อาภรณ์ลูกปัดเลื่อมลาย เครื่องแต่งกาย โนรา

รู้มั้ยว่า ชุดโนรา ๑ ชุด ต้องใช้ลูกปัดมากกว่า ๑ ๑๐,๐๐๐ เม็ดขึ้นไปนะ นำมาร้อย มาผูก สร้างสรรค์ลวดลาย สอดแทรกสีสันวิจิตรงดงาม แต่ละชุดมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า ๑๕ กิโลกรัม อะไรจะเยอะและอลังการขนาดนั้นไปลองดูกัน  

 

งามพริ้มงามพราย ลูกปัดเลื่อมลายสะบัดพลิ้ว
ร่ายรำเอวอ่อนร่อนปลิว  นิ้วงอนโนราชาตรี

 

    นาฏยโนรา หรือ โนรา จิตวิญญาณแห่งแดนใต้ ศาสตร์แห่งการร่ายรำ ที่คนใต้เรียกสั้นๆ ว่าโนรา เป็นชื่อศิลปะการแสดงพื้นเมืองอย่างหนึ่งของภาคใต้ ที่มีบทร้องเป็นกลอนสด ผู้ขับร้องต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบ สรรหาคำให้สัมผัสกันได้อย่างฉับไว มีความหมายทั้งบทร้อง ท่ารำ เครื่องดนตรีประกอบด้วย กลอง โหม่ง ปี่ ทับ ฉิ่ง และแตระโนราเป็นการละเล่นที่มีทั้งการร้อง การรำ บางส่วนเล่นเป็นเรื่อง และบางโอกาสก็แสดงตามคติความเชื่อที่เป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตมาตั้งแต่สมัยโบราณ

    เสน่ห์ของโนราอยู่ที่เครื่องแต่งกายที่มีสีสันและทักษะของศิลปินที่แสดงและร้องรำอย่างมีไหวพริบปฏิภาณ การร่ายรำด้วยท่วงท่าที่งดงาม อ่อนช้อย แต่ทว่าสง่างาม มั่นคงแข็งแรง ฉับไว และมีพลังอย่างน่าเกรงขาม ผู้แสดงต้องเคลื่อนไหวเร้าใจสนุกสนาน รำประกอบจังหวะดนตรี หรือรำประกอบบทร้อง ภายใต้เครื่องแต่งกายที่มีน้ำหนักมากกว่า ๑๕ กิโลกรัม

    การแต่งกายของโนรามีลักษณะคล้ายคลึงกับกินรี ประกอบด้วยเทริดซึ่งถือเป็นของสูง ที่คณะโนราต้องใช้ในพิธีไหว้ครูหมอ ในพิธีกรรมโนราโรงครู สันนิษฐานว่าเทริดอาจมีต้นเค้าจากรัดเกล้าของกษัตริย์ในสมัยโบราณ ดังจะเห็นได้จากพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยในสมัยอยุธยา ที่นิยมสร้างแบบแต่งองค์ทรงเครื่องประดับลวดลาย สวมเทริดหรือศิราภรณ์ ยอดมงกุฎเป็นชั้นอันงดงาม มีกุณฑล (ตุ้มหู) สังวาล ทับทรวง ปั้นเหน่ง สนับเพลา รองพระบาท ฯลฯ ศิลปะทางภาคกลางเหล่านี้ได้แพร่กระจายมาสู่ภาคใต้ ซึ่งสามารถเห็นได้จากพระพุทธรูปทรงเครื่องในนครศรีธรรมราช พัทลุง และตรัง ที่มีการสวมศิราภรณ์แบบชั้นเดียวคล้ายเทริดโนรา เฉกเช่นเดียวกับศิลปกรรมในสมัยอยุธยา

    การแต่งกายของโนราในอดีตนั้น ผู้แสดงโนราล้วนเป็นชาย จึงไม่ได้สวมเสื้อ สวมแต่สังวาลกับทับทรวงคล้องคอ ใส่สนับเพลายาวถึงข้อเท้า นุ่งผ้าหยักสูง มีหางหงส์เจียรบาด คาดเข็มขัดทับสายเอว

