ภาษาตากใบ (เจ๊ะเห)

 

    ประเทศไทยประกอบด้วยคนหลากเชื้อชาติ หลายภาษา ต่างวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้นำพามาซึ่งความงดงามของวิถีชีวิตที่ผสมผสานรวมกันเป็นพหุวัฒนธรรม ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยก็เช่นกัน ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายมลายูและใช้ภาษามลายูในการสื่อสารภายในชุมชน แต่ก็มีผู้ที่ใช้ภาษาไทยท้องถิ่นเช่นกัน นั่นคือ ภาษาตากใบ หรือ ภาษาเจ๊ะเห  ภาษานี้มีลักษณะเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์มีสำเนียงเนิบช้า นุ่มนวล คนทั่วไปเรียกว่า ภาษาตากใบ แต่เจ้าของภาษาเรียกภาษาตนเองว่า ภาษาเจ๊ะเห ..

     เล่าขาน...นามที่มา

     บริเวณภาคใต้ของประเทศไทย นอกจากภาษาไทยถิ่นใต้แล้ว ยังมีภาษาที่โดดเด่นอีก ภาษา ได้แก่ ภาษาตากใบ (เจ๊ะเห) ภาษาสะกอม และภาษาพิเทน มีผู้สันนิษฐานว่าภาษาทั้งสามนี้มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน มีผู้สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากภาษาสมัยสุโขทัยเลยทีเดียว

    ปัจจุบันภาษาตากใบ (เจ๊ะเห) เป็นภาษาพูดของคนไทยในจังหวัดปัตตานี นราธิวาส และรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย แบ่งเป็น กลุ่มที่อยู่ในอำเภอเมือง อำเภอตากใบ อำเภอแว้ง อำเภอศรีสาคร อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงปาดี อำเภอระแงะ  อำเภอรือเสาะ อำเภอยี่งอ และอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส กลุ่มที่อยู่ในอำเภอไม้แก่น อำเภอสายบุรี อำเภอปะนาเระ อำเภอกะพ้อและมายอ จังหวัดปัตตานี และกลุ่มที่อยู่ในอำเภอตุมปัต อำเภอโกตาบารูและอำเภอบาเจาะ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย จำนวนผู้พูดประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คนเศษ

    ประชาชนผู้ใช้ภาษาเจ๊ะเหนี้ ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีประเพณีที่สำคัญได้แก่ ประเพณีลาซังหรือล้มซัง เป็นประเพณีเฉลิมฉลองหลังการเก็บเกี่ยวของชาวนา ประเพณีไหว้หน้าบ้าน เป็นประเพณีไหว้ท้าวเวสสุวัณหรือท้าวกุเวร จะจัดทำพิธีประมาณเดือน ของทุกปี และประเพณีรับเจ้าเข้าเมือง เป็นประเพณีรับปีใหม่จัดในวันแรม ค่ำเดือน ของทุกปี เพื่อรับเทวดามาปกปักรักษาบ้านเมืองและคุ้มครองผู้คนให้อยู่เย็นเป็นสุข เป็นต้น  

    เรียนรู้ลักษณะภาษา

    วัฒนธรรมที่โดดเด่นชัดเจนคือภาษาพูด ภาษาตากใบเป็นภาษาตระกูลไทมีคำศัพท์และสำเนียงเฉพาะของตน เช่น พยัญชนะต้นมี ๒๓ หน่วยเสียง ได้แก่ /p, t, c, k, ʔ, ph, th, ch, kh, b, d, f, s, h, m, n, ɲ, ŋ, ʔ̃. w, j. r, l/ พยัญชนะสะกดมี หน่วยเสียง ได้แก่ /p, t, k, ʔ, m, n, ŋ/ เสียงวรรณยุกต์มี หน่วยเสียง ได้แก่ เสียงต่ำ-ระดับ-ขึ้น เสียงสูง-ระดับ เสียงต่ำ-ระดับ เสียงกลางระดับ-ขึ้น เสียงต่ำ-ระดับ-ตก และเสียงกลาง-ขึ้น-ตก พยัญชนะควบกล้ำ ได้แก่ /กร กล กว คร คล คว สร ตร ทร บร บล ปร ปล พร พล มร มล/ เช่น บลัวะ = แทง มฺลื่น = ลื่น เมฺลือง = วาวเป็นมัน แมฺลบ = ฟ้าแลบ สระเดี่ยว ได้แก่   าะ -อะ และสระประสม ได้แก่ ียะ ีย ือะ ือ ัวะ ัว

