รุกข มรดกของแผ่นดิน

        สิ่งมีชีวิต คือความน่าอัศจรรย์ที่สุดอย่างหนึ่งของเอกภพอันกว้างใหญ่ไพศาล และในจักรวาลที่มีดวงดาวหลายแสนหลายล้านดวงข้างนอกนั้น จะมีดาวดวงใดที่มีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกนอกจากโลกของเราแล้ว จนป่านนี้ นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ องค์การอวกาศทั้งหลายของนานาประเทศก็ยังค้นไปไม่พบ แต่ก็มีความเชื่อว่า น่าจะต้องมีสิ่งมีชีวิต รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งอยู่ในดวงดาวสักดวงบนท้องฟ้าอันไพศาลนั้นอย่างแน่นอน หันกลับมาดูสิ่งมีชีวิตอันน่าอัศจรรย์ในโลกของเรานี้ ก็มีรูปแบบหลักอยู่เพียง รูปแบบ คือ มนุษย์ สัตว์ และพืชทั้งหลาย ซึ่งพืชในที่นี้อาจจะเรียกได้ง่ายๆ ว่า ต้นไม้ นั้นแหละ

        ต้นไม้ เป็นสิ่งมีชีวิตอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นบนโลก หายใจ กินอาหาร ขยายเผ่าพันธุ์ และเติบโตได้เช่นเดียวกับมนุษย์และสัตว์ แต่ต้นไม้กลับมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างออกไป ที่เห็นได้ชัดก็คือ ต้นไม้ เสมือนไม่มีความรู้สึกนึกคิด ไม่ส่งเสียงร้อง และเคลื่อนที่ไปไหนไม่ได้ด้วยตัวเอง แต่อาจจะกระดิกและสั่นไหวตัวเองได้บ้างเป็นบางชนิด เช่น ต้นดิ๊กเดียม ที่เมืองปัว .น่าน เป็นต้น ต้นไม้ มีจำนวนมากมายหลายหลากประเภท มีทั้งต้นไม้ล้มลุกและต้นไม้ยืนต้น และในบรรดาต้นไม้ยืนต้นจำนวนมากมายนั้น ยังมีต้นไม้ลักษณะหนึ่ง มีคุณค่า คู่ควรแก่การหวงแหนรักษาไว้ ยิ่งกว่าต้นไม้ชนิดอื่นๆ ต้นไม้ชนิดที่ว่านั้นก็คือ ต้นไม้ใหญ่ หรือ รุกข นั้นเอง

        ต้นไม้ใหญ่ ไม่ใช่ต้นไม้ชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เป็นต้นไม้หลากหลายชนิด ซึ่งมีอายุยืนยาวอยู่ในโลกอันเก่าแก่นี้มาแล้วอย่างยาวนาน ตั้งแต่เป็นสิบปี อาจจะถึงร้อยปี หลายร้อยปี หรืออาจจะถึงพันปีเลยก็ยังมี ต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ ไม่ใช่แต่จะดำรงชีพอยู่มาอย่างยาวนานเปล่าๆ หากแต่เมื่อที่ไหนมีไม้ใหญ่ยืนต้นอยู่ได้อย่างยาวนาน ไม้ใหญ่ต่างๆ เหล่านี้ก็จะมีเรื่องราวเรื่องเล่า ต้นไม้ใหญ่ไม่ได้เล่าเอง แต่เป็นการเล่าขานของผู้คนที่เข้ามาประกอบกิจกรรมหลากหลายภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่นั้น

