ขุนช้าง ขุนแผน นิทานพื้นบ้านสุดยอดวรรณกรรมเสภาไทย

            เปิดเรื่อง ขุนช้างขุนแผน บ้านท่าสิบเบี้ย เรือนขุนศรีวิไชย

                        มาข้าจะกล่าวบทไป       ถึงขุนศรีวิไชยคนขยัน
                        เป็นนายกรมช้างกองนอกนั้น      บ้านอยู่สุพรรณพารา 
                        เป็นเศรษฐีมีทรัพย์นับร้อย           บ่าวไพร่ใหญ่น้อยก็หนักหนา 
                        ได้นางเทพทองเป็นภรรยา          อยู่ท่าสิบเบี้ยเมืองสุพรรณ

            วรรณกรรมเรื่อง ขุนช้างขุนแผน เป็นนิทานพื้นบ้านของไทย ซึ่งเชื่อว่ามีเค้ามูลความจริงอันน่าจะเกิดขึ้นในสมัยพระรามาธิบดี ที่ เจ้าสามพระยา แห่งกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ประมาณ .. ๒๐๓๔-๒๐๗๒ ซึ่งยุคนั้นเป็นยุคแห่งแสนยานุภาพอันเกรียงไกรของกองทัพกรุงศรีอยุธยาที่สามารถเผยแผ่พระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์ ออกไปได้กว้างไกลถึงเมืองเชียงใหม่ และล้านช้าง จากนั้นจะโดยผู้ใดไม่ปรากฏชื่อ ได้สร้างสรรค์ให้ผู้มีตัวตนจริงกลับกลายเป็นตัวละคร และตัวละครก็กลับมีเรื่องราวมากหลายประดุจดังมีชีวิตจริง ด้วยฉากหลังที่เป็นภาพจริงๆ ในยุคนั้นของเมืองสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และกรุงศรีอยุธยา จนเกิดเป็นนิทานมุขปาฐะ หรือนิทานเล่าปากเปล่า เรื่องขุนช้างขุนแผน เรื่องราวอันแสนสนุกสนาน ซาบซึ้ง และประทับใจ เสียจนผู้คนพากันเล่าขานนิทานเรื่องนี้สืบต่อๆ กันมาหลายชั่วอายุคน

            กระทั่งภายหลัง เมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ ๒ เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ก็ยังไปปรากฏในหนังสือคำให้การของชาวกรุงเก่าที่กล่าวถึงเรื่องราวกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยของพระมหากษัตริย์ พระนามว่า พระพันวสา ซึ่งกลับคล้ายคลึงกับ นิทานเรื่องขุนช้างขุนแผน หรือคำให้การในคำให้การของชาวกรุงเก่าจะจงใจเล่านิทานให้อาลักษณ์พม่าฟังหรืออย่างไร

        

นางทองประศรี  พาเณรแก้วไปฝากเรียนวิชาวัดป่าเลไลยก์ สุพรรณบุรี

            จึงแวะเข้าวัดป่าเลไลย                          ตรงไปยังกุฎีขรัวมีนั่น
            ทองประศรีกราบกรานสมภารพลัน          ดีฉันมิได้มาหาคุณเลย
            ขรัวมีดีใจหัวเราะร่า                     ไม่เห็นหน้าหลายปีสีกาเหวย
            เณรนี้ลูกใครไม่คุ้นเคย              ทองประศรีว่าคุณเอ๋ยลูกฉันเอง

 