    ภาษาตากใบมีหลายคำที่ต่างจากภาษาถิ่นใต้ทั่วไป เช่น ลูกพุน = กะละมัง ดอย = ตาย กะด๊อก, กึด๊อก = ว่างเปล่า อั๋งกะปั๋ง, อั๋งกึปั๋ง = คิดอะไรไม่ออก ผ้าปล่อย หรือ ผ้ารัดกืพัด = ผ้าขาวม้า ผ้ามิ่นป้อ = ผ้าเช็ดหน้า โลกกะจี๋น, โลกกึจี๋น = พริกขี้หนู กล้วยหลา = มะละกอ เชียกเอ๋ว = เข็มขัด ไฟบี๊บ = ไฟฉาย เป็นต้น

    นอกจากนี้สังเกตพบว่าในภาษาตากใบ (เจ๊ะเห) มีการใช้และเติมพยางค์หน้า (prefix) ต่างจากภาษาถิ่นใต้ทั่วไป และพยางค์ที่เติมนี้ จะเป็นสำเนียงที่บ่งบอกว่าผู้พูดอยู่ในท้องถิ่นใดเช่น  กะ กึ กื ยะ ยึ  ยือ สะ สึ ซื ตะ ตึ ตื ปะ ปิ ปึ ปื เช่น กระบอก ใช้ กะบ๊อก กึบ๊อกปุ๋ย ใช้ กึยา บืยา พึยา พืยา มะยา สะพาน ใช้ ตะพาน ตึพาน สึพาน ตืพาน สวรรค์ ใช้ กืหวัน สึหวัน ซืหวัน เป็นต้น และคำบางคำแม้เติมพยางค์หน้า ก็ไม่ทำให้ความหมายเปลี่ยนไป เช่น ยาม (เวลา) ใช้ กึย๋าม ปีย๋าม ปีย๋าม ด่วน ใช้ กะด๊วน กึด๊วน กืด๊วน เป็นต้น

     รู้ทันสถานการณ์

    เมื่อคนต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา ต่างภาษาและวัฒนธรรมอยู่ร่วมกัน เป็นสังคมพหุวัฒนธรรมย่อมเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน มีการสื่อสารมากกว่าหนึ่งภาษา ทำให้ภาษาเหล่านี้มีอิทธิพลต่อกันและกัน แทรกแซงกัน หรือยืมซึ่งกันและกัน เป็นการสัมผัสภาษาที่เกิดขึ้นในชุมชนผู้ที่พูดภาษาตากใบ (เจ๊ะเห) เช่นกัน มีการผสมผสานกับภาษาที่อยู่แวดล้อม อาทิ ภาษามลายูถิ่น ภาษาไทยถิ่นใต้ และภาษาไทยมาตรฐานที่มากับระบบการศึกษาและสื่อประเภทต่างๆ ทำให้ภาษาตากใบเพี้ยนไปจากเดิมบ้าง มีปนภาษาอื่นบ้าง คำศัพท์บางคำเลือนหายไปบ้าง คนรุ่นใหม่จะใช้คำภาษาไทยมาตรฐานมากขึ้น เช่น

    พู่น                  ใช้        โคม 

    กืหลำ, กึหลำ     ใช้        ท้าด (ถาด

    กืหนี, กึหนี        ใช้        กาน้ำ

    น้ำป๊าร้า            ใช้        น้ำบูดู

    โลกกืจี๋น           ใช้        พริก

    ล้อกเก๊าะแกแร็ต  ใช้        บุหรี (บุหรี่)

    โลกกึไต๋ซ็อก     ใช้        ลูกต๋อด๋อง (สะตอดอง)