        อย่างต้นไม้ใหญ่ของฝรั่งก็มีเรื่องราวเรื่องเล่าถึงพวก Ent ในป่าโบราณ Fanghorn อันเป็น ต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ในตำนาน เรื่องราวนั้นเล่าว่า Ent เป็นต้นไม้มีชีวิต มีหน้าตา มีมือและเท้า เป็นกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ ถ้าอยู่เฉยๆ มนุษย์ก็จะไม่มีทางสังเกตออกได้เลย แต่ถ้าเมื่อไร Ent ออกเดินละก็พื้นดินก็แทบจะสั่นสะเทือนไปเลยทีเดียว และที่สำคัญ Ent ยังสามารถเจรจาโต้ตอบกับคนเราได้ด้วย แม้คำพูดจะฟังไม่ค่อยรู้เรื่องและพูดได้ช้ามาก ในภาพยนตร์ฝรั่งเรื่องยิ่งใหญ่ไตรภาค Lord of the Ring หรือเรื่อง Narnia ก็ได้นำภาพและเรื่องราวของไม้ใหญ่โบราณ เจ้า Ent นี้ มาแสดงเป็นภาพและเรื่องราวให้คนไทยเราได้เสียเงินไปอ้าปากค้างดูตำนานฝรั่งเรื่องต้นไม้ใหญ่นี้กันมาแล้ว อย่างน่าสนุกสนาน

        ส่วนต้นไม้ใหญ่ของไทยๆ เรานั้น ก็มีเรื่องราวเป็นตำนานหลากหลายเช่นเดียวกัน ต้นไม้ใหญ่อย่าง ต้นโพธิ์ เป็นต้นไม้ใหญ่แห่งพระพุทธศาสนา เป็นร่มเงาที่ทอดถวายแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในช่วงเวลาอันสำคัญที่สุดสองเหตุการณ์คือ ช่วงเวลาแห่งการตรัสรู้ คือรู้แจ้งแทงตลอดได้ในหลักการสำคัญทั้งหลายในศาสนาของพระองค์ และช่วงเวลาแห่งการแสดงปฐมเทศนา ซึ่งเท่ากับเป็นการประกาศศาสนาของพระองค์ให้แก่ชาวโลกทั้งปวงได้รับรู้ ต้นไม้ใหญ่หลายประเภท ก็จะมีเรื่องราวของเทพอารักษ์ที่สิงสถิตอยู่กับต้นไม้ เป็นรุกขเทวาแห่งต้นไม้ใหญ่ ที่อาจให้คุณให้โทษได้แก่ผู้คน บางครั้งด้วยการทดสอบใครสักคนด้วยการออกมาทำขวานเงิน ขวานทอง และขวานเหล็ก ตกน้ำแต่ถ้าเป็นต้นไม้ใหญ่ประเภทไม้ตะเคียน ก็มักจะมีเรื่องราวของนางตะเคียน หรือเจ้าแม่ตะเคียน ที่สิงสถิตอยู่ ต้นตะเคียนนั้นๆ เป็นวิญญาณฝ่ายดีผู้หญิงที่สามารถให้คุณแก่ผู้เลื่อมใสบูชา หรือให้ร้ายแก่ผู้บังอาจลบหลู่ เมื่อจะปรากฏตัวในเรื่องดี ก็จะเห็นเป็นร่างของผู้หญิงสวยงามน่าหลงใหล ครั้นเมื่อร้ายก็จะกลายร่างเป็นปีศาจน่าสยดสยอง และแม้ไม้ตะเคียนใหญ่จะถูกมนุษย์ ตัดโค่นลงมาเพื่อนำไปทำลำเรือแล้ว หากเซ่นดี พลีถูก เจ้าแม่ตะเคียน ก็ยังพร้อมเสมอที่จะติดตามไม้ออกจากป่า และแปรเปลี่ยนไปเป็น แม่ย่านางเรือ ได้อีกด้วย

        เรื่องราวเรื่องเล่าเกี่ยวกับ ต้นไม้ใหญ่ ยังมีอยู่อีกมากมายหลายหลาก จำนวนมากจะเป็นเรื่องราวจริงๆ ที่เกิดขึ้นใต้ร่มเงา หรือบนแผ่นดินเดียวกับที่ต้นไม้ใหญ่ นั้นยืนต้นอยู่ ด้วยเหตุดังนี้ ต้นไม้ใหญ่ จึงเสมือนมีหน้าที่อีกอย่างหนึ่งคือ เป็นผู้เล่าเรื่องราวต่างๆ ของชุมชนตรงที่ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นยืนต้นอยู่ เมื่อเกิดเรื่องราวเรื่องเล่าหนึ่งขึ้นได้ เรื่องราวหลากหลายก็สามารถเกิดติดตามขึ้นมาได้อีกมากมาย แม้กระทั่งการท่องเที่ยว สิ่งที่ร่วมสมัยที่สุดในยุคนี้ก็เกิดขึ้นกับต้นไม้ใหญ่ได้เช่นเดียวกัน

