บ้านดำ นางแล สมบัติล้ำค่าของแผ่นดิน

 

          บนเส้นทางศิลปิน ถวัลย์ ดัชนี คือหนึ่งในศิลปินชื่อก้องโลก อมตะด้วยผลงานที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่น ด้วยเส้นและสี ที่เต็มไปด้วยพลัง แม้เจ้าตัวจะไม่เคยบอกว่าตนเองเป็นศิลปิน 

 

          ผู้ที่จะวาดรูปใช้สีขาว-ดำได้ดี จะต้องเป็นศิลปินเท่านั้น ถึงแม้พี่หวันจะพยายามเรียกตัวเองว่า ช่างวาดรูป แต่แท้จริงแล้วพี่หวันคือศิลปิน ไม่ได้เป็นศิลปินธรรมดา แต่เป็นศิลปินเอกบรมเอก ...คนที่มีฝีมือเป็นศิลปินจริงๆ นั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวช่วยคือสีสารพัดสี แค่ใช้สีขาว-ดำ อย่างเดียวก็ได้เรื่อง คือ ได้รูปที่มีคุณค่าทางศิลปะ ซึ่งคนที่ไม่ได้เป็นศิลปิน ไม่มีทางจะทำได้ ทำเท่าไรก็ดูแห้งเหี่ยว ไม่มีชีวิตชีวา 

 

จากหนังสือ..มนุษย์ต่างดาว ถวัลย์ ดัชนี....ไมตรี ลิมปิชาติ..

 

 

          กันยายน .. ๒๕๕๗ ศิลปินเอกผู้นี้ได้จากไปอย่างสงบ ตลอดเส้นทางตั้งแต่เด็กจนวันสุดท้าย ถวัลย์ ดัชนี ได้บันทึกเรื่องราวผ่านผลงาน และศิลปกรรมหลากหลายรูปแบบ ด้วยจิตวิญญาณที่เข้าถึง ก่อนจะระเบิดออกมาเป็นผลงานที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาตร์ 

 

          “...คุณจะเห็นว่า งานของผม ไม่ใช่การเขียนต้นไม้ เขียนดอกไม้ หรือเขียนวิวทิวทัศน์ การเขียนสิ่งพวกนี้คุณไม่ต้องคิด แต่ในงานของผม ผมต้องการใช้ความคิด ผมต้องการใช้จินตนาการ 

 

          ฉะนั้น... ผมจึงเลือกเรียนปรัชญา แล้วก็เป็นอภิปรัชญาด้วย เพื่อให้มันลึกซึ้ง ผมเรียนทั้งปรัชญาตะวันตก ทั้งปรัชญาตะวันออก ผมอยากรู้รากความคิดของปรัชญาแต่ละฝ่ายว่าเป็นอย่างไร จากนั้นผมก็รีดเน้นความคิดเหล่านี้ออกมาเป็นภาพเขียนอย่างที่คุณเห็น การเรียนมันให้ความรู้ ส่วนการทำงานให้ความรู้สึก จะขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้ 

 

          คำพูดส่วนหนึ่งของอาจารย์ถวัลย์ ที่เลือกทำดอกเตอร์ทางด้านปรัชญา โดยได้ให้สัมภาษณ์ไว้กับ สุพรรณ ทำนา ที่หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

 