    ข้อมือใส่กำไล ต้นแขนใส่พาหุรัดทั้งสองข้าง และสวมเทริด ปัจจุบันการแต่งกายได้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อมีโนราหญิงเกิดขึ้น เริ่มมีการสวมเสื้อและถุงเท้า ในยุคก่อนๆ มีเพียงนายโรงคนเดียวที่สวมเทริด ส่วนคนอื่นที่เป็นนางรำจะใช้เพียงผ้ายันต์โพกศีรษะ ผู้หญิงจะใส่เฉพาะรัดอกหรือรอบอก คลุมไหล่ ปิ้งคอ จะไม่ใส่สังวาล หรือสวมสร้อย

    เครื่องทรงโนรา เรียกกันอีกชื่อว่าเครื่องลูกปัดเป็นเครื่องแต่งกายของโนรา ที่ได้มีการนำลูกปัดหลากสี เม็ดเล็กๆ มาร้อยให้เป็นลวดลาย เช่น ลายดอกดวง ลายลูกแก้ว หรือลายข้าวหลามตัด (เป็นลายที่ปรากฏอยู่ในลายเรือพระ) เป็นต้น ส่วนการนำลูกปัดถนิมพิมพาภรณ์แห่งโลกโบราณมาตกแต่งเป็นเครื่องแต่งกายโนรานั้น ยังคงเป็นปริศนาว่าได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมลูกปัดโบราณแห่งลุ่มน้ำสินธุของเอเซียใต้หรือไม่ ตามหลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบลูกปัดโบราณมากมาย ที่เข้ามาสู่แผ่นดินสุวรรณภูมิทางภาคใต้ อายุราว ,๐๐๐-,๐๐๐ ปี บ่งบอกถึงการเป็นแหล่งผลิตลูกปัดขนาดใหญ่ทางภาคใต้

    การรังสรรชุดโนรา เป็นงานศิลปะที่มีความประณีตวิจิตร ชุดโนราในแต่ละคณะจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่มี และความชื่นชอบของผู้ประดิษฐ์ คณะโนราต่างๆ ได้อนุรักษ์เครื่องแต่งกายและศิลปะการร้อยลูกปัดแบบท้องถิ่นภาคใต้แขนงนี้ไว้ ด้วยการนำลูกปัดขนาดเล็กมาคัดแยกสี ขนาด จากนั้นร้อยเป็นเส้นตามต้องการ ก่อนนำเส้นด้ายที่ร้อยมาผูกรวมกัน เพื่อประกอบเป็นชิ้นส่วนต่างๆ ของชุด ในระยะเริ่มแรก ชุดโนรามีชิ้นส่วนไม่มาก ด้วยลูกปัดมีราคาแพง เพราะต้องนั่งเรือไปซื้อลูกปัดถึงปีนัง ซึ่งการเดินทางสมัยนั้นมีความยากลำบากอยู่มาก ลูกปัดที่ใช้ในการร้อยเครื่องลูกปัด คือ ลูกปัดกาหลำหรือลูกปัดแก้ว ที่ตกบนพื้นจะแตกหักได้ง่ายและมีการผุกร่อน ดังนั้นอายุการใช้งานจึงน้อยกว่าลูกปัดที่พบโดยทั่วไปในปัจจุบัน ในสมัยรัชกาลที่ ถึงรัชกาลที่ ชุดโนรายังไม่เห็นโครงสร้างของลูกปัดเต็มตัว ยังเว้นชิ้นส่วนไว้ให้เห็นโครงสร้างของสรีระที่สง่างาม