        ต้นไม้ใหญ่ แม้หลายชนิดจะเป็นไม้ป่า แต่ในเมืองไทยวันนี้ ส่วนใหญ่จะไม่ได้อยู่ในป่า หากอยู่ตามวัดวาอาราม โรงเรียน สถานที่ราชการหลากหลายแห่ง เพราะป่าไม้รอบข้างที่ต้นไม้ใหญ่เหล่านี้เคยอยู่อาศัยร่วมด้วย ได้ถูกบุกเบิกถากถางตัดโค่น จากป่ากลายเป็นบ้านเป็นเมืองไปมากหลายแล้ว สถิติป่าไม้ในประเทศไทย โดยกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตร ก่อนปี .. ๒๕๐๐ ประเทศไทยเรามีป่าไม้เป็นพื้นที่มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ประเทศ แต่พอมาในปี .. ๒๕๑๖ เราเหลือพื้นที่ป่าไม้เพียง ๔๓.๒๑ เปอร์เซ็นต์ ปี .. ๒๕๔๓ พื้นที่ป่าไม้ลดลงเหลือ ๓๓.๑๕ เปอร์เซ็นต์ และในปีที่เพิ่งผ่านมา .. ๒๕๖๐ ป่าไม้ก็ลดลงเหลือ ๓๑.๕๘ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่า ในแต่ละปีประเทศไทยสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ไปอย่างน้อยที่สุด . เปอร์เซนต์ ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่า จำนวนพื้นที่ป่าไม้จริงๆ จะต้องเสียไปปีละนับหมื่นๆ ไร่เลยทีเดียว

        ดังนั้น ด้วยเหตุที่ป่าไม้เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าอย่างสูงต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ เป็นแหล่งวัตถุดิบของปัจจัยสี่ คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค และยังมีประโยชน์ในการรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเป็นแหล่งก่อกำเนิดน้ำ เป็นต้นน้ำลำธารอันอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำทุกสายที่ไหลหลั่งลงจากที่สูงลงสู่พื้นราบ สร้างความสมบูรณ์พูนสุขแก่ประชาชนทั้งปวงที่ทำมาหากินด้านการเกษตรกันเป็นส่วนใหญ่อยู่ทางปลายน้ำเบื้องล่าง

        การที่ป่าไม้มีจำนวนลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ได้ทำให้สภาวการณ์ต่างๆ ของธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป เช่น เกิดความไม่แน่นอนของสภาพดินฟ้าอากาศ ลมพายุ หรือพายุลูกเห็บ ที่โหมกระหน่ำรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การขาดแคลนน้ำอย่างยิ่งในบางปี และการเกิดน้ำท่วมใหญ่ ดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลากเข้าถล่มถนนหนทาง สะพาน หรือชุมชน เกิดขึ้นอย่างมากมายในแทบทุกปีหลังๆ ที่ผ่านมา เป็นต้น

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ของเรา ทรงตระหนักในปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้เป็นอย่างดี ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริด้านการจัดการป่าไม้ไว้ เพื่อเป็นแนวทางให้แก่ภาครัฐและประชาชนดำเนินการตามอย่าง อีกทั้งยังได้เสด็จพระราชดำเนินทรงงานอย่างหนักด้วยความอุตสาหะบนพื้นที่ภูเขาที่เป็นต้นน้ำลำธารเป็นประจำ ทรงก่อตั้งโครงการหลวง โครงการพระราชดำริ ศูนย์ศึกษาการพัฒนา และโครงการส่วนพระองค์อีกมากมายนับร้อยนับพันโครงการ เพื่อทำให้ชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่บนภูเขาสูง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ ต้นน้ำลำธารของประชาชนเบื้องล่าง ลดละเลิกการปลูกฝิ่นที่ทำให้เกิดการบุกรุกทำลายป่า การทำไร่เลื่อนลอย ทำให้ป่าหมด ผืนแผ่นดินแห้งแล้งกันดาร ให้หันมาปลูกกาแฟ ปลูกดอกไม้ และพืชผัก ผลไม้ราคาดีหลากหลายทดแทนฝิ่น และสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ได้ทรงงานไว้ก็ได้สืบทอดต่อมาเป็นพระราชภารกิจสำคัญของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ซึ่งทรงประทับยืนใกล้ชิดอยู่ทาง เบื้องซ้ายเบื้องขวาขององค์พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ครั้งเมื่อทรงงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยบนพื้นที่ภูเขาสูงนั้น

