รักษ์ชุดไทย

      หลังจากละครทีวีเรื่องบุพเพสันนิวาสจากจอไปเพียงไม่กี่เดือน คนไทยเริ่มห่างเหินชุดไทย ทำท่าจะกลับมาเหมือนเดิมอีก แสดงให้เห็นว่า คนไทยชอบทำอะไรตามกระแสเสมอ 

 

          ผมเขียนต้นฉบับก่อนที่จะมีการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ที่อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพหลายวัน กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ก็คงเหมือนกับครั้งที่แล้ว คือ นักกีฬาไทยจะเดินลงสนามในวันเปิดการแข่งขันด้วยชุดสากลที่เรียกสั้นๆ ว่าสูทไม่เพียงแต่การแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นซีเกมส์หรือโอลิมปิกในวันเปิดการแข่งขัน นักกีฬาไทยจะต้องลงสนามในชุดสากลเสมอ ขณะที่อินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และแม้แต่ประเทศในทวีปอาฟริกาบางประเทศก็ยังใส่ชุดประจำชาติลงสนาม 

 

          ผมเคยเขียนบทความลงคอลัมน์สบายๆ สไตล์ไมตรี ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และลงหนังสือพิมพ์สยามกีฬามาแล้วหลายครั้งว่า อยากให้นักกีฬาไทยแต่งกายด้วยชุดไทยลงสนาม จะเลือกชุดแบบไหนก็ได้ โดยให้ผู้ชายแต่งกายอย่างหนึ่ง ผู้หญิงอีกอย่างหนึ่งแต่ข้อเสนอของผมไม่เป็นผล ที่ไม่เป็นผล เหตุผลเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ มีอย่างเดียวคือ ผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ ไม่เห็นด้วยนั่นเอง ที่ผมอยากให้นักกีฬาไทยแต่งชุดไทยก็เพราะผมมั่นใจว่าชุดไทยเกือบทุกชุดสวยงามไม่มีที่ติ 

 

          ผมจึงอยากให้นำมาแต่งอวดชาวโลก โดยเฉพาะการแข่งขันกีฬาระดับชาตินั้นจะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก เท่ากับเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศไทย โดยไม่ได้ลงทุนเพิ่มเติมอะไรเลย ชุดประจำชาติของไทยรู้จักกันในนามชุดไทยพระราชนิยมสำหรับสุภาพบุรุษเรียกว่า เสื้อพระราชทาน ส่วนสุภาพสตรีเป็นชุดไทย ประกอบด้วยสไบเฉียง ใช้ผ้ายาว มีเชิงหรือยกทั้งตัว ซึ่งมีจีบยกข้างหน้า มีชายพก ใช้เข็มขัดไทยคาด (จะเป็นเข็มขัดเงิน ทองหรือนาคก็ได้) ส่วนท่อนบนเป็นสไบ เปิดบ่าชายสไบคลุมไหล่ ทิ้งชายด้านหลังยาวตามที่เห็นสมควร 

 

          ผมคงไม่ต้องบอกรายละเอียดมากกว่านี้ว่าชุดไทยสวยอย่างไร น่ารักแค่ไหน เพราะผู้อ่านคงจะรู้ว่าชุดไทยเป็นอย่างไร ไม่ได้รู้อย่างเดียว ต้องเคยเห็นด้วย หรือถ้าผมนำมาเขียนให้ละเอียดก็คงไม่สามารถบรรยายชุดไทยแต่ละชุดเป็นตัวหนังสือให้ได้เห็นภาพชัดเจนเท่ากับของจริงได้ เพียงแต่ผมอยากให้ผู้อ่านทุกท่าน พิจารณาถึงชุดไทยแต่ละชุดดู ก็จะเห็นเลยว่า ออกแบบได้ดีเหลือเกิน ส่วนไหนที่ควรกระชับก็กระชับ ส่วนไหนที่ควรพลิ้วไหว หรือปล่อยชายให้งดงามอย่างไร ก็จะมีอยู่ในชุดไทย การเลือกผ้า เลือกสี เข้ากันได้อย่างดีและเหมาะที่จะใช้ในงานต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานบวช งานประเพณีท้องถิ่น งานทำบุญไหว้พระ หรือแม้แต่ชุดอยู่กับบ้านเฝ้ากับเรือนก็ดูดีน่ารัก 

 