          บ้านดำ นางแลบนพื้นที่นางแล .เชียงราย บ้านเกือบ ๔๐ หลัง และอาคารขนาดใหญ่ที่อาจารย์ถวัลย์เรียกว่า มหาวิหาร ที่มีโครงสร้างเกือบทั้งหมดเป็นไม้สัก เสาแต่ละต้นเป็นไม้สักทั้งต้นที่มีขนาดเท่าๆ กัน อาจารย์สร้างอาคารหลังนี้โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นสถานที่แสดงภาพของบรรดาศิลปิน นักเรียน นักศึกษา และเป็นพิพิธภัณฑ์ของตัวเอง โดยทั้งหมดอาจารย์ถวัลย์เป็นผู้ออกแบบอาคารและตกแต่งด้วยตนเองทุกหลัง แต่ไม่ได้ลงมือก่อสร้างเอง มีสล่าเชียงรายไม่ว่าจะเป็น ช่างไม้ ช่างปูน ช่างแกะสลัก ที่มีความชำนาญพิเศษ ผ่านการควบคุมงานและแนะนำอย่างใกล้ชิดจากอาจารย์ อาจารย์จะเรียกทุกหลังว่าบ้าน แต่ละหลังมีชื่อเรียกของตัวเอง รูปแบบบ้านสถาปัตยกรรมทรงไทยล้านนา ถูกเพิ่มเติมตัดต่อ ประยุกต์ไปตามแบบของอาจารย์ถวัลย์โดยเฉพาะ ทั้งรูปทรง หลังคา ประตู ตัวบ้าน ที่มองแล้วทั้งสวยงามแปลกตาและให้อารมณ์ความรู้สึกเหมือนภาพวาดของอาจารย์ โดยบ้านเกือบทุกหลังจะทาสีดำ จึงทำให้ถูกเรียกรวมๆ ว่า บ้านดำด้วยความที่อาจารย์ชอบสีดำ ทั้งบ้าน และภาพวาด เหมือนที่อาจารย์เคยกล่าวไว้ว่า ก็เพราะสีดำคือสีของความเข้มแข็งของลูกผู้ชายแม้ว่าบ้านของอาจารย์จะมีสีขาวบ้างเป็นหลังที่ก่อสร้างด้วยคอนกรีตที่มีรูปทรงกลม ที่เรียกว่า อูปซึ่งเป็นอาคารที่ออกแบบมาเพื่อให้สามารถสะท้อนเสียงได้โดยวิธีธรรมชาติ ไม่ต้องการให้ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า อีเล็คทรอนิค เป็นห้องประชุมธรรมชาติ 

 

          บ้านแต่ละหลังอาจารย์ใช้อยู่จริง ภายในมีที่นอน ที่อาบน้ำ โถส้วม ที่นั่ง และหนังสือมากมายเกือบทุกประเภท ซึ่งไม่ต่ำกว่าสองหมื่นเล่ม มีทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ที่เก็บสะสมไว้เต็มบ้านทุกหลัง ทั้งด้านปรัชญาและการศึกษาว่าด้วยกายวิภาคของมนุษย์ และสัตว์ 

 

          ผมเป็นคนใฝ่เรียนรู้ ผมอยากรู้ว่าโลกนี้เป็นอย่างไร ผมจึงรู้หลายภาษา ผมจึงเอาของพวกนี้เป็นเครื่องลับจินตนาการไม่เพียงแต่หนังสือที่มีเก็บไว้เต็มบ้านทุกหลังเท่านั้น พื้นที่ในตัวบ้าน ยังมีการจัดวางทั้งกระโหลกสัตว์ กระดูกสัตว์ เขาสัตว์ ที่หายาก และอาศัยอยู่ในป่าทั่วทุกมุมโลก โดยเขาสัตว์ที่มีมากกว่าเขาสัตว์อื่นๆ คือ เขาควาย อาจารย์นำมาตกแต่งบ้านและทำเป็นเครื่องเรือน เก้าอี้นั่งเขาควาย เตียงนอนหัวเขาควาย ที่อาจารย์ออกแบบเองทุกตัว และกำหนดจัดวางเองทุกชิ้น 

 

          นอกจากเขาสัตว์แล้ว ยังมีประเภทหนังสัตว์ที่หายาก กระดูกสัตว์ เครื่องเงิน เครื่องเขิน เครื่องดนตรี มีดขนาดต่างๆ หลายรูปแบบ หอก กริช เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ รวมทั้งของใช้และผ้าโบราณของชนเผ่าต่างๆ ทั่วโลก ที่อาจารย์สะสมมาด้วยตัวเองเวลาเดินทางทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก และที่อาจารย์เป็นผู้ออกแบบ และให้ช่างทั้งในและต่างประเทศลงมือทำมาเฉพาะ ของที่ตั้งโชว์ไว้เป็นของรักของหวงของอาจารย์ ซึ่งแต่ละชิ้นล้วนเป็นของที่มีค่ามีตอนหนึ่งในหนังสือที่อาจารย์ได้พูดถึงบ้านดำและของสะสมไว้ว่า

 

