งานช่างสนะ หนึ่งในงานประณีตศิลป์ ช่างสิบหมู่ คู่แผ่นดินไทย

             ช่างสนะ คือ ช่างผู้มีความชำนาญในงานฝีมือด้านผ้า กระดาษ และหนัง สร้างงานด้วยการเย็บ ปัก ถัก ร้อย และปะชุน สร้างสรรค์ให้เกิดเป็นชิ้นงาน ประณีตด้วยกระบวนการตัดแบบ เย็บแบบ ปักแบบ และนำมาเย็บประกอบด้วยด้ายให้เป็นรูปร่าง เข้าแบบ เข้าทรงเข้าชุด เป็นตาลปัตร พัดรอง ชุดโขน ชุดละคร เป็นต้น งานช่างสนะ จึงมิใช่เป็นเพียงงานสร้างชิ้นงานใหม่ขึ้นเท่านั้น หากแต่ยังหมายรวมถึงงานซ่อม หรือการปรับปรุงแก้ไขชิ้นงานเก่าด้วย ไม่ว่าจะเป็นงานผ้า งานหนัง หรืองานกระดาษ ที่มีกระบวนการเย็บ ปัก ถัก ร้อย และปะชุน ดังกล่าว 

            ช่างสนะปรากฏหลักฐานเอกสารมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ดังปรากฏในกฎหมายตราสามดวง กล่าวถึงช่างสนะไทย ในพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือน ปรากฏทำเนียบนามช่าง ในกรมพระภูษา มีขุนจิตรภรณ์ เจ้ากรม นา ๘๐๐ หมื่นไชยาภรณ์ นา ๒๐๐ ช่างสนะไทย คน คือ หมื่นจิตรพัตรา นา ๒๐๐ หมื่น ภูษาสาร นา ๒๐๐ หมื่นโกษาพิจิตร นา ๒๐๐ หมื่นพิพิทสาฏก นา ๒๐๐ หมื่นกาสิกพัตร นา ๒๐๐ หมื่นรัตกำพล นา ๒๐๐ และช่างสนะจีน คน หมื่นชำนาญโกไสย นา ๘๐๐ หมื่นพิมลภูษิต นา ๖๐๐ และหมื่นชะระภูษิต นา ๖๐๐ เป็นต้น

            ในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ โปรดเกล้าฯ ให้ชำระกฏหมายตราสามดวงมีการจัดแบ่งพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือนและไอยการตำแหน่งนาทหารหัวเมืองขึ้นใหม่ โดยจัดระเบียบหมวดหมู่ช่าง แบ่งออกเป็นกรมต่างๆ เรียกว่ากรมช่างสิบหมู่ปรากฏช่างสนะ (ไทย) และช่างสนะ (จีน)

            ในพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ (.. ๒๔๑๑-๒๔๕๓) ทรงจัดการงานช่างเป็นกรมต่างๆ ซึ่งมี ช่างสนะไทย เป็นกรมหนึ่งด้วย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ทรงจัดระเบียบราชการใหม่ บรรดาช่างหมู่ต่างๆ ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรม ในฝ่ายข้าราชการพลเรือนโดยตรง ไม่เกี่ยวกับทหารอย่างที่เป็นมาแต่โบราณ

            ในจดหมายเหตุพระราชพิธีลงสรง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ในรัชกาลที่ กล่าวถึงขุนนางกรมต่างๆ ที่ได้เข้ามาร่วมกระบวนถืออาวุธกลับปลายลงล่างตามประเพณี ใน .. ๒๔๒๙ มีชื่อกรมช่างสนะ ไทย-จีน รวมอยู่ด้วย และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ (.. ๒๔๕๓-๒๔๖๘) กรมช่างมหาดเล็กได้ถูกยุบเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ อันเป็นผลมาจากสงครามโลกครั้งที่ (.. ๒๔๕๗-๒๔๖๑) งานช่างสิบหมู่ได้ไปรวมอยู่กับกรมมหรสพ ต่อมาเมื่อตั้งกรมศิลปากรจึงได้ไปรวมอยู่กับกรมศิลปากรในภายหลัง

 

            ช่างสนะ เป็นช่างประเภทหนึ่งในกลุ่มช่างสิบหมู่ ซึ่งเป็นช่างเครื่องผ้าต่างๆ สนองพระราชประสงค์ เช่น เย็บผ้า ปักผ้า ปะชุนผ้า นอกจากนี้ ยังทำเครื่องหนัง เช่น อานม้า ปลอกมีด เข็มขัด หรือสายรัด ตัดเครื่องแบบชุดทหาร ช่างสนะแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มช่างคนไทย เรียกว่าช่างสนะไทยกลุ่มช่างคนจีนเรียกว่าช่างสนะจีน

