เรือยาวประเพณี

เรือยาวประเพณี

เรือยาวประเพณี

กีฬาพื้นบ้าน มรดกวัฒนธรรมแห่งสายนํ้า

 

เมื่อถึงฤดูนํ้าหลาก นั่นหมายถึง ช่วงเวลาแห่งการประกาศศึกจ้าวฝีพายแห่งลุ่มนํ้าต่างๆ ทั่วประเทศไทยได้เริ่มขึ้นแล้ว การแข่งขันเรือยาวประเพณี คือกีฬาพื้นบ้านที่สามารถฝ่ากระแสโลกาภิวัตน์ ยืนหยัดได้อย่างสง่างามมาจนถึงปัจจุบัน สีสันและบรรยากาศของการแข่งขัน เป็นแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดช่างภาพและผู้ชมนับร้อยนับพันมาร่วมชมและเชียร์กันอย่างเนืองแน่นทุกเพศ ทุกวัย จนมีคำกล่าวว่าเป็นกีฬาที่ เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี พระเถร เณร ชี ดูแล้วไม่อาบัติ เพราะว่าการแข่งเรือเป็นประเพณีที่ผูกพันกับพระพุทธศาสนา และเรือเป็นสมบัติของวัดและชุมชน การแข่งขันเรือยาวประเพณีจึงเป็นกีฬาพื้นบ้านที่ก่อให้เกิดความสามัคคี ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาชาตินาวาอันนำพาความสนุกสนานมาพร้อมกับงานเทศกาลประเพณีในฤดูนํ้าหลากนี้ จึงเป็นมรดกวัฒนธรรมแห่งสายนํ้าอันทรงคุณค่า คู่ควรกับการอนุรักษ์ไว้อย่างแท้จริง

 

         “..เดือนสิบเอ็ดเสร็จธุระพระพรรษา         ชาวพาราเซ็งแซ่แห่กฐิน

 

          ลงเรือเพียบพายยกเหมือนนกบิน           กระแสสินธ์ุสาดปรายกระจายฟอง

 

          สนุกสนานขานยาวสาวสนั่น                 บ้างแข่งขันต่อสู้เป็นคู่สอง

 

          แพ้ชนะปะตาพูดจาลอง            ตามทำนองเล่นกฐินสิ้นทุกปี ..”  

 

             นิราศเดือนกรมหมื่นพรหมสมพัตสร (ศิษย์สุนทรภู่) กวีในสมัยรัชกาลที่

 

  

 

จากเรือพายสู่การแข่งขันเรือยาวประเพณี

 

          วิถีชีวิตคนไทยผูกพันกับสายนํ้ามาตลอด เริ่มตั้งแต่การสร้างบ้านแปงเมือง ที่มักจะเลือกทำเลติดแม่นํ้าลำคลอง เพื่อเป็นแหล่งนํ้าในการอุปโภคบริโภค การค้าขายคมนาคมขนส่ง ตลอดจนการทำการเกษตรสายนํ้าจึงเปรียบเสมือนสายโลหิตของชีวิตคนไทยมาแต่บรรพกาล

 

          คนไทยสมัยก่อนนิยมสัญจรกันทางนํ้า โดยมีเรือเป็นพาหนะหลัก เรือพาย จึงมีบทบาทสำคัญในวิถีชีวิตของคนไทย เมื่อถึงฤดูนํ้าหลาก ว่างเว้นจากการเพาะปลูก

 

ในราวเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม โดยเฉพาะช่วงเทศกาลงานบุญประเพณีออกพรรษา ชาวพุทธนิยมไปทำบุญตักบาตรเทโวกันที่วัด แล้วจึงมีการจัดขบวนแห่เรือตกแต่งอย่างสวยงามนำองค์กฐิน องค์ผ้าป่าไปทอดถวายยังวัดที่ตนศรัทธา มีการลากเรือพระ หรือชักพระ อาราธนาพระพุทธรูปลงเรือตกแต่งสวยงาม แล้วเห่แหนไปตามแม่นํ้าลำคลองชักชวนชาวพุทธทั้งหลายให้ออกมาร่วมทำบุญกัน

 

