัง ซึ่งเป็นโรงเรียนสาธิตของแผนกฝึกหัดครูมัธยม และเป็นโรงเรียนสาธิตแห่งแรกในประเทศไทย หม่อมหลวงปิ่นได้ริเริ่มให้มีการฝึกสอนและฝึกงานตามโรงเรียนต่าง ๆ และจัดให้มีวิชาหัตถกรรมขึ้นเป็นครั้งแรกในโรงเรียนมัธยมหอวัง

            พ.ศ. ๒๔๘๙-๒๕๐๐ ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการยาวนานถึง ๑๑ ปีเศษ ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ประเทศไทยได้รับการปรับปรุงงานด้านการศึกษาอย่างมาก

            จากนั้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อันเป็นช่วงเวลาที่ท่านได้ทำคุณประโยชน์ให้กับการศึกษาไทยไว้มากมาย โดยได้ดำเนินงานโครงการพัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาค ซึ่งโครงการนี้ส่งผลสำคัญ ๒ เรื่องคือ เกิดโรงเรียนมัธยมแบบประสมแห่งแรกที่จังหวัดนครราชสีมา และเกิดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

            ตลอดระยะเวลาของการดำรงตำแหน่งเกี่ยวกับการศึกษา หม่อมหลวงปิ่นได้สร้างสรรค์งานการศึกษาของชาติ ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและเปี่ยมไปคุณธรรมในหน้าที่ อันได้แก่ความซื่อสัตย์ ความตั้งใจ ความรับผิดชอบ ท่านอุทิศกายใจเพื่อการศึกษาของชาติอย่างเด่นชัด ได้ทำการสอนและอบรมศิษยานุศิษย์อย่างถี่ถ้วน โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ทั้งยังสร้างวิธีการสอนแบบใหม่อันเป็นตัวอย่างที่ดีสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน และได้พัฒนาการฝึกหัดครูให้เข้ามาตรฐาน และยกระดับอาชีพครูให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของสังคม

            จึงนับว่าท่านเป็น “ปูชนียบุคคลแห่งวงการศึกษาไทย” อย่างแท้จริง และเป็นตัวอย่างของบุคคลที่มี “คุณธรรมนำความรู้” ที่คนไทยและสังคมไทยในปัจจุบันควรยึดถือเป็นแบบอย่าง

 

บุคคลสำคัญผู้มีผลงานดีเด่นระดับโลก

            ด้วยผลงานและคุณูปการจำนวนมากที่หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล มีต่อวงการศึกษาและวัฒนธรรมของไทย เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ ประเทศไทยโดยกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้เสนอนาม หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ให้องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองในฐานะเป็นบุคคลสำคัญและมีผลงานดีเด่นระดับโลก ในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปี วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๖ สาขาการศึกษา วัฒนธรรม วรรณกรรมและการสื่อสาร

            หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๓๘ เวลา ๑๗.๐๕ น. ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า สิริอายุรวมได้ ๙๑ ปี ๑๑ เดือน ๑๑ วัน

            สำหรับชาวไทยทุกคน หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล นับเป็นแบบอย่างที่ดีอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีคุณธรรมนำความรู้ มีความกตัญญูต่อประเทศชาติ และมีความซื่อสัตย์ในหน้าที่ ตั้งใจ มุ่งมั่น พัฒนาการศึกษาและภาษาไทยให้เจริญรุ่งเรือง จึงสมควรได้รับการยกย่องเชิดชูให้เป็นอนุสรณ์แก่อนุชนรุ่นหลัง เพื่อจะได้ศึกษาและธำรงซึ่งเกียรติยศของท่านไว้ตราบนานเท่านาน

 

            ขอขอบคุณ  ภาพจากวรรณสารการศึกษา : ประมวลเอกสารส่วนบุคคลของ ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล โดยคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 เรื่อง : วรุณพร พูพงษ์

 

Hits: 750