          ชุดไทยของฝ่ายชายจะดูทะมัดทะแมง ดูแข็งแต่ไม่กระด้าง สวมใส่แล้วทำให้เห็นถึงความเป็นชายไทยที่เป็นทั้งนักสู้และนักรัก เท่าที่ผมสังเกต เด็กรุ่นหลังๆ ไม่ค่อยจะรู้จักชุดไทย อย่าว่าคนที่ยังเป็นเด็กเลย แม้ผู้ใหญ่ก็แทบไม่รู้จักชุดไทย นับว่าโชคดีที่เมื่อเร็วๆ นี้มีละครทีวี เรื่องบุพเพสันนิวาสให้คนไทยได้ดูกันทั้งประเทศ บุพเพสันนิวาสเป็นละครเชิงประวัติศาสตร์ไทย ที่มีเนื้อเรื่องความเป็นคนไทย ตัวละครทุกตัวแต่งชุดไทย ฉากในละครก็เป็นบ้านเรือนไทย แสดงให้เห็นวิถีชีวิตไทย ที่ว่าโชคดีก็เพราะเนื้อเรื่องดี ผู้แสดงแสดงได้ดี ทุกอย่างดีหมด จึงทำให้คนดูชื่นชอบชื่นชมไปตามๆ กัน และดูกันทุกเพศทุกวัยทั้งประเทศ ส่งผลให้คนไทยที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเกี่ยวกับการแต่งกายชุดไทยได้รู้จัก ส่วนคนที่รู้จักแล้วก็ได้รู้มากขึ้น 

 

          ด้วยอิทธิพลของละครบุพเพสันนิวาส ทำให้คนไทยจำนวนมากหันมาแต่งกายด้วยชุดไทย คนไทยแต่งชุดไทยไปทำบุญที่วัด แม้ไปชมโบราณสถาน เช่น ที่สุโขทัยก็พากันแต่งกายด้วยชุดไทย ส่วนใหญ่จะซื้อชุดไทยเอง แต่ก็มีอยู่ไม่น้อยที่ไปเช่าในงาน ช่วงที่ว่านี้ชุดไทยขายดีเป็นพิเศษ คนไทยแต่งชุดไทยดูแล้วน่ารัก ก็ต้องขอขอบคุณละครทีวีเรื่องบุพเพสันนิวาส ที่ทำให้คนไทยหันมาสนใจชุดไทย หลายจังหวัดได้จัดงาน พร้อมกับได้เชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนแต่งกายด้วยชุดไทย ปรากฏว่าได้ผล คือได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง ทว่า หลังจากละครทีวีเรื่องบุพเพสันนิวาสจากจอไปเพียงไม่กี่เดือน คนไทยเริ่มห่างเหินชุดไทยทำท่าจะกลับมาเหมือนเดิมอีก แสดงให้เห็นว่า คนไทยชอบทำอะไรตามกระแสเสมอ หรือว่านี่คือ วัฒนธรรมอย่างหนึ่งของคนไทยที่ไม่ดีเลย แต่ถึงอย่างไร ผมเชื่อว่า ชุดไทยจะต้องอยู่กับเมืองไทยตลอดไปเพราะเป็นชุดที่สวยงามที่สุดในโลก

  

 

ชุดไทยสำหรับบุรุษมีต้นกำเนิดมาจากไหน 

          ชุดไทยสำหรับผู้หญิงนั้น แต่งกันตามชุดไทยพระราชทานหรือชุดพระราชนิยม ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ โปรดเกล้าฯ ให้ศึกษาค้นคว้าสร้างสรรค์การแต่งกายของสตรีให้มีเอกลักษณ์ไทย ให้มีความคล่องตัว เหมาะสมกับวิถีชีวิตปัจจุบัน จนเกิดเป็นชุดไทยพระราชทานหรือพระราชนิยมทั้ง แบบ ดังที่ทราบกันดีในหมู่สตรีไทยอยู่แล้ว 

 

          แต่ชุดไทยสำหรับผู้ชายนั้น มีต้นกำเนิดมาจากไหนกัน ชายไทยที่สวมเสื้อราชปะแตน (เสื้อสูทสีขาว คอตั้งสูง กระดุมห้าเม็ด) หรือเสื้อพระราชทาน นุ่งโจงกระเบน สวมถุงเท้ายาวถึงเข่า และสวมรองเท้าหุ้มส้น ซึ่งถูกนำมาใช้ครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่  

 

          อันที่จริงเสื้อราชปะแตนนี้ เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม .. ๒๔๑๕ ในคราวที่รัชกาลที่ เสด็จประพาสอินเดีย ซึ่งขณะนั้นทรงมีพระชนมายุเพียง ๑๙ พรรษา ผู้ตามเสด็จทั้งหลายได้แต่ง เครื่องแบบเสื้อฝรั่ง คือใส่เสื้อเปิดอกคล้องผ้าผูกคอ (ผูกเน็กไท) แต่นุ่งโจงกระเบน ไม่นุ่งกางเกงแบบฝรั่ง และที่เมืองกัลกัตตาแห่งนี้ มีช่างเสื้อฝีมือดีอยู่มาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้ตัดฉลองพระองค์ใส่เล่น แบบปิดตั้งแต่คอมีดุมกลัดตลอดแนว เพื่อที่ไม่ต้องผูกเน็กไท เป็นที่พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค)ราชเลขานุการในขณะนั้น จึงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตคิดชื่อถวายว่า ราชแพตเทิร์น (Raj Pattern)  