          เมื่อเสร็จพิธีการทางศาสนาแล้ว เพื่อความสนุกสนานจึงมีการเล่นเรือเพลงตอบโต้สักวากัน เป็นโอกาสที่หนุ่มสาวได้พบปะเกี้ยวพาราสี ลงท้ายด้วยการพายเรือแข่งขัน เพื่อแสดงฝีไม้ลายมือและความพร้อมเพรียงของเหล่าฝีพายชายอกสามศอกสร้างบรรยากาศงานบุญให้ครึกครื้น เป็นการละเล่นหน้านํ้าหลากของคนไทย ควบคู่ไปกับงานบุญประเพณีนั้นเอง

 

          การแข่งขันเรือยาวนี้มีมาแล้วเนิ่นนาน ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าตั้งแต่สมัยใด แต่ในสมัยกรุงสุโขทัย มีปรากฏหลักฐานการแข่งขันเรือหลวงพระที่นั่ง ในห้วงเดือน ๑๑

 

ของทุกปีเป็นพระราชพิธีประจำเดือน ๑๑ เรียกว่าพระราชพิธีอาสยุช (อาสยุช แปลว่า เดือนสิบเอ็ด) เพื่อเป็นการเสี่ยงทายความ

 

อุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง  มีการแข่งเรือระหว่างเรือสมรรถไชยของพระเจ้าแผ่นดิน กับเรือไกรสรมุขของอัครมเหสี พระราชพิธีนี้มีสืบเนื่องมาจนถึงปลายกรุงศรีอยุธยา

 

จึงค่อยๆ ร้างลาไป

 

          ในสมัยอยุธยาแผ่นดินพระเอกาทศรถ โปรดให้มีการแข่งขันเรือของทหาร เพราะการปกป้องบ้านเมืองในอดีตนั้น เรือมีความสำคัญในการรักษาเอกราชของชาติ

 

การยกทัพในเส้นทางแม่นํ้าลำคลองจะใช้เรือพายเป็นหลัก ยามไม่มีศึกสงครามจึงต้องมีการฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมฝีพายไว้ให้แกร่งกล้า

 

การฝึกซ้อมฝีพายของทหารสร้างความฮึกเหิมให้กับราษฎร จึงขยายสู่การแข่งขันในระดับชาวบ้านจนแพร่หลาย ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ มีการกล่าวถึงการแข่งเรือของชาวบ้านว่าเป็นการละเล่นยอดนิยมซึ่งมักจะมีการพนันขันต่อร่วมอยู่ด้วยเสมอ

 

 

เรือยาวประเพณีจากอดีต-ปัจจุบัน

          การแข่งขันเรือยาวประเพณี เป็นเสมือนกระจกเงาสะท้อนสภาพสังคมและชุมชน เป็นบทพิสูจน์ความสามัคคีของคนในหมู่บ้าน โดยมีวัดริมแม่น้ำเป็นศูนย์กลางของการแข่งขัน เมื่อถึงฤดูนํ้าหลากผู้ชายในหมู่บ้านตั้งแต่เด็กหนุ่มไปจนถึงคนรุ่นปู่จะมาร่วมกันฝึกซ้อมพายเรือ เสียงหัวเราะรอยยิ้มของผองเพื่อนพี่น้องลูกหลาน เหมือนระฆังกังวานความสุขที่ดังขึ้นในทุกเทศกาลการแข่งขัน

          การแข่งเรือยาวในระยะแรกๆ แข่งกันแค่หมู่บ้านใกล้เคียงเพื่อความสนุกสนาน รางวัลเป็นเพียงข้าวสาร อาหารแห้ง นํ้ามันก๊าด หรือผ้าแถบ ซึ่งเมื่อได้มาแล้วจะนำมาผูกไว้ที่โขนเรือ ชนะหลายเที่ยวก็จะได้มาหลายผืน เมื่อเลิกพายแล้วก็จะนำผ้าแถบเหล่านี้มาเย็บต่อกันเป็นผ้าม่านถวายวัด ต่อมาได้มีการพัฒนารางวัลมาเป็น ขันนํ้าพานรอง ถ้วยรางวัล เงินรางวัล จนถึงถ้วยพระราชทานกันไปเลย

          ระยะหลังเมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอีกหลายหน่วยงานราชการได้เข้ามาร่วมจัดกิจกรรมเพื่อช่วยกันฟื้นฟูอนุรักษ์ ส่งเสริมประเพณีท้องถิ่น รูปแบบในการจัดงานก็เปลี่ยนแปลงไป มีพิธีการ ขั้นตอน และกติกาการแข่งขันที่พัฒนาไปตามปัจจัยทางสังคม จนการแข่งขันเริ่มขยายไปสู่วงกว้าง มีการเชิญหรือทาบทามเรือดังในแต่ละภูมิภาค

มาแข่งขัน ซึ่งการนำเรือจากที่ไกลๆ มาเข้าแข่งขันนั้น มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันจึงเสนองบประมาณค่าลากจูงตามสมควรแก่ระยะใกล้ไกลให้แก่เรือ

ที่เข้าร่วมแข่งขัน 

          ต่อมาเมื่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนไป การแข่งขันเรือยาวกลับปรับเปลี่ยนให้เป็นช่องทางการโฆษณาทางธุรกิจและการเมือง เมื่อนายทุนนักการเมืองสนใจอยากได้คะแนนเสียงจากชุมชน จึงสนับสนุนเงินทุนการแข่งขัน เป็นรางวัลและค่าตอบแทนแก่ทีมที่เข้าแข่ง การพายเรือจึงค่อยๆ กลายเป็นอาชีพ โดยนายทุนได้มอบอำนาจให้กับ

ผู้จัดการเรือเป็นผู้ฝึกซ้อมดูแลพัฒนาทักษะของฝีพาย พัฒนากลยุทธ์ และพัฒนาตัวเรือ ซ่อมบำรุงเรือด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้พร้อมลงแข่งในสนามต่างๆ ที่เจ้าของเรือ

เห็นชอบ

          ในการแข่งขันเรือยาวนั้น นอกจากทีมเรือของชาวบ้าน ก็ยังมีทีมเรือจากหน่วยราชการต่างๆ ตัวอย่างเช่น เรือเทศบาลเมืองตากใบ (.นราธิวาส) เรือฉลามเสือ ค่ายจุฬาภรณ์ สังกัด กรม . พล.นย. เรือสันติวารี สังกัดสำนักงานชลประทานที่ ๑๗ ไม่เว้นแม้แต่หน่วยงานภาครัฐด้านความมั่นคง เช่น ทหาร ตำรวจ ก็มีการฝึกซ้อมกำลังพล ส่งฝีพายเข้าร่วมการแข่งขันกวาดรางวัลในแต่ละสนามด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะที่สังกัดกองทัพเรือ อย่างเรือ ยุทธการนาวา ฉายาราชาแห่งลำน้ำ สังกัดหน่วยมนุษย์กบจู่โจมทำลายใต้น้ำ หรือ หน่วยซีล ที่ใครๆ รู้จักก็คว้าถ้วยพระราชทานฯ ประเภท ๕๕ ฝีพายไปครองได้เกือบทุกสนาม ทำให้ฝีพายเรือทหารเหล่านี้กลายเป็นนักพายเรือทีมชาติไทยไปพายแข่งขันในระดับสากลหลายครั้งหลายหน

          เมื่อวงการเรือยาวเป็นที่นิยมมากขึ้น จึงก่อเกิดฝีพายมืออาชีพ ซึ่งพัฒนามาจากฝีพายทหารที่ปลดระวาง และมีโอกาสได้พายเรือไปกับหน่วยงานต้นสังกัด ก่อตัวเป็นทีมพายเรือที่มีการพัฒนาเทคนิคและวิธีการแข่งขันอย่างเป็นระบบมากขึ้น มีการจ่ายค่าตอบแทนที่คุ้มค่า ซึ่งแต่เดิมเจ้าภาพหลักคือวัดและคณะกรรมการของชุมชน ต่อมาเมื่อหน่วยงานราชการต่างๆ ได้จัดงบประมาณสนับสนุนการจัดงาน เจ้าภาพจึงมีหลายภาคส่วนเข้ามาร่วมกัน ก่อเกิดทีมงานในรูปแบบที่เรียกว่าโปรโมเตอร์มาเป็นกลไกสำคัญของการจัดงานแข่งเรือยาวประเพณี  ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การประกวดขบวนแห่ การประกวดกองเชียร์ การแสดงทางวัฒนธรรม มหรสพ การออกร้านแบบงานวัด ตลาดย้อนยุค หรือการจำหน่ายสินค้า โอทอป ฯลฯ มีการประชาสัมพันธ์การแข่งขันผ่านสื่อต่างๆ ทั้งวิทยุโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ ส่งผลให้เกิดการรับรู้วันเวลาและสถานที่จัดแข่งขันทั่วประเทศ มีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ก่อให้เกิดเว็บไซต์ของชุมชนคนรักเรือยาวขึ้้้้้นเกือบทุกจังหวัด

