นาคี ๒

นาคี๒

นาคี ๒ พลังแห่งความเชื่อความศรัทธา ผสานวัฒนธรรมอีสาน ทุบสถิติใหม่ในวงการภาพยนตร์

 เป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์ของวงการภาพยนตร์ไทยในปีนี้ เลยทีเดียว เพียงเปิดตัวหนังวันแรกก็ทำรายได้ไปถึง ๕๐ ล้านบาท และยังแซงหน้าหนังทำรายได้สูงสุดแห่งปี โดยใช้เวลาไปเพียงแค่ วันเท่านั้น! และสามารถเบียดหนังฟอร์มยักษ์จากฮอลลีวูดอย่างเช่น Venom หรือ Holloween ที่เวลาฉายไล่เลี่ยกันได้อย่างสูสีเลยทีเดียว เป็นหนังไทยที่น่าจับตามองว่าจะทำรายได้ร่วมถึงพันล้านบาท ต่อจากภาพยนตร์พี่มาก

 ความ เป็นมาของภาพยนตร์ 

            นาคี เป็นภาพยนตร์ไทยแนวแฟนตาซี-ระทึกขวัญสร้างมาจากนวนิยายในชื่อเดียวกันของ ตรี อภิรุม เล่าเกี่ยวกับความเชื่อและความศรัทธาที่อยู่คู่กับชาวไทยมายาวนานอย่างพญานาคเกิดจากความสำเร็จของละครโทรทัศน์เรื่องนาคีที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง เมื่อ .. ๒๕๕๙ เนื่องจากกระแสตอบรับและเรตติ้งที่ดี ทำให้ช่อง เสนอให้ทำภาคต่อเพื่อออกอากาศอีกครั้ง แต่พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง ผู้กำกับของละครเรื่องนี้เล็งเห็นว่า นาคี สามารถเติบโตไปได้มากกว่านี้ จึงตัดสินใจนำโครงเรื่องมาเรียบเรียงบทใหม่ทั้งหมด เพื่อสร้างเป็นภาพยนตร์และออกฉายเมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม .. ๒๕๖๑ เนื้อเรื่องโดยรวมเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน .. ๒๕๖๐ หรือ ๖๐ ปี นับจากเหตุการณ์ในละครเรื่อง นาคี ที่เกิดใน .. ๒๕๐๐ โดยเล่าผ่านสองตัวละครใหม่นำแสดงโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ และอุรัสยา เสปอร์บันด์

 

กระแส ตอบรับ

            ตัวภาพยนตร์มีกระแสตอบรับที่ดีมากเนื่องจากเป็นการต่อยอดกระแสความแรงของเนื้อหาเดิมที่เคยสร้างเป็นภาพยนตร์จึงมีฐานผู้ชมกลุ่มที่ชื่นชอบและอยากดูเพื่อติดตามเรื่องราวต่อ ตัวหนังทำรายได้ทุบสถิติอย่างต่อเนื่อง  เพียงเข้าฉายวันแรกก็ทำรายได้ไปกว่า ๕๐ ล้านบาท ทำลายสถิติหนังทำรายได้ ๑๐๐ ล้านบาทในเวลาเพียง วัน (สถิติเดิมของพี่มากพระโขนงที่เคยทำได้ในช่วง วันแรกที่ออกฉายเมื่อปี ๒๕๕๖) อีกทั้ง วันแรกของสัปดาห์ฉาย ทำรายได้เกินกว่า ๒๐๐ ล้านบาท และภายในสัปดาห์เดียวทำรายได้รวมกว่า ๓๕๐ ล้านบาท ไม่เพียงแค่การตอบรับอย่างถล่มทลายในตลาดประเทศไทยเท่านั้น นาคี ยังสามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดภาพยนตร์ในลาวได้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากวัฒนธรรมที่ใกล้เคียง โดยได้ฤกษ์เข้าฉายในวันเดียวกับไทยและทำรายได้ในวันแรกถึง แสนบาท และทำรายได้ตลอดโปรแกรมฉายรวมทั้งสิ้น ราว ล้านบาท ทำให้คาดว่าตลอดโปรแกรมการฉายรวม สัปดาห์ในลาวน่าจะทำรายได้ไม่ต่ำกว่า ล้านบาท

 