        ด้วยเหตุนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงได้จัดทำหนังสือ รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทราเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖๕ พรรษา ในวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๐ และจัดทำหนังสือ รุกข มรดกของแผ่นดิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๖๓ พรรษา เมษายน ๒๕๖๑ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ตระหนักในพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าสูงยิ่งต่อประเทศชาติและประชาชนในส่วนนี้ อีกทั้งยังตระหนักถึงคุณค่าของไม้ใหญ่ต่อวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ ในฐานะที่ต้นไม้ใหญ่คือภาพสะท้อนและสัญญลักษณ์มีชีวิตของชุมชนต่างๆ ที่ต้นไม้ใหญ่เหล่านั้นดำรงอยู่ โดยได้ดำเนินการสำรวจสืบค้นและรวบรวมต้นไม้ใหญ่ ที่ดำรงคงอยู่ในทั่วแผ่นดินไทย มาจัดทำบัญชีหมวดหมู่ให้เป็นระบบ ทำการอนุรักษ์ฟื้นฟู ตลอดจนเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ให้สังคมได้ตระหนักถึงคุณค่าของต้นไม้ใหญ่เหล่านั้น อีกทั้งยังได้ส่งเสริมให้ชุมชนโดยรอบของต้นไม้ใหญ่ ตระหนักถึงคุณค่า และมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือในการดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่เหล่านั้นให้ดำรงอยู่เป็นมิ่งขวัญของชุมชนต่างๆ และของประเทศสืบต่อไป

 

 

        ดังจะขอยกตัวอย่าง รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี ต่างๆ ในประเทศไทยบางส่วน ดังนี้  กลุ่มต้นยางนา พันธุ์ไม้ขนาดสูงใหญ่ลำต้นตรงสูงชะลูด เรือนยอดเป็นพุ่มทรงกลมสวยงาม ได้แก่

        กลุ่มต้นยางนารักษ์สิ่งแวดล้อม .เชียงใหม่ บนเส้นทางถนนสายลำพูนเชียงใหม่ สายเก่า จำนวนมากถึง ๘๘๖ ต้น ปลูกขึ้นในสมัยรัชกาลที่ .. ๒๔๔๕ โดยนโยบายของข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพ เจ้าพระยาสุรสีห์วิศิษฐศักดิ์ (เชย กัลยาณมิตร) กำหนดให้ต้นไหนใกล้บ้านเรือนผู้ใด ให้ประชาชนครอบครัวนั้นเป็นผู้ดูแล

        ต้นยางนาร่มมงคล .เชียงใหม่ เป็นต้นยางนาใหญ่ที่โดดเด่นเป็นสง่า เคียงข้างเสาอินทขิล หลักเมืองเชียงใหม่ ภายในวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จากประวัติวัดสันนิษฐานว่าต้นยางนี้ปลูกเมื่อ .. ๒๓๓๙ ในสมัยพระเจ้ากาวิละ องค์ที่ ซึ่งย้ายเมืองจากเวียงป่าซาง ลำพูน มาตั้งอยู่ที่เมืองเชียงใหม่เป็นการถาวร

        พญายางนา .ลพบุรี ต้นยางนาต้นนี้วัดขนาดเส้นรอบวงได้ถึง ๒๐ เมตร ขนาด ๑๓ คนโอบ มีอายุมากกว่า ๕๐๐ ปี ยืนต้นอยู่ที่ วัดยาง รังสี .เมือง สันนิษฐานว่าต้นยางนี้มีมาตั้งแต่สมัยละโว้ ก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยา

        ต้นมะขาม เหมือนจะเป็นต้นไม้พื้นเพธรรมดา แต่ถ้าไม่ถูกตัดต้น มะขามก็จะเจริญเติบโตสูงใหญ่และอยู่ได้มากกว่า ๑๐๐ ปีเช่นเดียวกัน

        มะขามยักษ์วัดแค .สุพรรณบุรี เป็นต้นมะขามที่มีกล่าวไว้ในนิทานพื้นบ้านเรื่องขุนช้างขุนแผน ที่เชื่อกันว่าเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นตั้งแต่สมัยพระรามาธิบดี ที่ ต้นกรุงศรีอยุธยา แต่ตอนที่กล่าวถึงในเรื่องขุนช้างขุนแผนนั้น ต้นมะขามนี้ก็โตมากอยู่แล้ว ในเรื่องขุนช้างขุนแผน พลายแก้วได้ใช้มะขามต้นนี้ฝึกเสกใบมะขามให้เป็นต่อแตนเข้าทำร้ายศัตรู จึงเชื่อกันว่ามะขามต้นนี้ น่าจะมีอายุถึงมากกว่า ,๐๐๐ ปีเลยทีเดียว

        มะขามคู่ยักษ์วัดแจ้ง กรุงเทพมหานคร มะขามคู่นี้คือมะขามที่ขึ้นเคียงข้างสัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของประเทศไทย คือ ยักษ์วัดแจ้ง หรือยักษ์คู่เฝ้าประตูพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม ต้นมะขามคู่นี้มีอายุยืนยาวมาแล้วจากการดูภาพถ่ายประเทศไทยเก่าๆ ไม่มากนักแต่คงมากกว่า ๑๐๐ ปีขึ้นไป

        ต้นสมพง ต้นไม้ที่มี พูพอน หรือโคนรากขนาดใหญ่แยกเป็นกลีบแบนยาวสูงใหญ่หลายกลีบ ช่วยค้ำยันให้ลำต้นสูงใหญ่น้ำหนักมากพุ่งตรงยาวเหยียดเสียดฟ้าขึ้นไปได้ เป็นไม้ที่พบได้ทั่วประเทศในป่าโปร่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ต่างๆ

        สมพงผึ้งหลวง .กระบี่ เป็นต้นไม้ใหญ่ อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ที่ถูกเรียกว่าเป็นหลังคาของเมืองกระบี่ ภาษาถิ่นเรียกต้นไม้นี้อีกชื่อหนึ่งว่า ต้นมันช้าง ต้นนี้มีอายุมากกว่า ๑๐๐ ปี อุทยานแห่งชาติพนมเบญจาสำรวจและประกาศจัดตั้งในปี .. ๒๕๒๓ จึงนับเป็นช่วงเวลาค้นพบไม้ใหญ่ต้นนี้ด้วย

        สมพงภูเขาทอง .นราธิวาส ยืนต้นสูงใหญ่อยู่ ป่าดงดิบส่วนที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทยคือ ป่าฮาลาบาลา .นราธิวาส ภาษาถิ่นเรียกต้นไม้นี้ในอีกชื่อหนึ่งว่า กะพงยักษ์ ซึ่งน่าจะมีอายุมากกว่า ๑๐๐ ปี ขึ้นไป

        ต้นตะเคียน เป็นต้นไม้ใกล้น้ำลำต้นตรงยาวที่เนื้อไม้สวยแข็งแกร่งทนน้ำ ไม่ผุง่ายๆ จึงเหมาะที่จะใช้ทำลำเรือไทยโบราณ และทำเครื่องเรือนตกแต่งบ้าน ขึ้นชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่มีเทพอารักษ์ศักดิ์สิทธ์เป็นผู้หญิงสิงสู่ประจำต้น

 