 

การแข่งเรือยาวประเพณี ภาค

ภาคเหนือตอนบน

          ปัจจุบันการแข่งเรือยาวประเพณีมีขึ้นทั่วประเทศ ตามลุ่มนํ้าสำคัญต่างๆ ตารางการแข่งขันทั้งปีรวมมากกว่า ๒๐๐ รายการ อีกทั้งแต่ละสนามแข่งขันก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย การแข่งขันเรือยาวที่มีชื่อเสียงโดดเด่นที่สุดทางภาคเหนือตอนบน คือที่ จังหวัดน่าน  อันเป็นวัฒนธรรมงดงามแบบล้านนา ซึ่งจัดขึ้นคู่กับงานประเพณีตานก๋วยสลากมากว่าร้อยปีแล้ว โดยทั่วไปจะเริ่มในวันเพ็ญเดือน ๑๒ เหนือ (กันยายน) ถึงแรม ค่ำ เดือนเกี๋ยงดับ (พฤศจิกายน) สนามการแข่งขันเรือของน่านจึงเริ่มราวปลายเดือนกันยายนในแต่ละปี และจะไปสิ้นสุดในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ประมาณปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน จะเป็นการแข่งขันนัดปิดสนาม เรือยาวที่จะเข้าแข่งที่นี่ต้องเป็นเรือขุดที่แกะสลักหัวเรือเป็นรูปพญานาคที่ชูคออวดเขี้ยวแบบของเมืองน่านเท่านั้น

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

          การแข่งขันเรือยาวทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีรายการที่น่าชมที่สุด คือรายการแข่งขันเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ งานแข่งขันเรือยาว

ประเพณีไทย-ลาว-เวียดนาม จังหวัดบึงกาฬ รายการตีช้างน้ำนอง ริมฝั่งแม่นํ้าโขง หน้าตลาดอินโดจีน มุกดาหารเป็นพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม่พระคงคา เทวดา พญานาค ในลำนํ้าโขง เพื่อให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข โดยนำเรือที่เข้าแข่งขันมารวมกัน แล้วพายล่องตามลำนํ้าโขง ระหว่างการพายเรือจะมีการโห่ร้องตีกลองเคาะเกราะเป็นจังหวะ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย

          ในลำนํ้าจักราช มีประเพณีแข่งเรือพิมายซึ่งจัดควบคู่ไปกับเทศกาลเที่ยวพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีเรือจากต่างประเทศมาร่วมแข่งขันด้วย

          ในสายนํ้ามูล มีศึกชิงความเป็นหนึ่งแห่งสายนํ้ามูล อีสานใต้ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพสักการะเจ้าพ่อวังกรูด ใช้ชื่องานว่างานประเพณีแข่งเรือยาวชิง ถ้วยพระราชทานฯจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนพฤศจิกายน ลำนํ้ามูล สวนเฉลิมพระเกียรติ อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีพิธีแห่เรือกว่า ๔๐๐ ลำ ขบวนพาเหรดช้างยิ่งใหญ่ มีการแข่งขันช้างว่ายนํ้าชิงถ้วยรางวัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก   

          งานประเพณียิ่งใหญ่อีกงานหนึ่ง คือ งานเทศกาลแห่ปราสาทผึ้ง แข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ สนามแข่งเรือริมฝั่งหนองหาร จังหวัดสกลนคร ร่องนํ้าสำหรับแข่งเรือในน่านนํ้าหนองหาร มีอยู่ แห่ง คือ หน้าสระพังทอง ทางทิศตะวันออก และท่านางอาบ บ้านท่าวัด ถือเป็นประเพณีที่เป็นชื่อเสียงและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสกลนครด้วย

 

ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง

          ภาคเหนือตอนล่าง มีการแข่งขันเรือยาวประเพณีเกิดขึ้นในทุกจังหวัด ตามแม่นํ้าสายหลัก ปิง วัง ยม น่าน จนมาถึงลุ่มนํ้า เจ้าพระยา ตลอดจนแม่นํ้าท่าจีน แต่ที่โดดเด่นและเป็นสนามแข่งขันเรือยาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือ งานแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานจังหวัดพิจิตร ลำนํ้าน่าน หน้าวัดท่าหลวง ซึ่งจัดขึ้นทุกปีมาตั้งแต่ .. ๒๔๕๐ ยาวนานถึง ๑๐ วัน ๑๐ คืน ซึ่งในวันพิธีเปิดจะมีขบวนเรือพระราชพิธีจำลองพยุหยาตราทางชลมารค มีเรือเข้าร่วมขบวนมากกว่า ๑๐๐ ลำ และมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย 

          ในลำนํ้าน่านจังหวัดพิษณุโลก มีงานแข่งขันเรือยาวประเพณี ชิงถ้วยพระราชทานจังหวัดพิษณุโลก หน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร มีการแข่งเรือยาว เรือยาวใหญ่พื้นบ้าน และเรือเชื่อมความสามัคคีท้องถิ่น มีเรือชื่อดังจากทั่วประเทศร่วมชิงชัยเป็นเจ้าแห่งสายนํ้าน่าน กว่า ๕๐ ลำ มีพิธีทอดผ้าป่าหัวเรือ และพิธีถวายผ้าห่มหลวงพ่อพระพุทธชินราชสืบทอดประเพณีมาแต่โบราณ

          ไล่ลงมาถึงนครสวรรค์ ด้วยเป็นจังหวัดต้นนํ้าเจ้าพระยาจึงมี การแข่งขันหลายสนาม อาทิ หน้าวัดพระปรางค์เหลือง .พยุหะศิรี หน้าวัดเกาะหงส์ และหน้าศาลากลางหลังเก่า .เมือง ส่วนแม่นํ้าปิง มีที่ วัดหัวดงเหนือ .เก้าเลี้ยว วัดตะเคียนเลื่อน .นครสวรรค์ตก เป็นต้น และในลุ่มนํ้าเจ้าพระยาตอนบน มีการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานฯ ของจังหวัดชัยนาท หน้าวัดพระยาตาก .เมืองชัยนาท ซึ่งจัดขึ้นช่วงวันอาสาฬหบูชา ถือว่าเป็นสนามแรกของปีในการเปิดศึกชิงความเป็นจ้าวแห่งสายนํ้า             

          ในภาคกลางบางพื้นที่ยังมีการอนุรักษ์เรือท้องถิ่น คือเรือพายม้า ซึ่งเป็นเรือยาวไม่เกิน วา ที่ใช้สัญจรภายในหมู่บ้านและบรรทุกสินค้าผลผลิตการเกษตร มีการแข่งขันเรือพายม้าพื้นบ้าน (๑๐ ฝีพาย)ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่วัดกอไผ่ วัดจุฬามณี .บางบาล และวัดพระงาม .บางปะหัน และที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร (ซึ่งบางปีก็มีแข่งขันเรือยาวนานาชาติ โดยใช้เรือที่แกะสลักหัวเรือเป็นรูปหงส์ เรียกว่า เรือหงส์ (๒๒ ฝีพาย) ร่วมแข่งขันด้วย นอกจากนั้นในจังหวัดปทุมธานี ยังมีการแข่งเรือพายม้าและการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ สนามวัดมะขาม-วัดมะขามใต้ เรือยาวที่เป็นแชมป์หลายสนามโด่งดังอยู่ในภาคกลางคือ ทีมเรือจันทร์เจ้าวัดศาลเจ้า จากจังหวัดปทุมธานีนั่นเอง

          ส่วนที่โพสังโฆ .ค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ก็มีการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานฯ ทุกปี ในลุ่มแม่นํ้าน้อย ทีมเรือพรพระแก้ว จากวัดพระนอนจักรสีห์ .สิงห์บุรีเป็นเรือยาวอีกลำที่คว้าแชมป์ในภาคกลางได้หลายสมัย