กระบวน การผลิต

            ภาพยนตร์ นาคี ผลิตโดยบริษัท ดู เอ็นเตอร์เทนเม้นท์, เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และบีฮีมอธ แคปิตอล จัดจำหน่ายโดยบริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส กำกับโดยพงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง ทีมเขียนบทนำโดย โขม ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับและมือเขียนบทแนวระทึกขวัญแนวหน้าของไทย และใช้สถานที่ถ่ายทำคือสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในแต่ละจังหวัดอีกด้วย ทั้งปราสาทหินพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ถ้ำพุหวาย จังหวัดอุทัยธานี และน้ำตกเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี โดยการถ่ายทำมีการถ่ายฉากทั้งแบบปกติและแบบบลูสกรีนเพื่อนำฉากดังกล่าวมาเข้ากระบวนการปั้นแบบด้วยการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ กราฟิก (Computer Graphic) โดยได้ทีมซีจีเดิมคือ แฟตแคต (Fatcat) มาสานต่องานกราฟิกเดิมของละครที่เคยทำมาก่อน ซึ่งมีความคุ้นชินในตัวแบบอยู่แล้ว จึงทำให้ชิ้นงานสามารถเดินหน้าได้ด้วยดี ด้วยความละเอียดและทุนที่มากขึ้น โดยใช้งบประมาณการสร้างซีจีกว่า ๒๐ ล้านบาทเลยทีเดียว เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจที่คนไทยสามารถหนังทำออกมาได้ใกล้เคียงงานสากล นับว่าเป็นการเติบโตที่ดีของวงการซีจีไทย นอกจากนั้น ยังได้เพลงประกอบหนังอย่าง สายแนนหัวใจ ของ ก้อง ห้วยไร่ ที่ผสมความทันสมัยกับสำเนียงเพลงอีสานได้อย่างน่าสนใจ หนังยังใช้เสน่ห์กลิ่นอายแบบอีสานทั้งสิ้น ทั้งฉากหลัง หมู่บ้าน ความเชื่อ ภาษาถิ่น ได้อย่างดีและมีเอกลักษณ์ ซึ่งคนอีสานน่าจะชอบอกชอบใจ และเข้าถึงความเป็นอีสานและคนอีสานได้เป็นอย่างดี เพราะนาคีใช้ภาษาอีสานสำเนียงอุบลราชธานีในการดำเนินเรื่อง นักแสดงอย่างแต้ว ณฐพร ทุ่มเทถึงขนาดฝึกเว้าภาษาอีสานต่อเนื่อง ทั้งในกองถ่ายทำและนอกเวลาทำงาน และแม้สำเนียงจะแปร่งหรือเพี้ยนไปบ้าง แต่แค่นี้ก็ได้ใจคนอีสานไปเต็มๆ

 

 

เนื้อ เรื่อง ย่อ        

            เนื้อเรื่องดำเนินโดยสร้อย” (อุรัสยา เสปอร์บันด์) สาวดอนไม้ป่าผู้เติบโตมาพร้อมกับความเชื่อและศรัทธาต่อเจ้าแม่นาคี ช่วยยายขายดอกไม้ถวายเจ้าแม่ และคอยดูแลเทวาลัยอันเป็นที่ศรัทธาของชาวบ้าน สร้อยจึงมีความผูกพันกับเจ้าแม่นาคีมาตั้งแต่เด็กๆ แต่หลังจากที่...ป้องปราบ” (ณเดช คูกิมิยะ) ถูกย้ายมาประจำที่ สภ.ดอนไม้ป่า ก็เกิดคดีลึกลับ สะเทือนขวัญแก่หมู่บ้านมากมาย โดยสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ และเป็นคดีที่มีเงื่อนงำและคลี่คลายไม่ได้ จนชาวบ้านเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นฝีมือของเจ้าแม่นาคี หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งพาให้ชาวบ้านต่างแน่ใจว่า สร้อยเป็นร่างประทับของเจ้าแม่นาคี แม้แต่ตัวสารวัตรป้องปราบเองซึ่งไม่เคยเชื่อในเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาติ ยังลังเลต่อคำกล่าวหาที่สร้อยได้รับ จนเกิดเป็นเรื่องราวเหตุการณ์มากมายที่น่าสนใจและติดตามค้นหาในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างมาก ยิ่งเป็นแฟนละครด้วยแล้วไม่ควรพลาด!

 

วิเคราะห์ การทำ ตลา ของภาพยน ตร์

            การทำตลาดคนดูของหนังเรื่องนาคี แทบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์เลยทีเดียว เริ่มจากตัวละครหลักของหนังเรื่องนี้ได้ นักแสดงชั้นนำของช่อง อย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ และอุรัสยา เสปอร์บันด์ มารับบท ซึ่งนักแสดง คนนี้เป็นนักแสดงที่มีฐานแฟนคลับมหาศาล จัดเป็นแม่เหล็กคนดูอย่างดี และยังเลือกสองพระนางจากนาคีภาคแรก ที่มีเรตติ้งสูงสุดในช่วงออนแอร์อย่างแต้วณฐพร เตมีรักษ์ และเคนภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค มาเสริมทัพ แม้จะมีบทบาทในภาค น้อยมาก แต่ก็เป็นอีกหนึ่งสีสันให้คนพูดถึง ต่อมาคือเนื้อหาของตัวภาพยนตร์ ซึ่งดึงเอาความเชื่อและวัฒนธรรมของชาวไทย ที่ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ต้องเคยได้ยินเรื่องของตำนานพญานาคนอกจากคนไทยแล้ว คนลาวเองก็มีความเชื่อที่ใกล้เคียงกันอีกด้วย ตัวหนังยังใส่วัฒนธรรมและความเป็นอีสานลงไป ซึ่งจัดเป็นกลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่เพราะมีประชากรจำนวนมากและยังเชื่อมถึงคนในประเทศลาวอีกด้วย

            อีกกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมนั่นคือการสร้างฐานผู้ชมจากแฟนละคร แม้ว่าตัวเรื่องจะเปลี่ยนจากจอโทรทัศน์ โดดมาสู่จอภาพยนตร์ เป็นการดึงให้คนดูละครมาดูภาพยนตร์ ซึ่งแฟนคลับต่างก็มาด้วยความตั้งใจเพราะติดตามละครนาคีภาค จึงพลาดไม่ได้กับเหตุการณ์ต่อเนื่องที่อาจจะคลี่คลายปมที่ผูกไว้ในฉบับละคร หรือเรื่องราวความเป็นไปหลังจากตอนจบ เท่านั้นยังไม่พอ การประชาสัมพันธ์มีการจัดกิจกรรมภาคพื้นควบคู่ไปในเวลาเดียวกัน โดยพาสองนักแสดงนำ แต้ว ณฐพร และ ญาญ่า อุรัสยา ไปรำบวงสรวงที่วัดป่าคำชะโนด จังหวัดอุดรธานี อีกทั้งทางจังหวัดหนองคายได้เชิญญาญ่าไปรำบวงสรวงบูชาพญานาคริมฝั่งโขงในเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค ลานนาคาเบิกฟ้า อำเภอโพนพิสัย ก่อนวันเข้าโรงเพียงหนึ่งสัปดาห์ และทีมการตลาดได้ร่วมมือกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จัดกิจกรรมการจองตั๋วล่วงหน้า รับทันทีเหรียญปกปัก รักษาที่ปลุกเสกโดยพระครูวิศิษฐ์พิทยาคม จำนวน

ชุดอีกด้วย ถือเป็นการทำการตลาดร่วมกันที่เฉียบขาดสุดๆ ของทั้งค่ายผู้ผลิตและโรงภาพยนตร์ อีกทั้งยังมีการโปรโมตที่เข้มข้นทั้งในโซเชียลและรายการโทรทัศน์ต่างๆ โดยหนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล ส่วนหนึ่งมาจากการวางกลยุทธ์ที่ดีและการเลือกเวลาฉายซึ่งเป็นช่วงออกพรรษานั่นเอง

            ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว ต่างมีความศรัทธาพญานาคเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าแม่น้ำโขงเกิดจากการเคลื่อนตัวของพญานาค โดยมีตำนานว่าในวันออกพรรษาหรือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พญานาคแห่งแม่น้ำโขงต่างชื่นชมยินดี จึงเฮ็ด (จุด) บั้งไฟถวายการเสด็จกลับของพระพุทธเจ้าจนกลายเป็นประเพณีทุกปี ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคนับว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ และเป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขงอย่างแท้จริง เพราะบั้งไฟพญานาค หรือลูกไฟสีชมพูประหลาดนี้ จะพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

ในช่วงวันออกพรรษาเท่านั้น และจะเห็นได้ชัดในเขตอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ตรงข้ามทางฝั่งลาวคือเวียงจันทน์นั่นเอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวอีสานได้หยุดพักจากการทำงานและกลับมาบ้านเพื่อสืบทอดประเพณีออกพรรษา การทำตลาดในช่วงนี้จึงถือว่าถูกเวลาจริงๆ

            การใช้วัฒนธรรมอีสานเล่าเรื่องลี้ลับอันเกี่ยวข้องกับพญานาค ที่ชาวลุ่มแม่น้ำโขงศรัทธากันมากว่าพันปี สร้างความสนใจให้ตลาดหนังต่างประเทศได้เป็นอย่างมาก ละครเรื่องนาคีได้รับรางวัล Special Award for Foreign Drama (ละครต่างประเทศยอดเยี่ยม) จากงาน International Drama Festival in Tokyo 2017 ที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ในงาน TELEFILM 2018 ที่เวียดนาม หรือแม้แต่ Mipcom 2018 เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส เป็นตลาดค้าหนังที่ใหญ่ที่สุดโลก ทุกช่องทุกสถานีจากทั่วโลกจะมารวมกัน หลายประเทศจากทั่วโลกได้ซื้อลิขสิทธิ์เรื่องนาคีทั้งหนังและละครไปฉายนำรายได้เข้าประเทศหลายร้อยล้าน ถือเป็นนิมิตรหมายอันดีของอุตสาหกรรมบันเทิง ที่ได้นำความเป็นไทยออกสู่สายตาชาวโลก และแน่นอนว่า..เค้าลางในการสร้างนาคีภาคต่อไปได้เกิดขึ้นแล้ว พระโขนงที่เคยเป็นปรากฏการณ์มาแล้วในปี ๒๕๕๖ โมเดลใหม่ในแวดวงอุตสาหกรรมหนังไทยกับการวางเนื้อหาสร้างฐานแฟนคลับจากละครโทรทัศน์ที่มีเรตติ้งสูงต่อยอดสู่จอภาพยนตร์ ทุบสถิติรายได้ถล่มทลายไปกว่า ๓๕๐ ล้านบาท ในเวลาเพียง สัปดาห์!

Hits: 1094