        ตะเคียนนางไม้ .พิจิตร ยืนต้นสูงใหญ่อยู่ วัดหงส์ .เมืองพิจิตร มีอายุราว ๔๐๐ ปีขึ้นไป แต่เดิมเรียกว่าต้นแม่โหงแม่นางเพราะชาวบ้านเชื่อกันว่ามีเจ้าแม่ตะเคียนสิงสถิตอยู่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธ์ของชุมชน และมีการจัดงานประจำปีบูชาบวงสรวงในช่วงเดือนหกของทุกปีเป็นที่เอิกเกริก

        ตะเคียนงาม .ระยอง ตะเคียนงามนี้เป็นตะเคียนคู่สูงใหญ่มากกว่า ๒๐ เมตร ยืนต้นอยู่ปากน้ำประแส .แกลง อายุมากกว่า ๔๐๐ ปี ในอดีตเป็นหมุดหมายสำคัญในการนำเรือเข้าฝั่งของชาวเรือปากน้ำประแส และในวันนี้ก็เป็นหมุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลที่นี่

        ตะเคียนทองเรือรบ กรุงเทพมหานคร เป็นต้นตะเคียนทอง ต้น บนถนนเลียบคลองคูเมืองเดิม หรือคลองหลอด หน้าวัดราชบพิธฯ ต้นตะเคียนนี้ปลูกมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ เพื่อไว้ตัดใช้จัดสร้างเรือรบของหลวง ในอดีตมีจำนวนมากเรียงรายตลอดแนวคลอง แต่ถูกตัดไปใช้งานมาตลอด จนเหลืออยู่ถึงปัจจุบันนี้เพียง ต้น เท่านั้น

        ต้นโพธิ์ นับเป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำพระพุทธศาสนา เพราะมีเอ่ยอ้างถึงในพุทธประวัติมากมายหลายครั้ง ตั้งแต่ครั้งพระพุทธเจ้าทรงประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน

        ต้นศรีมหาโพธิ์ .ปราจีนบุรี เป็นต้นโพธิ์ซึ่งเชื่อกันว่ามีอายุยืนเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย สืบเชื้อสายมาจากต้นโพธิ์ที่พระพุทธองค์ทรงประทับคราวตรัสรู้พระสัมโพธิญาน และได้รับการปลูกขึ้นในดินแดนสุวรรณภูมิมาตั้งแต่สมัยอารยธรรมทวารวดี ก่อนที่อารยธรรมขอมจะเริ่มเข้ามารุกรานดินแดนแถบนี้ในภายหลัง ซึ่งนั่นเท่ากับว่า ต้นศรีมหาโพธิ์ ต้นนี้น่าจะมีอายุยืนยาวมานานแล้วไม่ต่ำกว่า ๘๐๐ ปี

        โพธิ์สามต้น .ระยอง ต้นโพธิ์นี้ตั้งอยู่ที่วัดกองดิน .เมือง มีประวัติว่าครั้งพระเจ้าตากสินนำทหารหาญหลบออกจากกรุงศรีอยุธยามาถึงเมืองระยองได้มาพักกองทัพไว้ที่วัดนี้ และพระยาตากได้อธิษฐานจิตปลูกต้นโพธิ์สามต้น นี้ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ก่อนที่จะเดินทางต่อไปตั้งมั่นยังเมืองจันทบุรี ต้นโพธิ์สามต้น ที่นี้ จึงมีอายุยืนยาวมาได้ประมาณมากกว่า ๒๕๐ ปีแล้ว

        โพธิ์ ไทร ไกร กร่าง วัดบางกุ้ง .สมุทรสงคราม เป็นกลุ่มต้นไม้ใหญ่ ชนิด ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร และต้นกร่าง ที่นำด้วยต้นโพธิ์ และมาอยู่ร่วมกันได้อย่างสวยงามน่าอัศจรรย์ โดยเกาะเกี่ยวกันขึ้นห้อมล้อมพระอุโบสถเก่าของวัดบางกุ้ง ซึ่งเคยเป็นวัดร้างจากการสงครามพม่า-ไทย ไว้อย่างสวยงาม จึงสามารถประเมินอายุของต้นไม้เหล่านี้ได้ว่าน่าจะมีมาตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา คือมีอายุมาไม่น้อยกว่า ๓๐๐ ปี