             และนั่นคือ ขุนช้างขุนแผน ที่มีเพียงต้นฉบับกระท่อนกระแท่นหลงเหลืออยู่ หากแต่ชัดเจนอยู่ในคำบอกเล่าของผู้คนสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่เล่าเรื่องขุนช้างขุนแผน สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน แต่สำหรับ ขุนช้างขุนแผน ฉบับที่มีต้นฉบับเป็นลายลักษณ์อักษรครบถ้วนสมบูรณ์และสวยงามมาจนถึงวันนี้นั้น มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้โปรดเกล้าฯ ให้กวีในรัชสมัยของพระองค์ ตลอดจนพระองค์เองร่วมกันแต่งและทรงพระราชนิพนธ์ขึ้น ด้วยเหตุนี้  วรรณกรรมเรื่องนี้เมื่อสำเร็จเสร็จสิ้นจึงเป็นวรรณกรรมที่เพียบพร้อมทั้งความสมบูรณ์ของเนื้อเรื่องและความสวยงามด้านวรรณศิลป์  เพราะเป็นการประชันความสามารถกันของสุดยอดกวีซึ่งหลายครั้งเป็นการประชันกันหน้าพระที่นั่งฯ ในยุคสมัยที่การประพันธ์บทกวีไทยได้ขึ้นสู่ยุคแห่งความเจริญสูงสุด ทำให้ขุนช้างขุนแผนฉบับใหม่นี้ เป็นวรรณกรรมที่มีค่าทั้งในด้านความไพเราะและในลีลาการแต่งบทประพันธ์ ที่ใช้เค้าโครงเรื่องจากนิทานพื้นบ้านดั้งเดิม โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชนิพนธ์ ตอนพลายแก้วเป็นชู้กับนางพิม ตอนขุนแผนขึ้นเรือนของขุนช้างและเข้าห้องนางแก้วกิริยา และตอนนางวันทองหึงกับนางลาวทอง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงพระราชนิพนธ์ตอนขุนช้างขอนางพิม และตอนขุนแผนพานางวันทองหนี และสุนทรภู่ ยอดกวีด้านกลอนตลาดของไทยอีกท่านหนึ่งได้แต่งตอนกำเนิดพลายงาม วรรณกรรมเรื่อง ขุนช้างขุนแผน นี้ยังได้รับการยกย่องโดยวรรณคดีสโมสรในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ยุคทองแห่งวรรณกรรมไทยอีกสมัยหนึ่งให้เป็นยอดของหนังสือประเภทกลอนเสภาอีกด้วย

 

ขุนไกร พ่อขุนแผนต้องราชอาญา

            เหม่ เหม่ ดูดู่ ไอ้ขุนไกร                          แทงกระบือน้อยใหญ่เสียนักหนา
            แกล้งแทงเล่นกูเห็นอยู่ต่อตา                    จนแตกหนีเข้าป่าพนาไลย
            เหวย เหวย เร่งเร็ว เพชฌฆาต                 ฟันหัวให้ขาดไม่เลี้ยงได้ 
            เสียบใส่ขาหยั่งขึ้นถ่างไว้                        ริบสมบัติข้าไทอย่าได้ช้า

 

            และหนังสือเรื่องขุนช้างขุนแผนนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นวรรณกรรมสำหรับอ่านกันเล่นเพื่อความเพลิดเพลินและเพื่อรับรสแห่งวรรณคดีเป็นเครื่องบันเทิงใจเท่านั้น หากแต่บางตอนในวรรณกรรมเรื่องนี้ยังเป็นหลักฐานที่ให้ความรู้ในเรื่องราวความเป็นอยู่ของผู้คนและบ้านเมืองในสมัยต้นรัตนโกสินทร์เมื่อหนังสือเล่มนี้ได้แต่งขึ้นไว้ด้วย สมกับที่มีคำกล่าวว่า วรรณกรรมเป็นกระจกเงาสะท้อนภาพความเป็นไปของบ้านเมืองในยุคนั้นๆ ให้คนรุ่นหลังๆ ได้ทราบ

            ขุนช้าง ขุนแผน เป็นนิทานชีวิตรักสามเส้า ที่ชาวกรุงศรีอยุธยานำมาเล่าขานในรูปแบบของการขับลำนำปากเปล่าประกอบการขยับกรับที่เรียกกันว่า การขับเสภา มาตั้งแต่สมัยต้นกรุงศรีอยุธยา นักขับเสภา จะเลือกสรรขับเฉพาะตอนสำคัญๆ ไม่ปรากฏหลักฐานมาเป็นลายลักษณ์อักษร 