          ในกรุงเทพมหานคร สนามริมแม่นํ้าเจ้าพระยา ใต้สะพานพระราม สนามนี้กลายเป็นตำนานของการแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ ที่ชิงเงินรางวัลรวมสูงสุดของประเทศ จัดโดยกรุงเทพมหานคร ร่วมกับสมาคมกีฬากรุงเทพฯ บางปีก็ร่วมกับสมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย ใช้ชื่อว่าสุดยอดเรือสยามการแข่งขันเรือยาวประเพณีสืบสานตำนานเจ้าพระยา เป็นรายการที่ทำให้คนกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับกีฬาพื้นบ้านชนิดนี้ ส่วนสนามแห่งความทรงจำคือ สนามอ่างเก็บนํ้าเขาเต่า อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทางเทศบาลเมืองหัวหินได้ร่วมกับชาวเรือยาวประเพณีทั่วประเทศจัดกิจกรรมแข่งขันเรือยาวเกียรติยศเทิดพระเกียรติ เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งเคยได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแข่งขันเรือยาวที่สนามเขาเต่าเป็นการส่วนพระองค์ สร้างความปลื้มปีติแก่ชาวเรือเป็นอย่างมาก

          ในภาคตะวันออกของประเทศไทย มีแม่นํ้าบางปะกงเป็นเส้นเลือดใหญ่ จังหวัดปราจีนบุรี มีการจัดงานประเพณีแห่พระทางนํ้าและแข่งขันเรือพายวัดบางแตน แม่นํ้าปราจีนบุรี  บริเวณหน้าเขื่อนวัดบางแตน .บ้านสร้าง เพื่อสืบทอดประเพณีแห่พระทางนํ้าอีกด้วย

 

 

การแข่งขันเรือยาวทางภาคใต้

          การแข่งเรือยาวประเพณีภาคใต้ เกิดขึ้นบนแม่นํ้าสำคัญของภาคใต้ คือแม่นํ้าหลังสวน ซึ่งมีความยาวถึง ๑๐๐ กม. แม่น้ำตาปี แม่นํ้าบางนรา แม่นํ้าปัตตานี และแม่นํ้าสายบุรี เป็นต้น การแข่งขันเรือยาวทางภาคใต้มีอัตลักษณที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ รายการที่สำคัญได้แก่งานประเพณีแห่พระแข่งเรือชิงโล่และถ้วยพระราชทาน ขึ้นโขนชิงธง มรดกทางวัฒนธรรมแห่งลุ่มนํ้าหลังสวน บริเวณวัดด่านประชากร แม่นํ้าหลังสวน .หลังสวน .ชุมพร การแข่งขันที่นี่มีความตื่นเต้นเร้าใจมาก เพราะการตัดสินแพ้ชนะคือการชิงธงกลางแม่นํ้า ซึ่งนอกจากจะมาจากความพร้อมเพรียงของฝีพายแล้ว ยังขึ้นกับความสามารถของนายหัวเรือและนายท้ายเรืออีกด้วย       

          แม่นํ้าตาปีจะมีการแข่งขันเรือยาวในงานประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่าและแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานริมแม่นํ้าตาปี .เมือง .สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีความสนุกสนานเร้าใจไม่แพ้สนามอื่น จัดเป็นเวลา วัน คืน มีขบวนแห่เรือพนมพระหรือชักพระทางนํ้า ล่องมาตามแม่นํ้าตาปี เพื่อให้ประชาชนริมฝั่งแม่นํ้าได้ร่วมนมัสการ     ส่วนทางนครศรีธรรมราช มีการจัดการแข่งขันเรือเพรียว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่นของชาวปากพนัง โดยงานมีขบวนลากพระทางนํ้า การประกวดขวัญใจชาวเรือ การแข่งขันซัดหลุด หรือขว้างโคลนใส่กันตามวิถีชาวบ้านโบราณ

          ลงไปถึงปลายด้ามขวาน จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีการแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์นานาชาติ ชิงถ้วยพระราชทาน ควบคู่กันไปกับงานของดีเมืองนรา บริเวณพลับพลาหาดนราทัศน์ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ในคราวที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรม พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เมื่อปี .. ๒๕๑๘ เป็นรายการสำคัญที่สุด

 

 