        ต้นไทร ในสำนวนไทยโบราณ เมื่อมีร่มโพธ์แล้ว ก็ต้องมีร่มไทรเป็นคู่กัน ต้นไทรเป็นต้นไม้ที่มีส่วนที่เรียกว่า รากไทร ที่เลื้อยลัดเลาะเกาะเกี่ยวกันเป็นพื้นที่กว้างขวาง จนบ่อยครั้งแทบจะดูไม่ออกว่าตัวลำต้นของต้นไทรนั้นจริงๆ จะอยู่ที่ตรงไหน

        ไทรงาม .นครรราชสีมา เป็นพื้นที่ต้นไทรขนาดกว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ต้นไทรที่แผ่กิ่งก้านสาขาจนสวยงามกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองพิมาย .นครราชสีมา แห่งนี้นั้น ได้รับพระราชทานนามจากองค์สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งทรงเสด็จประพาสเมืองพิมาย ซึ่งในครั้งนั้น ไทรงามต้นนี้ก็เติบโตกว้างขวางสวยงามอยู่แล้ว

        ไทรปิยะมิตร .ยะลา ต้นไทรแห่งนี้ถูกเรียกโดยคนท้องถิ่นว่า ต้นไม้พันปี เป็นต้นไม้อำพรางทางเข้าอุโมงค์ปิยะมิตร อันเป็นอุโมงค์หลบซ่อนตัวในการทำสงครามกับรัฐของกองกำลังโจรจีนคอมมิวนิสต์ในอดีต

 

         ต้นจามจุรี หรือต้นก้ามปู เป็นต้นไม้เนื้ออ่อนที่เติบโตแผ่ขยายกิ่งก้านสาขาออกเป็นพื้นที่กว้างขวางสวยงามจนเกือบจะเป็นรูปวงกลมขนาดยักษ์ เป็นหมุดหมายที่สำคัญอย่างหนึ่งของพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง

         จามจุรีอลังการ .กาญจนบุรี ต้นจามจุรีต้นนี้ อยู่ที่กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ .ด่านมะขามเตี้ย .กาญจนบุรี ร่มเงาขนาดใหญ่ของจามจุรีต้นนี้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางยาวไกลถึงประมาณ ๕๑.๗๕ เมตร กินพื้นที่ถึง ไร่ งาน และ ตารางวา นับเป็นต้นไม้ใหญ่ในความภาคภูมิใจของชาวเมืองกาญจนบุรีทั้งปวง

        จามจุรี .กระบี่ จามจุรีต้นนี้ อยู่ที่วัดธรรมาวุธสรณาราม .ปกาไสย .เหนือคลอง เป็นต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติตั้งแต่ก่อนที่จะตั้งวัดขึ้น จึงน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ปี อย่างแน่นอน

        กลุ่มต้นไม้ห่มผ้า บนดอยอินทนนท์ .เชียงใหม่ เป็นกลุ่มต้นไม้สองชนิดคือ ต้นหว้าอ่างกา และต้นทะโล้ ที่ในช่วงหน้าฝนและช่วงปลายฝนต้นหนาว ลำต้นจะถูกห่มคลุมไว้ด้วยพืชเล็กๆ จำพวกมอร์ส เฟิร์น และไลเคนส์ มองเห็นเป็นเหมือนผ้าห่มสีเขียวมรกตสวยงามมาก อายุของต้นไม้ห่มผ้าเหล่านี้จะอยู่ในราว ๒๐๐ ปี ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

        กลุ่มต้นลั่นทมเขาวัง .เพชรบุรี ต้นลั่นทมสวยงามกลุ่มใหญ่จำนวน ,๒๖๓ ต้นนี้ มีอายุราว ๑๕๕ ปี เป็นพันธ์ุไม้ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ทรงนำพันธ์ุมาจากชวา หรืออินโดนีเซีย และมีพระราชบัญชาให้ปลูกขึ้นพร้อมๆ กับการก่อสร้างพระราชวังพระนครคีรี ให้เกิดความสวยงามและเป็นศรีสง่าแก่พระราชวังบนยอดเขากลางเมืองแห่งนี้

 