            เพิ่งจะมีการรวบรวมเรียบเรียงให้เป็นเรื่องเดียวกันในสมัยรัชกาลที่ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และได้ตีพิมพ์ขึ้นครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน .. ๒๕๑๕ โดยโรงพิมพ์หมอสมิธ ต่อมาใน .. ๒๔๖๐ จึงได้มีการชำระต้นฉบับของหลวง และของชาวบ้านจัดพิมพ์ขึ้นเป็น ฉบับหอสมุดวชิรญาณซึ่งเป็นต้นแบบของเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไป

 

เณรแก้ว ได้สบตากับนางพิมครั้งแรกเมื่อขึ้นเทศน์มหาชาติ เมื่อเทศน์จบนางพิมถอดผ้าสไบขึ้นถวาย

            สัปปุรุษหญิงชายครั้นได้ฟัง          เสียงสาธุดังขึ้นพร้อมหน้า
            ทุกคนดลใจให้ศรัทธา     นางพิมเปลื้องผ้าทับทิมพลัน
            จีบจบคำรบถ้วนสามที     ยินดีวางลงในพานนั่น 
            ถวายแล้วนอบนบอภิวันท์            พิษฐานสำคัญด้วยศรัทธา

 

 

             นิทานขุนช้างขุนแผน เนื้อหาหลักเป็นเรื่องเล่าชีวิตชาวบ้านแท้ๆ ผูกเป็นรักสามเส้าของชายหญิงสองรุ่น รุ่นพ่อ และรุ่นลูก โครงเรื่องรุ่นพ่อเป็นเรื่องของชายสองแย่งหญิงหนึ่ง คือเรื่องชิงรักหักสวาทของขุนแผน ชายหนุ่มรูปงามผู้เก่งกล้าทางการต่อสู้และมีเวทมนต์อาคมสูงส่ง กับขุนช้าง เศรษฐีใหญ่รูปร่างไม่ต้องตาหญิงสาว แต่มีความฉลาดแกมโกงเจ้าเล่ห์เพทุบายร้อยแปด และสามารถใช้จุดเด่นของตนแย่งชิงนางพิมพิลาไลย นางเอกสาวสวยชาวบ้านกรุงศรีอยุธยา ที่อยู่ในกรอบจารีตประเพณีเคร่งครัดได้สำเร็จ

            ส่วนโครงเรื่องรุ่นลูก กลับเป็นเรื่องราวการต่อสู้ชิงรักหักสวาทกันระหว่าง สองหญิงแย่งหนึ่งชาย คือจมื่นไวยวรนาถ หรือพลายงาม บุตรชายผู้เก่งกล้าเรืองวิชาอาคมของขุนแผน โดยนางศรีมาลา เมียรักภรรยาหลวง ต่อสู้ขับเคี่ยวแบบถูกกระทำโดย นางสร้อยฟ้า ราชธิดาเจ้าเชียงใหม่ เมียน้อยพระราชทาน ที่ใช้ความเจ้าเล่ห์เพทุบายและสุดท้ายก็ใช้วิชาอาคมทำเสน่ห์จนจมื่นไวยวรนาถผู้เรืองวิชาถึงกับไม่รู้เนื้อรู้ตัวตกหลุมเสน่หาอย่างหัวปักหัวปำ

 

พลายแก้ว พลอดรักนางพิมกลางไร่ฝ้าย

            ประจงจูบลูบผมแล้วชมพักตร์      น่ารักนวลเนื้อเจ้านิ่มนิ่ม
            น้ำตาคลอเปี่ยมอยู่เรียมริม           เจ้าเยื้อนยิ้มสักหน่อยเถิดกลอยใจ
            สงสารไหว้วอนให้ผ่อนวาง           รักนางมิใคร่จะไกลได้
            พี่จะหอบเสน่หาลาไป                 เหลืออาลัยที่จะทรมาน