            ช่างสนะมีทั้งฝ่ายสร้างและฝ่ายซ่อม เพราะสิ่งของต่างๆ อาจมีการปรับปรุงแก้ไขรูปแบบเมื่อเก่าลงก็มีการซ่อมแซม ตัดแต่งชุด กระเป๋า รองเท้า ที่ทำงานเกี่ยวกับ เครื่องผ้า เครื่องหนัง และกระดาษ ผู้ทำงานต้องมีความเข้าใจถึงกระบวนการทำงาน รู้จักวัสดุที่ใช้สร้างงาน สามารถเลือกวัสดุที่จะใช้ให้เหมาะสมกับการสร้างงานไม่ว่าจะเป็นสีของไหม รูปแบบของเลื่อม ลักษณะของดิ้นแบบต่างๆ ช่างต้องมีทักษะ เข้าใจเทคนิค สามารถแก้ปัญหาในการปฏิบัติงาน ซึ่งวิธีการปักแต่ละแบบ ของวัสดุแต่ละชนิดมีวิธีการทำงานที่แตกต่างกันในการทำให้เกิดเป็นลวดลาย ในการปักดิ้นไหม เลื่อม แล่ง ต่างๆ นำมาเข้ารูป เข้าทรง เป็นผ้าม่าน ผ้าหน้าโขนเรือพระราชพิธี เครื่องสูง ตาลปัตร พัดรอง รวมถึงเครื่องแต่งกาย โขนละคร และหุ่นไทยที่มีความประณีตสวยงาม 

            เนื่องจากผลงานชั่งสนะไม่มีแพร่หลายทั่วไป อีกทั้งการสืบทอดฝีมือก็ทำได้ยากเย็นอย่างยิ่ง จึงทำให้ในวันนี้ช่างที่ปฏิบัติงานด้านช่างสนะเริ่มมีจำนวนน้อยลงและเลือนหายไป ทำให้การสืบทอดวิชาช่างอันสำคุญนี้อยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งแล้วในปัจจุบัน

                       

วิธีการผลิตงานช่างสนะโดยสังเขป

            . การตัดเย็บแบบ เข้ารูปทรงเป็นชุด นำไปปักลวดลาย แล้วนำมาประกอบเข้าเป็นชุดทหาร มหาดเล็ก หมวก ต่างๆ เป็นต้น

            . กระบวนการสร้างลวดลายด้วยงาน ปักให้เกิดลวดลายด้วยวัสดุประเภทต่างๆ เช่น แล่ง เลื่อม ไหม ดิ้นมัน ดิ้นโป่ง เป็นต้น มีการปักหลายประเภท ดังเช่น

            การปัก คือ การนำไหม ดิ้น ลูกปัด เลื่อมชนิดต่างๆ ปักลงบนผ้าให้เกิดลวดลาย 

            การปักทึบ คือการนำวัสดุ เช่น ไหมปักลงบนผ้าให้เกิดลวดลายตามต้องการมักปักลวดลายที่ไม่กว้างมากนัก ถ้าต้องการให้ลายนูนสวยต้องปักหนุนก่อน

            การปักซอย คือ การปักคล้ายกับการปักทึบ คือต้องปักให้แน่นเต็มลาย แตกต่างกันตรงที่การปักซอยมักจะเป็นลายใหญ่  ถ้าใช้วิธีปักทึบจะดูไม่เรียบร้อย ก็จะใช้การปักซอยแทน

            การปักเลื่อม คือ การนำโลหะสีเงิน และสีทอง รูปทรงกลมมีรูตรงกลางใช้ปักบนผ้าให้เกิดเป็นลวดลาย

 

            การปักดิ้นข้อ ดิ้นมัน และดิ้นด้าน มีลักษณะเป็นเส้นกลมๆข้างใน เป็นเส้นลวดเล็ก ความยืดหยุ่นมีทั้งสีทอง และสีเงิน นำมาปักเป็นลวดลาย เมื่อปักตัดเป็นท่อนๆ ให้ยาวพอเหมาะกับลายใช้เข็มร้อยด้ายเข้าในดิ้นข้อ ดิ้นมัน และดิ้นด้าน แล้วปักเข็มลงในทิศตรงข้ามเป็นการยึดตรึงลาย ในส่วนที่ใช้ดิ้นข้อเป็นตัวกำหนดลายให้ใช้ด้ายยึดตรึงดิ้นเป็นระยะตามแบบลวดลายให้ได้ระยะที่เหมาะสม 