แม่ย่านางเรือ พิธีกรรมและความเชื่อของชาวเรือ

          สิ่งที่น่าสนใจในเรื่องของเรือยาวอีกสิ่งหนึ่ง คือพิธีกรรมและการบวงสรวงแม่ย่านางเรือ ชาวเรือมีความเชื่อว่า เรือแต่ละลำ มีแม่ย่านางปกปักรักษา ดังนั้นก่อนการแข่งขัน ชาวเรือจะทำพิธีบูชาหรือพิธีบายศรีสู่ขวัญแม่ย่านางตามตำรับโบราณอย่างพร้อมเพรียงทั้งฝีพายเรือและชาวบ้าน เมื่อสิ้นสุดการแข่งขันก็จะมีพิธีเลี้ยงเรือ เป็นการเซ่นบวงสรวงเพื่อขอบคุณแม่ย่านางเรือ แม่คงคา แม่ธรณี และถือเป็นการสังสรรค์ของฝีพายอีกด้วย

          เรือยาวส่วนใหญ่นิยมขุดจากไม้ตะเคียนทองทั้งต้น เนื่องจากเป็นไม้เนื้อแข็งที่เหนียว ไม่ผุง่าย ลอยนํ้า และพุ่งนํ้าได้ดี หากดูแลดีจะมีอายุการใช้งานนับร้อยปี ที่สำคัญเชื่อกันว่ามีนางไม้ หรือวิญญาณที่แกร่งกล้าสถิตย์อยู่ เมื่อนำมาขุดเป็นเรือยาวก็จะเชิญนางไม้ขึ้นเป็นแม่ย่านางเรือเรือยาวส่วนใหญ่นิยมตั้งชื่อเรือนำหน้าว่า เจ้าแม่ หรือ เทพ ด้วยเชื่อว่าแม่ย่านางเรือเป็นผู้หญิง และเป็นรุกขเทวาประจำต้นไม้นั่นเอง เรือที่ตั้งชื่อนำหน้าว่าเทพ อาทิ เทพนรสิงห์ ๘๘ (.สระบุรี)

เทพมังกรทอง (.นครสวรรค์) เทพจุฬารักษ์ (.พระนครศรีอยุธยา)เทพสิบสองราศี เทพอัมพรินทร์ (.พิษณุโลก) เป็นต้น โดยเฉพาะที่จังหวัดสกลนคร นิยมตั้งชื่อเรือว่าเทพ มีจำนวนนับไม่ถ้วนจริงๆ อาทิ เทพมณีรัตน์ เทพเกียรติคุณ เทพเดชานุภาพ เป็นต้น  

          โขนเรือ เป็นที่ประทับของแม่ย่านางเรือ เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของเรือ มักผูกด้วยผ้าสีต่างๆ เพื่อความสวยงาม เป็นการแต่งตัวให้แก่แม่ย่านางเรือ ชาวเรือจึงให้ความเคารพกราบไหว้และห้ามมิให้ผู้ใดทำลบหลู่ต่อโขนเรือเป็นอันขาด

 

          มนต์เสน่ห์และสีสันของการแข่งเรือที่เราจะได้เห็นคือสีเสื้ออันฉูดฉาดบาดตาที่สวมใส่กันทั้งทีม เพื่อให้ผู้ชมสามารถมองและแยกแยะได้แต่ไกลว่าเป็นทีมไหน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการเรียกขวัญและกำลังใจด้วยเครื่องรางของขลังต่างๆ เพื่อหวังชิงชัยชนะ บ้างก็ใส่เสื้อยันต์สีแดงที่ลงอักขระอาคมทั้งทีม ประหนึ่งกองทัพเรือที่จะต้องออกสู่สนามรบ บ้างก็คาดสายสิญจน์มงคลประหนึ่งว่าจะขึ้นเวทีมวย บ้างก็อมว่านเพื่อเรียกกำลัง หรือไม่ก็สวมพระเครื่อง ตะกรุด พิรอด หรือคาดประเจียด (ผ้ายันต์) ของวัดที่หมู่บ้านตนเองนับถือ อีกทั้งยังมีหลวงพ่อหรือพระมาคอยดูแลเรือ มาคอยให้กำลังใจประพรมนํ้ามนต์ถึงสนามแข่ง เสียงพากย์ของพิธีกรประจำสนามที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ บวกกับการแข่งขันที่ทำให้คนดูต้องลุ้นกันแทบไม่กระพริบตา ด้วยการเอาแพ้เอาชนะกันเพียงเสี้ยววินาที สิ่งเหล่านี้หาดูได้เพียงในสนามแข่งเรือยาวประเพณีเท่านั้น

 

 

Hits: 6153