    ส่วนสีที่ใช้ก็มักจะใช้ตามวัตถุดิบที่มีอยู่ ดำ ขาว น้ำตาลบ้าง

    ต่อมาเมื่อประมาณ .. ๒๔๘๐ เมื่อมีการทำลูกปัดเม็ดโตขึ้น มีสีสันเยอะขึ้น และราคาเริ่มถูกลง สามารถหาซื้อลูกปัดได้ง่ายขึ้น หาได้จากแถวอำเภอหาดใหญ่ การทำเครื่องลูกปัดจึงเพิ่มชิ้นส่วนได้มากขึ้น เครื่องลูกปัดโนราในยุคนั้นจะเป็นแบบเครื่องต้น คือ ร้อยลูกปัดให้เป็นตัวเสื้อติดกันไม่แยกชิ้น มีการใช้ลูกปัด แบบ คือ . ลูกปัดสี่ด้าน ซึ่งเป็นลูกปัดขนาดเม็ดโต . ลูกปัดแมงโลม เป็นลูกปัดเม็ดใสๆ เล็กๆ เมื่อสวมใส่จะรู้สึกบางเบา ซึ่งหาชมได้ยากแล้วในปัจจุบัน เนื่องจากไม่มีลูกปัดลักษณะดังกล่าวแล้ว วัตถุดิบบางก็อย่างไม่สามารถหาได้ตามแบบของเก่าดั้งเดิม การทำชุดโนราจึงต้องเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่การร้อยลูกปัดส่วนใหญ่ ยังใช้วิธีการแบบดั้งเดิมคือ มีวิธีการร้อยอยู่ แบบคือ

    . ร้อยแบบร้อยช่อ เป็นการร้อยคล้ายกับลวดลายของตาข่ายหรือแห โดยใช้ลูกปัดข้างละสองลูกมาผูกเชื่อมต่อกันด้วยลูกปัดหนึ่งลูก เรียกว่า ช่อ

    . ร้อยแบบห้า-สาม เป็นวิธีการโดยใช้ลูกปัดห้าเม็ดและลูกปัดสามเม็ดมาร้อยในเชือกคู่เดียวกันเป็นลายดอก

    . ร้อยแบบสาม-สาม เป็นวิธีการร้อยโดยใช้ลูกปัดครั้งละสามเม็ด จำนวนสองครั้งมาผูกร้อยให้กลายเป็นลายดอกเดียวกัน โดยใช้เชือกเพียงสองเส้น วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมนำมาร้อยเครื่องลูกปัดมากที่สุด เพราะจะมีความแน่นและเห็นน้ำเงิน แต่ไม่นิยมสีดำ ต่อมามีการร้อยแบบไล่น้ำหนักสีจากสีอ่อนไปหาสีเข้ม

    มีการใช้สีดำ และมีการผสมผสานการติดเพชรหรือคริสตัล

    แบบชุดลิเกในบางจุด เพื่อเพิ่มประกายยามต้องแสงไฟ

    โดยปกติแล้วโนราทุกคนจะร้อยชุดเองได้ เพราะว่าจะต้องสวมใส่เอง ชุดโนรา ชุดใช้ลูกปัดประมาณหนึ่งหมื่นเม็ด ราคาชุดไม่แน่นอน โดยมากมีราคาตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาด สี และลวดลาย

    เครื่องแต่งกายโนราในปัจจุบัน

    ประกอบด้วยสิ่งสำคัญดังต่อไปนี้

    .เครื่องนุ่งห่ม ได้แก่ สนับเพลา ผ้านุ่ง หน้าผ้า ผ้าห้อยหน้า ผ้าห้อยข้าง

    .เครื่องลูกปัด จะร้อยด้วยลูกปัดสี ใช้สำหรับสวมลำตัวท่อนบน ได้แก่ พานโครงหรือรอบอก หัวบ่า ปิ้งคอ ทับทรวง สังวาล ปิ้งสะโพก และหางหงส์

    .เครื่องประดับ ได้แก่ เทริด กำไลต้นแขนและปลายแขน ปั้นเหน่ง จำยาม ปีกนกแอ่น กำไลข้อมือ เล็บปลอม

 

    เทริด

    เป็นเครื่องประดับศีรษะที่งดงาม ลักษณะคล้ายมงกุฎ อย่างเตี้ย มีกรอบหน้า โครงเทริดจะสานด้วยไม้ไผ่ เพดาน ทำด้วยไม้ทองหลาง ยอดของเทริดทำด้วยไม้รัก หูของเทริด ทำด้วยไม้ยอ

    การนำไม้ที่มีชื่อว่า ยอ ทอง รัก มาทำเทริด เพื่อความ เป็นสิริมงคล ลงรักปิดทอง ตกแต่งด้วยกระจัง ประดับด้วย พลอยและกระจกสีต่างๆ ด้านบนของเทริดมีด้ายมงคล ประกอบ ทัดดอกไม้ที่หูด้านซ้ายหรือขวาตามความถนัดของผู้แสดง

 