        ป่าคำชะโนด เมืองบ้านดุง .อุดรธานี เป็นป่าที่มีต้นชะโนด พืชตระกูลปาล์มชนิดหนึ่งขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ ต้นชะโนดเป็นต้นไม้ดึกดำบรรพ์ ทำให้ป่าแห่งนี้น่าจะมีอายุยืนยาวมาแล้วมากกว่า ,๐๐๐ ปี ลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนที่ไหนเลยของป่าแห่งนี้ก็คือ มีลักษณะเป็นเกาะลอยน้ำที่เกิดจากกลุ่มรากของต้นชะโนด นับพันต้นที่เกาะเกี่ยวอุ้มดินเอาไว้เป็นกลุ่มก้อน นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวพื้นถิ่นที่เล่าว่า ที่นี่คือพรหมประกายโลก อันเป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับโลกบาดาลของพญานาค ที่มีนามว่าพญาศรีสุทโธนาคราช

        ต้นไม้ใหญ่ เท่าที่ยกมาเล่าให้ฟังข้างต้นนั้นเป็นเพียงหนึ่งในร้อยส่วนของต้นไม้ใหญ่ ที่ได้รวบรวมไว้ในโครงการสำคัญสองโครงการดังกล่าว อันที่จริงยังมีต้นไม้ใหญ่ในโครงการอีกเป็นจำนวนมาก อาทิ ต้นสำโรง ต้นกระบาก ต้นกร่าง ต้นไกร ต้นผึ้ง ต้นตะแบก ฯลฯ ดังนั้น เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รู้จักต้นไม้ใหญ่อันทรงคุณค่า ที่ได้รับการเลือกสรรมาทั้งหมด และเพื่อร่วมกันตระหนักรู้ถึงคุณค่าความสำคัญของต้นไม้ใหญ่ดังกล่าว กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงดำเนินการจัดทำหนังสือสวยงามของโครงการขึ้น เล่มด้วยกัน ได้แก่หนังสือ รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี เป็นหนังสือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์บดินทรเทพยวรางกูร ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๖๕ พรรษา โดยคัดสรรต้นไม้ใหญ่ จำนวน ๖๕ ต้น ในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศเข้ามานำเสนอไว้ด้วยกันอย่างละเอียด

        และหนังสือ รุกข มรดกของแผ่นดิน เล่มถัดมาเป็นหนังสือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสทรงเจริญพระชันษา ๖๓ พรรษา เล่มนี้ ได้คัดสรรต้นไม้ใหญ่จำนวน ๖๓ ต้น ในที่ต่างๆ ทั่วประเทศเข้ามาเพิ่มเติม พร้อมเรื่องเด่นพิเศษสุดอีกเรื่องหนึ่ง คือ ต้นไม้ในวังสระปทุม

        หนังสือสวยงามทั้งสองเล่มนี้ นอกจากจะทำหน้าที่เฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดังกล่าวแล้ว ยังจะทำหน้าที่ในการให้ความรู้แก่ผู้อ่านทั้งหลายว่า ต้นไม้ใหญ่ หรือ รุกข อันคือ รุกข มรดกของแผ่นดิน ในประเทศไทยนั้นอยู่ที่ไหนกันบ้าง และต่อจากนี้ไปกรมส่งเสริมวัฒนธรรมก็จะจัดให้มีกิจกรรมอื่นๆ อีกหลากหลาย เพื่อต่อยอดให้โครงการนี้ได้มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ ที่ตั้งอยู่มากหลายกระจัดกระจายทั่วผืนแผ่นดินไทย และผู้คนในพื้นที่ต่างๆ ทั้งหลายที่มีต้นไม้ใหญ่ อยู่ในพื้นที่จะได้เห็นถึงความสำคัญ และช่วยกันธำรงรักษาบรรดาต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ไว้ให้ได้ยืนต้นอยู่เป็นมรดกแก่ลูกหลานไทยอย่างงามสง่าสืบไป 

 

 

เรื่อง : อภินันท์ บัวหภักดี
ภาพ : หนังสือ รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมีและรุกข มรดกของแผ่นดิน