          ผมชอบของพวกนี้ โดยธรรมชาติที่เป็นรูปทางอินทรียวัตถุ เป็นออร์แกนิกฟอร์ม อย่างเวลาเราเรียนหนังสือ เราต้องเรียนสัตว์กินหญ้ากีบเดี่ยว สัตว์กินหญ้ากีบคู่ สัตว์กินเนื้อคน เด็ก ผู้ใหญ่ในห้องกายวิภาคเก็บของพรรค์นี้ไว้ ทีนี้ พอผมเก็บได้มากตามสมควรอย่างเวลาไปอยู่อเมริกา ในยุโรปเนี่ย ...มันมีเขากวางหล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนตุลาคมที่มันจะผลัดเขา แล้วผมก็เก็บมา ...เวลาเดินไปแล้วเจอที่ไหนก็เก็บมาในตลอดเวลา ๓๕ ปี มันมีมากขึ้น ผมก็อยากจะเก็บมันเอาไว้รวมกันเข้าเป็นที่เป็นทาง ก็จึงเอามาทำเป็นประโยชน์ใช้สอยบ้าง ทำเป็นเก้าอี้ โต๊ะ ตู้ ตั่ง...  

 

          ผมเป็นนักวาดรูป ผมจำเป็นต้องมีเครื่องลับจินตนาการผมให้เฉียบคม เช่นว่า ต้องมีหัวกะโหลก มีซากของสัตว์กินเนื้อ กีบเดี่ยวหรือกีบคู่ เอาไว้เรียนกายวิภาค ไว้เขียนรูปในทางทัศนศิลป์ ...ผมต้องมีสัตว์กินเนื้อ ต้องมีเขี้ยว เล็บ หนัง เพราะว่าทั้งรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส มันเร้าอารมณ์และทำให้จินตนาการผมเฉียบคม ถ้าเผื่อผมไม่ได้สัมผัสกับของพรรค์นี้ จินตนาการจะพุ่งขึ้นมาเป็นทิพย์ภาวะหรืออะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าธรรมชาติไม่ได้ และเมื่อผมมีแล้ว ก็เหมือนมีเรือ ผมข้ามฟากได้แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาแบกเรือข้ามไป ผมก็เอาเรือไว้ให้คนอื่นได้ข้ามต่อไป เพราะฉะนั้นข้าวของที่ผมมี ผมไม่เคยมองว่าเป็นสมบัติมีค่า ผมเอาไว้ทำงาน เวลาเขียนรูป เอาไว้เป็นแรงบันดาลใจ 

 

          สำหรับผม สมบัติบ้านี้ยังนับว่าน้อย ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมจะต้องเล่าเรียนศึกษา นำเอาแก่นแกนเหล่านั้นมาเคี่ยวกรำจนกระทั่งมันตกผลึก จึงนำมาสู่งานศิลปะของผม เพราะฉะนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีสมบัติบ้าเหล่านี้ไว้ อันนี้คือทั้งเหตุและผลและที่มาที่ไปของมัน 

 

          บ้านดำ นางแล ทุกอย่างที่สะสมอยู่ในบ้านทุกๆ หลัง มีประโยชน์กับการทำงานศิลปะของอาจารย์ถวัลย์ทั้งสิ้น และในปัจจุบันบ้านดำก็ได้กลายเป็นสมบัติอันล้ำค่าของแผ่นดิน

 

 

           พิพิธภัณฑ์บ้านดำ เป็นหนึ่งในโครงการ บ้านศิลปินแห่งชาติ ปัจจุบันกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้พัฒนาพื้นที่ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านงานศิลปะ ทั้งด้านวรรณศิลป์ ทัศนศิลป์ และศิลปะการแสดง เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ ทักษะ และความคิดสร้างสรรค์ให้แก่เยาวชน นักศึกษาและประชาชน 

 

          พิพิธภัณฑ์บ้านดำ เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ค่าเข้าชม ๘๐ บาท) ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐๑๗.๐๐ . 

 

          ตั้งอยู่ที่ บ้านดำ นางแล ๔๑๔ หมู่ ๑๓ ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ๕๗๑๐๐ 

 

          สามารถเดินทางได้โดยใช้ถนนเส้น ซุปเปอร์ไฮเวย์ตรงไปทางแม่สาย ผ่านมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายไปประมาณ กิโลเมตร ถึงหมู่บ้านนางแล ให้สังเกตซ้ายมือจะเป็นบริษัทเสริมสุข จากนั้นจะเห็นซอยทางด้านซ้ายมือ ให้เลี้ยวไป ตามเส้นทางจะมีป้ายสีฟ้าบอกทางเป็นระยะ จากปากซอยถึงบ้านดำ ประมาณ ๓๐๐ เมตร

 

เรื่อง/ภาพ : นันทพัฒน์ สุรสิงโตทอง 

Hits: 173