 

          ชุดราชปะแตนเป็นเสมือนเครื่องแบบของข้าราชการพลเรือนไป โดยส่วนมากสวมกับผ้านุ่งโจงสีกรมท่า ซึ่งเรียกกันสั้นๆ ว่า ผ้าม่วง ซึ่งตัดด้วยผ้าแพรบ้าง ผ้าลายบ้าง เสื้อราชปะแตนเป็นที่นิยมอยู่นาน ไม่แต่เฉพาะสวมกับผ้าม่วงเท่านั้น แต่ยังนิยมสวมกับกางเกงแพรอีกด้วย ต่อมาในสมัยจอมพล .พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีประกาศว่าด้วยรัฐนิยม ลงวันที่ ๑๔ มกราคม .. ๒๔๘๔ ให้ประชาชนแต่งกายตามแบบสากลนิยม การแต่งกายที่ไม่เรียบร้อย เช่น นุ่งแต่กางเกงชั้นใน หรือไม่สวมเสื้อ หรือนุ่งผ้าลอยชาย ตลอดจนนุ่งโสร่ง นุ่งกางเกงแพร นุ่งผ้าโจงกระเบน ก็ให้แต่งเฉพาะอยู่ในบ้าน ไม่ควรแต่งในที่ชุมนุมชน เสื้อราชปะแตนกับผ้าม่วงจึงหายไป พัฒนามาเป็นเสื้อราชปะแตนกับกางเกงขายาวสีขาว เป็นเครื่องแบบข้าราชการ ที่เรียกว่าเครื่องแบบปกติขาวในปัจจุบัน

 

          สืบเนื่องมาถึงสมัยพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยแนวคิดของการกำหนดรูปแบบเครื่องแต่งกายไทยให้มีลักษณะเฉพาะแต่ยังเป็นสากล จึงได้ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานแบบจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งก็ได้พระราชทานแบบเสื้อตามที่เคยทรงอยู่บ่อยๆ โดยเป็นเสื้อสูทคอตั้ง ที่เรียกกันว่าคอแมนดาริน” (Mandarin Collar) หรือคอเหมา” (Mao Collar) เรียกว่า “เสื้อชุดไทย หรือ “เสื้อชุดไทยพระราชทานโดยมี แบบคือ ชุดไทยแบบแขนสั้นสำหรับงานกลางวัน . ชุดไทยแขนยาว สำหรับงานกลางคืน และ . ชุดไทยแขนยาวคาดเอว ใช้ในโอกาสพิธีการที่สำคัญหรืองานที่เป็นทางการ หลังจากนั้นคณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้สวมเสื้อพระราชทานนี้แทนชุดสากล นับตั้งแต่วันที่ ๒๖ กันยายน .. ๒๕๒๓ ซึ่งมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากเสื้อราชปะแตนเดิม คือสามารถเลือกใช้ผ้าตามแต่ละท้องถิ่นมาตัดเย็บ เพื่อเป็นการสนับสนุนอาชีพและรายได้ของชาวบ้านจากภาคต่างๆ เสื้อชายไทยจึงมีสีสันและลวดลายแปลกตาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน กลายเป็นที่นิยมในวงกว้าง 

 

          หากลองสืบค้นข้อมูลทางประวัติศาสตร์จะพบว่า ลักษณะของเสื้อสูทปกตั้งแขนยาวนี้ เป็นรูปแบบเดียวกับยูนิฟอร์มของเหล่าทหารในวัฒนธรรมตะวันตกในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ โดยเป็นเครื่องแบบทหารม้า สมัยจักรพรรดินโปเลียนของฝรั่งเศสและแบบเสื้อสไตล์ Leather Neck ของเหล่าทหารเรืออเมริกันและอังกฤษ บางท่านอาจจะคิดไปว่ารัชกาลที่ น่าจะทรงทอดพระเนตรเห็นแบบเสื้อลักษณะนี้ผ่านบรรดาเครื่องแบบกษัตริย์และผู้นำประเทศครั้งเสด็จเยือนประเทศแถบยุโรป ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ แห่งรัสเซีย หรือประธานาธิบดีเฟลิกซ์ โฟร์ แห่งฝรั่งเศส จะเป็นการหยิบยืมสิ่งของที่มีอยู่ก่อนมาประยุกต์ใหม่ให้เข้ากับวัฒนธรรมไทยหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงแล้วเสื้อคอปกตั้งนี้ เราพอจะเห็นได้จากภาพของรัชกาลที่ ที่ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารและของทหารไทยในสมัยนั้นด้วย ซึ่งน่าจะได้รับอิทธิพลจากชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว

 

เรื่อง : ไมตรี ลิมปิชาติ
ภาพ : อดุล ตัณฑโกศัย

Hits: 338