    สนับเพลา

    เป็นกางเกงขายาวสีขาว ยาวประมาณครึ่งหน้าแข้งของ ผู้สวมใส่ ปลายขากางเกงมักตกแต่งด้วยลวดลาย ใช้ลูกปัด ร้อยทับหรือตกแต่งด้วยผ้าแถบสีด้วยดิ้นเงินหรือดิ้นทอง อย่างสวยงาม ทำเป็นลวดลายดอกดวง เช่น ลายกรวยเชิงรักร้อย

 

    ผ้านุ่ง

    เป็นผ้าพิมพ์ลายไทยผืนยาวเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า นุ่งทับชายแล้วรั้งไปเหน็บไว้ข้างหลัง ปล่อยปลายชายให้ห้อยลง เช่นเดียวกับหางกระเบน เรียกปลายชายที่พับแล้วห้อยลงนี้ว่าหางหงส์การนุ่งผ้าของโนราจะรั้งสูงและรัดรูปแน่นกว่านุ่งโจงกระเบน

 

    หน้าผ้า

    หน้าผ้าลักษณะเดียวกับชายไหว นิยมทำ ลักษณะ คือหน้าผ้าที่ร้อยด้วยลูกปัดหลากสี และหน้าผ้าที่ปักด้วยดิ้นเป็นลวดลายต่างๆ หน้าผ้าจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้างประมาณ นิ้ว ยาวประมาณถึงเข่า มีจำนวน ผืนหรือ แถบคล้ายชายไหว เวลานุ่งจะใช้เชือกร้อยหน้าผ้าทั้ง ผืนเรียงกัน ผูกไว้บริเวณสะเอว ปล่อยชายลงมาถึงเข่า

 

    ผ้าห้อย

    คือ ผ้าสีต่างๆ ที่คาดห้อยคล้ายชายแครง มีลักษณะเป็นผ้าโปร่งบางสีสด จำนวน ผืน คาดห้อยไว้ระหว่างหน้าผ้า ข้างละ ผืน

 

     พานโครง

    บางทีเรียกพานอก รอบอก หรือรัดอก เป็นเครื่องประดับที่ทำด้วยลูกปัดหลากสี ร้อยเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าใช้พันรอบอกมีจำนวน ชิ้น

 

    หัวบ่า พาดบ่า หรือคลุมไหล่

    เป็นเครื่องประดับที่ทำด้วยลูกปัดร้อยเป็นสามเหลี่ยมสำหรับสวมทับบนบ่าซ้ายขวาสองข้าง มีจำนวน ชิ้น

 

    ปิ้งคอ

    ลูกปัดที่ร้อยเป็นรูป เหลี่ยม สำหรับสวมห้อยคอหน้า-หลัง คล้ายกรองคอหน้า-หลัง รวม ชิ้น

 

    สร้อยคอ

    ร้อยด้วยลูกปัด เป็นดอกดวงสำหรับห้อยทับทรวง

 

    ทับทรวง ซับทรวง (ตาบ)

    นิยมทำด้วยแผ่นเงินเป็นรูปคล้ายขนมเปียกปูนสลักเป็นลวดลาย สำหรับสวมห้อยไว้ตรงทรวงอก

 

    ปิ้งสะโพก

    ทำด้วยลูกปัดหลากสีใช้พันรอบสะโพกมีจำนวน ชิ้น

 

    ปีก

    หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หาง หรือ หางหงส์ นิยมทำด้วย

    เขาควาย โลหะ หรือพลาสติกพ่นสีดำ จัดแต่งรูปทรงคล้ายปีกนก

     คู่ ซ้าย-ขวาประกอบกัน ปลายปีกเชิดงอนขึ้นและผูกรวมกันไว้มีพู่ ติดไว้เหนือปลายปีก ใช้ลูกปัดร้อยเป็นลวดลายห้อยตลอดทั้งข้างซ้ายและขวาให้ดูคล้ายขนของนก ใช้สำหรับสวมคาดทับผ้านุ่งตรงบริเวณสะเอว ปล่อยปลายปีกยื่นไปด้านหลังคล้ายหางกินรี

 

