ไม้ใหญ่ มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ

            คงไม่มีใครปฏิเสธว่าธรรมชาติได้สร้างสิ่งสวยงามประดับไว้บนโลกใบนี้มากมาย หนึ่งในความงามเหล่านั้น คือ ต้นไม้ ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าบางต้นมีอายุยืนยาวเป็นพันปี บางต้นแผ่กิ่งก้านสาขาครอบคลุมพื้นที่เป็นพันเป็นหมื่นตารางกิโลเมตร บางต้นมีลำต้นสูงที่สุดในโลก บางต้นมีรูปร่างแปลกประหลาด บางต้นสามารถเก็บน้ำไว้ในลำต้นได้เป็นแสนลิตร บางต้นมีสีสันที่หลากหลายซึ่งเกิดจากการปรับตัวตามสภาพอากาศ ยังมีต้นไม้ที่สวยงามอีกมากมายบนโลกใบนี้ที่คนรักต้นไม้สามารถสืบเสาะเข้าไปค้นหา เพื่อซึมซับถึงความมหัศจรรย์ในการก่อเกิด การคงอยู่ และคุณประโยชน์ที่บรรดาต้นไม้เหล่านั้นได้ให้ไว้กับมวลมนุษย์

            ต้นไม้โดยเฉพาะไม้ใหญ่ให้คุณประโยชน์มากมาย นอกจากที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าต้นไม้ช่วยในการผลิตออกซิเจน ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลากหลายชนิด เป็นแหล่งอาหารสำหรับการบริโภคแล้ว หากจะประมวลคุณประโยชน์ของต้นไม้ในด้านอื่นก็จะพบว่าต้นไม้มีคุณประโยชน์ด้านสุนทรียภาพในการสร้างความสุขให้แก่ผู้คน โดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ในเมือง กรอบโครงร่างของต้นไม้ในลักษณะต่าง ๆ ช่วยให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย มีความชุ่มชื่นใจ รวมทั้งในบางกรณีต้นไม้ยังช่วยปิดบังทัศนียภาพที่ไม่ดีได้ด้วย

            คุณประโยชน์ในเชิงสังคม จิตวิทยา และนันทนาการ การอยู่ในสถานที่ที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้จะช่วยลดความตึงเครียด ให้ประโยชน์ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ การเป็นแหล่งอาหารและการขยายพันธุ์ของนกชนิดต่าง ๆ ทำให้เกิดการรวมกลุ่มในการศึกษาดูนก ล้วนแล้วแต่เป็นความบันเทิงที่ธรรมชาติได้จัดสรรไว้ให้

            การช่วยลดมลพิษในอากาศ มลพิษที่เกิดจากการปล่อยไอเสียของรถยนต์ ไอเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ล้วนเป็นภัยต่อสุขภาพโดยรวมของประชาชน การปลูกป่าในเมืองจึงเป็นคำตอบที่ดีในการช่วยปรับปรุงคุณภาพของอากาศในเมือง เพราะต้นไม้ใหญ่จะช่วยดูดซับมลพิษในอากาศ ดักจับอนุภาคที่เป็นพิษ และปลดปล่อยออกซิเจน ซึ่งช่วยทำให้บรรยากาศดีขึ้นได้มาก

            ด้วยเหตุนี้ในหลาย ๆ ประเทศจึงให้ความสำคัญในการสงวนรักษาต้นไม้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม้ใหญ่ในเมือง ซึ่งประเทศไทยนั้นการรณรงค์ให้ปลูกต้นไม้มีมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังพระราชหัตถเลขาพระราชทานเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ พระองค์ทรงโปรดและสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับต้นไม้และการปลูกต้นไม้เป็นอย่างยิ่ง ทรงรู้จักต้นไม้เป็นอย่างดีทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้ดอก และไม้ล้มลุก เท่าที่นับจากพระราชหัตถเลขามีมากกว่า ๕๐ ชนิด โดยจะทรงกำหนดสถานที่ปลูกและบางครั้งทรงแนะนำวิธีปลูกให้ด้วย นอกจากโปรดต้นไม้ในด้านความงามแล้ว ยังทรงพระปรีชาในด้านการใช้สอย เช่น ที่ใดควรปลูกหรือไม่ควรปลูกอย่างไร*

            ต้นไม้ใหญ่ในประเทศไทยมีอยู่ทั่วไปทั้งในป่าธรรมชาติและที่อยู่ในเมือง ซึ่งประสบปัญหาแตกต่างกันออกไป ไม้ใหญ่ที่อยู่ในป่าหากไม่ถูกตัดไปทำประโยชน์ ก็จะสามารถยืนต้น แผ่กิ่งก้านสาขาไปได้อย่างไม่มีขีดจำกัด หากอยู่ในเมืองที่เป็นต้นไม้ถนนหรือต้นไม้ในสถานที่ต่าง ๆ เมื่อเติบโตมีขนาดใหญ่ขึ้น มักสร้างปัญหาต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น หากไม่สามารถแก้ปัญหาให้ถูกวิธีก็จะแปรสภาพเป็นต้นไม้ที่พิกลพิการ อ่อนแอ ไม่แข็งแรง และตายไปในที่สุด