            การปักดิ้นโปร่ง ดิ้นโปร่งเป็นเส้นสี่เหลี่ยม นูนและโปร่ง  ยืดหยุ่นเชื่อมติดต่อกัน มีทั้งดิ้นโปร่งเงิน และโปร่งทอง นำมาปักเป็นลวดลาย อาจมีการหนุนด้วยด้าย หรือดิ้นข้อด้านล่าง เมื่อจะปักตัดเป็นท่อนๆ ให้ยาวกว่าลายเล็กน้อยให้พอเหมาะกับลาย อาจมีการหนุนด้วยด้ายด้านล่าง ใช้เข็มร้อยด้ายเข้าในดิ้นโปร่ง เย็บปักเข็มลงในทิศตรงข้ามจนเต็มตามแบบลวดลาย

            การปักแล่ง แล่ง คือ แผ่นโลหะทอง เงิน ที่รีดเป็นเส้นแบนเล็กๆ นำมาประกอบการเย็บปักชนิดต่างๆ เพื่อให้ดูแวววาวสวยงาม มีทั่งแล่งเงิน และแล่งทอง เลือกใช้ตามความเหมาะสมของงาน

            การปักหักทองขวาง คือ การใช้ด้ายยึดตรึงเส้นด้ายไหมทองหัวท้ายลายหักทบไปมาในลักษณะขวางตัวลายจนเกิดเป็นลวดลาย  อาจมีการหนุนลายด้วยด้าย โดยไม่ปักเส้นด้ายไหมทองสอดลงไปในผ้า แต่ตรึงไว้ด้วยด้ายในส่วนหัวและส่วนท้ายเท่านั้นเช่นเครื่องสูง ฉัตร ฉัตรชุมสาย บังแทรก ทำด้วยผ้าปักหักทองขวาง ใช้ในกระบวนแห่เสด็จพระราชดำเนิน

            การถักกรองทอง หรือ ถักตาชุน ผ้าตาชุน เป็นการถักขึ้นด้วยไหมสีเงิน หรือทองเส้น ที่มีลักษณะโปร่งเป็นตาข่ายเล็กๆ แล้วนำมาปักดิ้น เลื่อม แบบต่างๆ เป็นลวดลาย เช่น ผ้าทรงสะพัก หรือฉลองพระองค์ครุยเป็นต้น 

 

            ผ้าลายทองแผ่ลวด คือ การที่ผู้มีความชํานาญในงานฝีมือหลายแขนงมารวมตัวกัน สร้างสรรค์งานศิลปกรรมที่มีขั้นตอนกระบวนการสร้างงาน ตั้งแต่การออกแบบลวดลาย นํามาตอกฉลุ  มาแผ่เป็นผืนใหญ่  นําไปปิดด้วยทองคําเปลว และประดับกระจก แล้วทําการเย็บตรึง ลวดลาย  โดยใช้ด้ายเส้นใหญเดินเส้นไปตามแบบตัวลาย  และใช้ด้ายเส้นเล็กเย็บตรึงลวดลายให้ติดแน่นบนผืนผ้า เพื่อใช้ประกอบในงานศิลปกรรมต่างๆ เช่น ผ้าม่าน หลังคาเรือพระราชพิธี ฉัตรเครื่องสูงต่างๆ ธงงอนราชรถ ผ้าดาดหลังคาพระศีวิกากาญจน์ เป็นต้น 

            ปัจจุบันมีหน่วยงานที่ดำเนินการเกี่ยวเนื่องกับงานช่างสนะที่ยังคงสืบทอดส่งต่องานที่กำลังจะสูญหายให้คงอยู่ต่อไปในสังคมปัจจุบันอยู่เพียงไม่กี่แห่ง อาทิ

            สถาบันสิริกิติ์ เป็นสถาบันกลางที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปิด โรงฝึกศิลปาชีพสวนจิตรลดา ให้เป็นศูนย์กลางในการฝึกอบรมศิลปาชีพแก่นักเรียนศิลปาชีพที่ทรงรับมาจากครอบครัวชาวนา ชาวไร่ ผู้ยากจน ที่มีฝีมือด้านงานช่าง ทรงได้พระราชทานโอกาสให้ฝึกปรือเพิ่มพูนฝีมือ และพระราชทานกำลังใจแก่บุคคลเหล่านั้นให้สามารถสร้างสรรค์งานฝีมือต่างๆ ขึ้น โรงฝึกศิลปาชีพสวนจิตรลดา ได้พัฒนาการดำเนินงานให้ก้าวหน้า ผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้น ล้วนเป็นประณีตศิลป์ชั้นสูง มีความวิจิตรงดงาม และหนึ่งในนั้นช่างปักผ้า เป็นงานที่ทรงคุณค่ายิ่ง แสดงถึงเอกลักษณ์ เกียรติศักดิ์และเกียรติภูมิของงานประณีตศิลป์ไทย ซึ่งงานชนิดนี้ก็คืองานช่างสนะ แต่โบราณนั้นเอง 

            สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ในปัจจุบันได้ทำการรื้อฟื้นกระบวนการงานผ้าลายทองแผ่ลวด ซึ่งเป็นหนึ่งงานที่มีความสืบเนื่องกันกับงานช่างสนะ การใช้วัสดุผ้ากับกระดาษ หรือหนัง  ในการทำงานช่างด้านเครื่องผ้าที่นำมาเย็บปักให้เกิดเป็นลวดลาย ดังเช่น งานผ้าทองลายฉลุ ผ้าลายทองแผ่ลวด การปักดิ้น ปักไหม เลื่อม แล่งต่างๆ การเข้ารูป เข้าทรง ผ้าม่าน ผ้าหน้าโขน เรือพระราชพิธี เครื่องสูง ตาลปัตร พัดรอง รวมถึงเครื่องแต่งกายโขน ละคร และหุ่นไทย เป็นต้น    

 

            สำนักการสังคีต กลุ่มนาฏศิลป์ งานพัสตราภรณ์และเครื่องโรง กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ยังคงสืบทอดศิลปะ งานช่างสนะ โดยพยายามศึกษา ทดลองปฏิบัติงาน ด้านการปักผ้า เครื่องแต่งกายโขน-ละครนอกไปจากการแสดงโขน ซึ่งมีความสืบเนื่องในงานช่างสนะ สำนักการสังคีต กลุ่มนาฏศิลป์ เปิดอบรมช่างปัก งานปักผ้าปักสะดึงกลึงไหมลายไทยทั้งลายเลื่อม และลายหนุนเครื่องแต่งกายโขน-ละคร, ระบำ, รำ, ฟ้อน, ปักหน้าหมอนฯ เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายช่างในการปฏิบัติงานต่อไป 

            วิทยาลัยในวัง หรือ โรงเรียนช่างฝีมือในวัง ฝึกอบรมวิชาชีพ  ช่างปักสะดึง ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาช่างสนะ วิทยาลัยในวัง เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ยังคงให้ความรู้ในกระบวนงานด้าน ช่างสะดึง ซึ่งใช้กระบวนการปักในรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสาขานี้ให้เพิ่มขึ้นเป็นการสืบทอดกระบวนการงานช่างให้คงอยู่ต่อไป 

            และทั้งหมดที่กล่าวถึงข้างต้นนั้น นั่นก็คือ หน่วยงานต่างๆ ที่ช่วยกันสืบสาน ธำรงรักษาไว้ซึ่ง งานช่างสนะ อันมีชื่อมาแล้วแต่โบราณ หากแต่ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนการทำงาน ทำให้ชื่องานช่างสนะ ถูกหลอมรวมไปกับชื่องานต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ งานช่างสนะ ทั้งหมด ทำให้คำๆ นี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในงานประณีตศิลป์ชั้นยอดของชาติ คือ งานช่างสิบหมู่ ซึ่งอดีตพระบรมมหากษัตราธิราชเจ้าได้ทรงอุตสาหะฟื้นฟูขึ้นจากการสงครามคราวเสียกรุงศรีอยุธยา ต้องพลอยเลือนหายไปกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยอีกครั้งหรือไม่อย่างไร เรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนของสังคมไทยจะต้องหันมาช่วยกันคิดพิจารณากันอย่างรอบคอบต่อไป

 

เอกสารอ้างอิง

ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม อักษร - ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๕๐
กรมศิลปากร. งานช่างหลวง. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๕๔
ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๒๕
กรมศิลปากร. การศึกษาและการพัฒนาการองค์ความรู้เกี่ยวกับการแต่งกายยืนเครื่องโขน-ละครรำ. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๕๐
เอกสารมาตรฐานกำหนดตำแหน่งนายช่างศิลปกรรม. ช่างสนะไทย

 

            นายนิยม  กลิ่นบุบผา
            นายสมชาย  ศุภลักษณ์อำไพพร
            นางสุพรทิพย์  ศุภรกุล
            นายบุญชัย  ทองเจริญบัวงาม
            นายวีรธรรม  ตระกูลเงินไทย
            โรงเรียนช่างฝีมือในวังหญิงพระบรมมหาราชวัง
            สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม 
            สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม 

 

 

 

เรื่อง : ประภาพร  ตราชูชาติ
ภาพ : กัลยาณมิตร  นรรัตน์พุทธิ

Hits: 603