    กำไลต้นแขนและปลายแขน

    ทำด้วยโลหะสีเงินที่ดุนเป็นลวดลาย กำไลสวมต้นแขน

    ข้างละ วง เพื่อขบรัดกล้ามเนื้อให้ดูทะมัดทะแมงและสง่างามยิ่งขึ้น

 

    ปั้นเหน่ง

    เข็มขัดที่ทำด้วยเงินหรือทองเหลืองดุนลายอย่างสวยงาม

    จำยาม

    เป็นเครื่องประดับทำด้วยเงินสลักลวดลายสวยงามใช้ร้อยสายสังวาลที่พาดตัดกันบริเวณกลางหลังของผู้แสดงโนรา สังวาลเป็นสร้อยที่ร้อยด้วยลูกปัดหลากสีพาดเฉวียงบ่า มีจำนวน เส้น

    ปีกนกแอ่น

    ปีกนกแอ่น หรือปีกเหน่ง มักทำด้วยแผ่นเงินเป็นรูปคล้ายนกนางแอ่นกำลังกางปีก สลักลวดลายสวยงาม ใช้สวมติดกับสังวาลบริเวณสะเอวด้านซ้ายและขวา

     กำไลข้อมือ

     มีลักษณะคล้างวงแหวนขนาดเล็ก มักทำด้วยทองเหลืองใช้สวมข้อมือทั้งสองข้าง ข้างละหลายๆ วง เช่น ประมาณ -๑๐ วง ซ้อนกัน โดยมากนิยมสวม วง เพื่อเวลาปรับเปลี่ยนท่า

จะได้มีเสียงดังเป็นจังหวะเร้าใจยิ่งขึ้น

     เล็บปลอม

    เป็นเครื่องสวมนิ้วมือให้โค้งงามคล้ายเล็บกินรี ดั้งเดิมทำด้วยหวาย ต่อมาด้วยทองเหลือง เงิน หรือ สแตนเลส อาจต่อปลายด้วยหวายหรือเส้นเอ็นสีขาว ที่มีลูกปัดร้อยสอดสีไว้พองาม นิยมสวมมือละ นิ้ว (ยกเว้นหัวแม่มือ)

     กำไลเท้าหรือที่รัดข้อเท้า

    อาจทำด้วยทองเหลืองหรือร้อยด้วยลูกปัดหลากสี เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก เป็นสิ่งที่เพิ่มเข้ามาภายหลัง ใส่หรือ ไม่ใส่ก็ได้แล้วแต่ความนิยมของโนราผู้สวมใส่

    นอกจากนั้นยังมีหน้ากากของตัวตลกที่เรียกเสียงหัวเราะ หน้ากากของตัวตลกชายเรียกว่าหน้าพรานเดิมแกะสลักด้วยไม้เป็นรูปใบหน้า มีจมูกยื่นยาว ทาสีแดงทั้งหมด เว้นแต่ส่วนที่เป็นฟันที่มีเฉพาะฟันบน อาจทาสีขาวหรือเลี่ยมฟันทำด้วยโลหะ ใช้ขนเป็ด ขนห่าน หรือขนสัตว์สีขาว ติดทาบส่วนบนของหน้าผากแทนผมหงอก หน้ากากของตัวตลกหญิงเรียกว่าทาสี

มักทาสีขาวหรือสีเนื้อทั้งหน้า อาจมีลูกปัดประดับประดาเล็กน้อย

    เครื่องประดับของโนราที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น เป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นนาฏศิลป์ดินแดนภาคใต้เท่านั้น ซึ่งถ้าหากใครได้

สัมผัสการแสดงโนราอย่างใกล้ชิดแล้ว ก็จะเห็นได้เองว่าชุดโนราที่ทำจากลูกปัดหลากสีเหล่านี้ ให้ความสง่างามและสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดียิ่ง ไม่แพ้ชุดที่ประดับด้วยเพชรนิลจินดาของลิเกภาคกลางเลยทีเดียว ซึ่งในอนาคตชุดโนราเหล่านี้จะเป็นอย่างไรต่อไปก็ขึ้นอยู่กับโนรารุ่นใหม่ในแต่ละสายที่จะสืบทอดและรังสรรค์วัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเองต่อไป

 

 

เรื่อง : กัลยาณมิตร นรรัตน์พุทธิ
ภาพ : อดุล ตัณฑโกศัย

Hits: 3559