 

            โครงเรื่องของนิทานพื้นบ้านเรื่องนี้มีลักษณะเด่นหลากหลาย คือ เป็นเรื่องความรักพิศวาสที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ปุถุชนที่ตัดไม่ขาดจากโลกียวิสัย และมีความแตกต่างหลากหลายระดับชั้นอันเป็นความจริงแท้ในสังคม มีความคล้ายคลึงกับเพลงพื้นบ้านประเภทเพลงโต้ตอบของหนุ่มสาว โครงเรื่องแบบชายสองแย่งหญิงหนึ่งตรงกับ กลอนตับชิงชู้ และโครงเรื่องแบบเมียน้อยเมียหลวงตรงกับ กลอนตับตีหมากผัว ของเพลงพื้นบ้าน โครงเรื่องดังกล่าวเป็นแบบที่เข้าถึงชีวิตจริงชาวกรุงศรีอยุธยามีความนิยมมาก จึงเล่าขานกันต่อมาอย่างออกรส  

            นอกจากนั้นนิทานเรื่องนี้ยังมีครบทุกรสชาติ ทั้งรัก รบ ตลก โศกเศร้า และมีคติสอนใจหลากหลาย บุคลิกของตัวละครเอกทุกตัวในเรื่องมีความเด่นชัด โดยเฉพาะตัวพระเอก คือ ขุนแผน มีลักษณะเป็นพระเอกในอุดมคติ ในด้านหนึ่งเป็นผู้ชายในฝันของหญิงไทย คือมีความเป็นชายชาตรี หล่อเหลางามสง่า วาจาฉลาดอ่อนหวาน คมคายหลักแหลม และในอีกด้านหนึ่งก็ถูกใจบุรุษเพศ คือ มีความเก่งกล้าสามารถทางการต่อสู้ มีวิทยาอาคมอันเป็นทางลัดให้ได้รับชัยชนะทั้งในศึกรบและที่สำคัญคือ ศึกรัก ที่ทำให้สามารถบรรลุจุดประสงค์เข้าถึงฉากสุดท้ายคือ บทอัศจรรย์ ได้อย่างโลดโผนและคาดไม่ถึง แค่เดินเข้าผิดห้องเท่านั้นก็เป็นเรื่องให้ได้รสชาติพิสดารพันลึก ทำให้ต้องแอบอ่านกันอย่างได้รสชาติในบางตอน

 

เณรแก้วลอบเข้าห้องนางพิม และนางสายทอง

            ครานั้นจึงโฉมเจ้าพลายแก้ว                    พิมหลับสนิทแล้วสมประสงค์
            ออกจากห้องย่องเยื้องมาโดยจง                ตรงถึงห้องสายทองด้วยทันใด
            แล้วจึงเป่าคาถามหาสะเดาะ                      กลอนเผลาะหลุดเลื่อนออกไปได้
            เยื้องย่องเข้าห้องที่นอนใน                        นั่งใกล้เกลียวกลมชมเชยนาง

  

            ส่วนขุนช้าง ตัวร้ายของเรื่อง ก็มีบุคลิกอันโดดเด่นในด้านที่สังคมไม่พึงปรารถนา เช่น มีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ หัวล้าน อกขน  อีกทั้งยังมีกิริยามารยาทอันน่าชิงชัง ใจคอโหดเหี้ยม และเป็นเพื่อนทรยศที่ทำร้ายเพื่อนได้ลงคอ ส่วนนางพิมพิลาไลย เป็นสาวงามที่ติดอยู่ในกรอบจารีตประเพณีแบบไทยโบราณเสียจนไม่มีความกล้าหาญที่จะตัดสินใจอะไรอย่างเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเด่นชัด เป็นต้น