    โลกน้ำเต้าปึง้าด ใช้        ลูกฟักทอง เป็นต้น

     ภาษาตากใบ หรือภาษาเจ๊ะเห มาจากชื่อเรียกอำเภอหรือตำบล ในสมัยรัชกาลที่ เรียกอำเภอนี้ว่าอำเภอเจ๊ะเหตามชื่อตำบล ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอตากใบ จึงทำให้ภาษานี้มีการเรียกว่า ภาษาตากใบ หรือ ภาษาเจ๊ะเห จนเท่าทุกวันนี้

     นอกจากนี้ เนื่องจากดินแดนตากใบเคยเป็นที่ตั้งหัวเมืองมลายูมาก่อน และอยู่ใกล้ประเทศมาเลเซียที่ใช้ภาษามลายู จึงมีคำยืมจากมลายูจำนวนมาก เช่น โต๊ะบิดัน = หมอตำแย ยาคง, รืคง = ข้าวโพด แตแหร, กืแหร  = มะม่วงหิมพานต์ โลกกึมู, โลกย้ามู = ลูกชมพู่ ตีหมา, กึหมาเต๊าะ = ภาชนะทำด้วยกาบหลาวชะโอนหรือกาบหมากใช้ตักน้ำจากบ่อ กอตะ = กล่อง  เบ๊ะ = กระเป๋าย่าม ลาต้า = บ้าจี้ กอหรัง = ขาด ยาดี = ตกลง รุฆี = ขาดทุน แบง็อง = งง ชื่อปลาทะเล เช่น ปลาสึหลากุหนิง, ซาหลากุหนิง = ปลาข้างเหลือง ปลากึโหมง = ปลาทู ปลาหยอ = ปลาทูน่า ปลาต้าหมันปลาตือหมัน = ปลาหลังเขียว ปลาบาวา = ปลาจาระเม็ด เป็นต้น

    ภาษาตากใบบางคำเป็นคำศัพท์ไทยโบราณ และคำไทยที่ใช้เป็นราชาศัพท์ เช่น แหน็บเพลา หรือแหน็ดเพลา = กางเกง กลด = ร่ม ประสูติ = เกิด (ใช้ทั้งคนและสัตว์) ยาตรา = เดิน นั่งแพงเชิง = นั่งขัดสมาธิ

    ประโยคคำถามในภาษาตากใบ (เจ๊ะเห) ต่างกับประโยคคำถามในภาษาถิ่นใต้ทั่วไป คือใช้คำว่า หมี หมิ เป็นคำลงท้ายแทนคำว่า ไหม ของภาษาไทยภาคกลาง เช่น ช่ายหมี = ใช่ไหม กินข้าวแล้วหมี = กินข้าวแล้วหรือยัง มึงมานานแล้วหมี = คุณมานานแล้วหรือ 

    สืบสานและสงวนรักษา 

    จากสถานการณ์ภาษาที่เริ่มเปลี่ยนแปลง จึงทำให้หลายคนเป็นห่วง เกรงว่าจะภาษาจะเลือนหายไปจึงได้ร่วมมือกันสืบค้น สืบสาน และสืบทอดภาษาตากใบให้คงอยู่เป็นมรดกภูมิปัญญาของชาติ มีการจัดรายการภาษาตากใบผ่านวิทยุท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส สภาวัฒนธรรมอำเภอตากใบ ชมรมอนุรักษ์ภาษาตากใบ โดยมีคณะกรรมการที่มาจากคนหลายกลุ่มอายุรวมตัวกันเพื่อสงวนรักษาภาษาตากใบ (เจ๊ะเห) มิให้สูญหาย นอกจากนี้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ยังได้ประกาศขึ้นทะเบียนภาษาตากใบ (เจ๊ะเห) เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติไทย สาขาภาษา เมื่อวันที่ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๖ ประเภทภาษาท้องถิ่น ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๖ นำความภาคภูมิใจมาสู่ผู้ที่เป็นเจ้าของอย่างยิ่ง

 

เรื่อง : ครื่น มณีโชติ
ภาพ : กองบรรณาธิการ

Hits: 1311