            การรณรงค์เพื่อให้เกิดกระแสการรักต้นไม้ใหญ่เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ เช่น การจัดประกวดต้นไม้ใหญ่ใกล้ตัว การประกวดต้นไม้ใหญ่ในกรุงเทพฯ  “ต้นไม้มหานคร” (Bangkok Big Trees) เป็นต้นและล่าสุดเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ มีการเปิดตัวหนังสือ “รุกข มรดกของแผ่นดินใต้ร่มพระบารมี” ซึ่งหนังสือดังกล่าวเป็นการรวบรวมต้นไม้ใหญ่จำนวน ๖๕ ต้นจากทั่วประเทศ จัดพิมพ์โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดพิมพ์ คือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖๕ พรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เพื่อการปลูกฝังความรักต้นไม้ให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนชาวไทย รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวในจุดที่มีต้นไม้นั้น ๆ เจริญเติบโต

            คุณสมบัติของต้นไม้ทั้ง ๖๕ ต้นที่ได้รับการคัดเลือก แต่ละต้นอาจจะมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อรวมกัน คือ

            ๑. มีขนาดใหญ่ อายุประมาณ ๑๐๐ ปีขึ้นไป

            ๒. มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีตำนานหรือเรื่องเล่าประกอบ

            ๓. อยู่ในพื้นที่ที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรม หรือสถานที่สำคัญต่าง ๆ

            ๔. เป็นต้นไม้หายากหรือใกล้สูญพันธุ์

            ๕. มีความสอดคล้องกับระบบนิเวศน์พื้นฐาน

            ผู้เขียนขอยกตัวอย่างต้นไม้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้น เช่น

            เป็นต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่อายุ ๑๐๐ ปีขึ้นไป

            ส่วนใหญ่ต้นไม้ที่ได้รับการคัดเลือกสำหรับจัดพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ปี ยกเว้นกลุ่มต้นเทพธาโร ที่จังหวัดพังงา ซึ่งมีอายุประมาณ ๘๐ ปี นอกจากนั้นมีอายุตั้งแต่ ๑๐๐ ปีไปจนถึง ๑,๐๐๐ ปี เช่น ต้นจามจุรี (กาญจนบุรี), ต้นสมพง (ยะลา) และต้นสัก (อุตรดิตถ์)

            เป็นต้นไม้ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีตำนานหรือเรื่องเล่า

            ต้นไม้ใหญ่หลายต้นมีความเกี่ยวพันโยงใยกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญ และเป็นที่จดจำของผู้คน บางต้นมีตำนานหรือเรื่องเล่าที่สุดแสนประทับใจ เช่น ต้นมะขาม (สุพรรณบุรี), ต้นผึ้ง (อุทัยธานี) และต้นจันทน์หอม (ประจวบคีรีขันธ์)

            เป็นต้นไม้ที่อยู่ในสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม หรือสถานที่สำคัญต่าง ๆ

             ต้นไม้ใหญ่บางต้นมีอายุยืนยาว ที่ปลูกก่อนหรือปลูกพร้อมกับการก่อสร้างอาคารสถานที่ต่าง ๆ เป็นต้นไม้หมายเมือง สะท้อนความเป็นจริงที่ว่าเมื่อเมืองอายุยืนต้นไม้ก็จะอายุยืนตาม บางต้นเมืองล่มไปแล้วแต่ต้นไม้ยังคงอยู่ก็มี ต้นไม้ในกลุ่มนี้ เช่น ต้นยางนา (เชียงใหม่), ต้นมะม่วง (สุโขทัย) และต้นสะตือ (ระยอง)

            ต้นไม้หายาก หรือใกล้สูญพันธุ์

            มีต้นไม้เพียงหนึ่งเดียวในจำนวน ๖๕ ต้น ที่เป็นต้นไม้หายาก หรือใกล้สูญพันธุ์ นั่นคือ ต้นชมพูภูคา พบเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๒ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา และไม่ปรากฏที่ใดอีกเลย

            ความรู้สึกของพวกเราทุกคนที่มีต่อต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ คงไม่ใช่มีเพียงความภูมิใจเท่านั้น หากอยู่ที่ว่าเราจะช่วยกันดูแลอย่างไรให้ต้นไม้เหล่านั้นมีอายุยืนยาวต่อไป หาวิธีรักษาให้ถูกต้องตามหลักวิชาการของต้นไม้แต่ละชนิดให้สอดคล้องกับลักษณะระบบนิเวศ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์คุณค่าของต้นไม้ รวมทั้งปลูกฝังความรักต้นไม้ให้เกิดขึ้นในหัวใจของลูกหลานไทยทุกคน เพื่อให้ต้นไม้เหล่านี้มีอายุยืนยาวคู่ประเทศสืบต่อไป

เรื่อง : ดร. สุนันทา มิตรงาม
ภาพ : หนังสือ รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี

Hits: 983