            นิทานเรื่องขุนช้างขุนแผน  ยังเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นภาพของสังคมไทยในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่สังคมในพระราชวังหลวง ในบ้านเศรษฐีขุนนางนายทหารคหบดี กระทั่งชีวิตที่เป็นสามัญชนชาวบ้านธรรมดา ทั้งยังเล่ากระจายไปถึงในระดับซ่องโจรอย่างครอบครัวของหมื่นหาญ  เล่าถึงชีวิตที่เติบโตขึ้นจากความเป็นเด็กสู่วัยหนุ่มสาวของตัวเอกต่างๆ ได้แสดงให้เห็นถึงค่านิยมของสังคมในหลายๆ ด้านทั้งการเลี้ยงดูกุลบุตรกุลธิดาให้เติบโตขึ้นเป็นสมาชิกของสังคม อีกทั้งยังแสดงให้เห็นรูปแบบของวิถีชีวิตคนไทยในวาระและโอกาสต่างๆ การดำเนินชีวิตในครอบครัวในช่วงวันธรรมดา และเทศกาลวันหยุดนักขัตฤกษ์ ชีวิตทางการศาสนาวัฒนธรรมประเพณีอย่างครบครัน

 

แต่งงานพลายแก้ว กับนางพิมพิลาไลย

            ครั้นรุ่งเช้าขึ้นพลันเป็นวันดี                    ทองประศรีจัดเรือกัญญาใหญ่
            เอาขันหมากลงบรรทุกขลุกขลุ่ยไป          หามโหรีใส่ท้ายกัญญา
            ขันหมากเอกเลือกเอาที่รูปสวย                 นุ่งยกห่มผวยจับผิวหน้า
            ก็ออกเรือด้วยพลันทันเวลา                      ครู่หนึ่งถึงท่าศรีประจัน
            จึงจอดเรือเข้าหน้าสะพานใหญ่   ตาผลวิ่งไปเอาไม้กั้น
            เสียเงินทองให้ขึ้นไปพลัน                        ขนขันหมากขึ้นบนบันได

  

            นอกจากนั้น ขุนช้างขุนแผน  ยังให้ภาพค่านิยมอันเด่นชัดของสังคมไทย เรื่องการเติบโตของคนธรรมดาการเลื่อนสถานะทางสังคมด้วยการเข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณและเคารพนบนอบต่อองค์พระมหากษัตริย์ ให้ภาพการศึกสงครามของบ้านเมืองและการศึกษาหาวิชาความรู้ซึ่งเน้นหนักในเรื่องวิชาการต่อสู้ของชายหนุ่มในสังคม การเล่าเรื่องในพระราชวัง

การสำแดงภาพองค์พระมหากษัตริย์ที่เป็นเจ้าชีวิตของผู้คนธรรมดา  แม้ขุนแผนจะเก่งกล้าสามารถปานไหนแต่พระพันวสาก็สามารถจะทำโทษเอาผิดกับขุนแผนได้ด้วยความผิดที่ง่ายดายธรรมดาเช่นการละทิ้งเวรยามและสามารถลงโทษผิดได้ด้วยการสั่งขังคุกและลืมไปเป็นปีๆ อันแสดงถึงอำนาจในการปกครองที่สามารถชี้เป็นชี้ตายได้ตามอารมณ์และวิจารณญานของพระองค์ ผู้เป็นสมมุติเทพที่ราษฎรทุกคนต้องให้ความจงรักภักดีและเชื่อฟังอย่างไม่อาจขัดขืน

 

 พลายชุมพล เตรียมกองทัพหุ่นผี

            ได้ฤกษ์แล้วเบิกโขลนทวาร                      โอมอ่านพระเวทวิเศษจัด
            แล้วหยิบเอาข้าวสารมาหว่านซัด              เร่งรัดเรียกผีทุกตำบล
            บรรดาภูตผีที่ถ้ำหนอง                 ห้วยคลองป่าไม้ไพรสณฑ์
            ต่างกู่ก้องร้องเรียกกันอลวน                     ด้วยกลัวมนตร์รีบมาไม่ช้าที

            วรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน ยังมีความสัมพันธ์กับวิถีการมหรสพของคนไทยภาคกลางเรามาโดยตลอด เริ่มแรกจากการเป็นเรื่องเล่าที่ใช้ในการขับลำนำ ยกระดับขึ้นเป็นการขับที่มีลักษณะจำเพาะมากขึ้น กลายเป็นการขับเสภาที่มีการขยับกรับประกอบ  ต่อมาก็มีการนำปี่พาทย์เข้ามาบรรเลงรับ  ทำให้มีการขับเสภาพร้อมปี่พาทย์ ในสมัยรัชกาลที่ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  ในสมัยรัชกาลที่ ที่ มีการนำละครรรำเข้ามาผสม จนเกิด  เสภารำ ละครเสภา การแสดงลิเกชาวบ้าน และกลายเป็นละครพันทาง ที่อยู่ในความนิยมของสังคมไทยมาอย่างยาวนานจนกระทั่งยุคปัจจุบัน ขุนช้างขุนแผน ยังได้ถูกนำไปสร้างเป็นบทละครโทรทัศน์ สร้างเป็นภาพยนตร์ไทย หลายต่อหลายหน  เรื่องที่เป็นภาพจำของผู้คนในอดีตอย่าง ละครโทรทัศน์เรื่อง ขุนแผนผจญภัย เป็นต้น 

 

 

 ปิดเรื่อง ขุนช้างขุนแผน พลายชุมพลจับจระเข้เถรขวาด

            ครานั้นเจ้าพลายชายชุมพล                    ฤทธิรณสามารถดังราชสีห์
            เห็นกุมภามาใกล้ก็ได้ที               แทงกุมภีล์ดังฉาดเลือดสาดไป
            จระเข้เถรถูกแทงก็แว้งหาง                       เสียงโผงผางแพป่นไม่ทนได้ 
            ชุมพลตกจากแพคนแซ่ไป                      พระทรงภพตกพระทัยพันทวี

 

             และในวันนี้เมื่อการสื่อสารของโลกก้าวมาถึงยุคสมัยแห่งสังคมดิจิตอล . เรื่องของขุนช้างขุนแผนในวันนี้ก็ได้รับการปรับเปลี่ยนไปในอีกรูปแบบหนึ่ง การพิมพ์หนังสือแบบเป็นเล่มใหญ่ปกแข็งที่เก็บในห้องสมุดมีน้อยลงไป ขุนช้างขุนแผน กลับเป็นหนังสือปกอ่อนที่เล่าเรื่องแนววิพากย์วิจารณ์ไม่เต็มเรื่อง มีการเข้าไปนำเสนออยู่ในเว็บไซต์ต่างๆ เป็นตอนๆเป็นเรื่องเล่าอย่างย่อ และเป็นหนังสือภาพวาด และเป็นภาพยนตร์การ์ตูนเป็นแบบเรียนว่าด้วยวรรณกรรมไทยต่างๆ อีกมากมาย  และแม้ในปัจจุบันเรื่องขุนช้าง ขุนแผน จะไม่ค่อยปรากฏในสื่อร่วมสมัยต่างๆ แล้ว แต่บุคลิกและบทบาทที่โดดเด่น ของนักแสดงบางตัวในละครโทรทัศน์เรื่องดังๆ ในปัจจุบัน เช่น เรื่อง บุพเพสันนิวาส ตัวแม่หญิงการะเกดในภาคร้าย ก็เรียกว่า แทบจะถอดแบบออกมาจากภาพนางสร้อยฟ้าในเรื่องขุนช้างขุนแผนเลยทีเดียว

            นิทานเรื่องขุนช้างขุนแผน ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี .. ๒๕๕๓  

            ขอขอบคุณ : วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จังหวัดสุพรรณบุรี

 

===================================

 

เรื่อง : อภินันท์ บัวหภักดี
ภาพจิตรกรรม : เมืองสิงห์ จันทร์ฉาย

Hits: 1018