ลมหายใจแห่ง เรือกอและ

ชื่นชม เรือกอและ ลำงาม ลอยลำเป็นศรีสง่าเหนือน่านน้ำบางนรา สำแดงฝีมืองานช่างชำนาญศิลป์แห่งพื้นถิ่นดินแดนงามด้ามขวานทอง  

    “เรือกอและสีสันสะดุดตา บอกเล่าเรื่องราววิถีชุมชนคนเลและชาวนราที่หวังจะอนุรักษ์ภูมิปัญญาแห่งบรรพบุรุษ และส่งเสริมนางฟ้าทะเลใต้ของพวกเขาให้เป็นที่สนใจของคนรุ่นใหม่ ผู้ซึ่งจะสืบสานมรดกวัฒนธรรมนี้ไว้ แล้วส่งต่อไปสู่ลูกหลาน เพื่อมิให้เหลือไว้เพียงแค่เรื่องเล่าหรือกลายเป็นหนึ่งในตำนานแห่งท้องทะเลไทย ดินแดนปักษ์ใต้บ้านเรา 

    เรือกอและ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรือหาปลา แต่ทว่าเป็นภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษของชาวจังหวัดสงขลา ปัตตานี และนราธิวาส ด้วยรูปลักษณ์อันปราดเปรียวแคล่วคล่อง ลวดลายที่สวยงาม สีสันสดใส เรือนี้มีลักษณะคล้ายตัวปลา มันจะเรียว ชูหัวกับหางขึ้น สามารถฝ่าคลื่นลมทะเลได้เป็นอย่างดี จึงมีสมญานามนางฟ้าทะเลใต้กลายเป็นวัฒนธรรมการคมนาคมของคนแถบชายฝั่งมาตั้งแต่ครั้งโบราณ มีไว้ใช้เป็นพาหนะเดินทางและประกอบสัมมาอาชีพด้วยการทำประมงชายฝั่ง 

    เรื่องราวของเรือกอและเกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อใด หลักฐานไม่ชัดเจน มีเพียงข้อสันนิษฐานว่าอาจมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย นำเข้ามาพร้อมกับการเผยแผ่ศาสนาอิสลาม และการตั้งรกรากของชาวมุสลิมบริเวณพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย สั่งสมเป็นภูมิปัญญาวิชาการต่อเรือเพื่อประกอบสัมมาอาชีพ โดยมีแหล่งต่อเรือที่นับได้ว่าเคยยิ่งใหญ่อยู่ที่บ้านปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีการต่อเรือลำโตเพื่อใช้ในการประมงจริง และทำเรือกอและจำลองเป็นของที่ระลึกเพื่อการจำหน่ายสร้างรายได้เสริม 

     เรือกอและ เป็นเรือประมงที่ใช้ในแถบภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ต่อด้วยไม้กระดาน โดยทำส่วนหัวและส่วนท้ายสูงขึ้นจากลำเรือ หรืออีกแบบจะเป็นแบบหัวสั้นและท้ายตัด นิยมทาสีพื้นตลอดลำเรือ แล้วเขียนลวดลายด้วยสีสันที่สดใส เกื้อหนุนให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเรือกอและ ซึ่งก่อเกิดจากการผสมผสานศิลปะลายไทย ลายมลายู และลายชวาเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกลืนสวยงาม ด้วยฝีมือและจินตนาการของจิตรกรพื้นบ้านที่มีภาพสิ่งแวดล้อมรอบตัว อันได้แก่ ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ สังคมความเป็นอยู่ เป็นพื้นฐาน 

    สถานการณ์ของเรือกอและเริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกับวิถีชีวิตการทำประมงของชาวเลที่ผันแปร ทำให้เรือกอและแท้หาดูหาชมได้ยากยิ่ง ส่วนใหญ่ที่พบเจอจะเป็นเรือกอและท้ายตัด เพื่อวางเครื่องยนต์และใส่หางยาวแทนการใช้เรือพายและแล่นใบออกทะเลดั่งกาลก่อน เรือเกือบทั้งหมดถูกนำไปดัดแปลงติดเครื่องยนต์เพื่อใช้เป็นเรือประมงออกทะเลหาปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ ให้ได้ในปริมาณมากยิ่งขึ้น แต่ยังหลงเหลือเค้าเดิมของเรือกอและในสมัยที่คนเฒ่าคนแก่คุ้นเคยอยู่บ้างด้วยการทาสีและลงลวดลายของเรือนั้นเอง

    อีกทางเลือกหนึ่งของชาวชุมชนบ้านทอนฮีเล (บ้านทอน) จึงใช้วิธีอนุรักษ์เรือกอและไว้ด้วยการทำเรือกอและจำลองเพื่อทดแทนในบางสิ่งที่สูญหายไป 

    มะตัรมีซี บิน มามุ ช่างทำเรือกอและจำลองฝีมือดีคนหนึ่ง เล่าว่า เมื่อสิบปีที่ผ่านมาที่บ้านทอนฮีเล (บ้านทอน) ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมง ชุมชนมีฐานะค่อนข้างยากจน ประกอบอาชีพชาวประมง และไปรับจ้างทำงานนอกพื้นที่ ทำให้บางครอบครัวมีเพียงแม่และเด็กที่ต้องอยู่กันเองและรอคอยการกลับมาของหัวหน้าครอบครัว เด็กวัยรุ่นที่ไม่ได้เรียนหนังสือและไม่มีงานทำ ก็จะจับกลุ่มนั่งคุยนั่งเล่นปล่อยให้วันเวลาผ่านพ้นกันไปโดยไม่ได้ก่อเกิดประโยชน์ใดเป็นชิ้นเป็นอัน

    ด้วยความห่วงใยในภูมิปัญญาบรรพบุรุษและความผูกพันที่มีต่อเรือกอและ ไม่อยากให้สูญหายไปกับกาลเวลา ด้วยที่ว่าเขาเติบโตมาพร้อมกับการได้เห็นภาพของเรือกอและวิ่งโต้คลื่นเข้าฝั่งและออกทะเลไปหาปลา ยังคงเป็นความรู้สึกที่ดีงาม เขากับเพื่อน รุสลี บินดอเลาะ จึงเกิดแนวคิดว่าจะทำให้ชุมชนบ้านทอนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้การทำเรือกอและจำลอง เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำเรือกอและ และพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้สู่สังคม เพื่อสร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับชุมชน  

    ต่อมาจึงได้มีการชักชวนเด็กและเยาวชนเข้ามาฝึกหัดทำเรือกอและจำลองอย่างจริงจัง เกิดการรวมกลุ่มกันขึ้น ในช่วงเวลาหลังเลิกเรียนแล้วในแต่ละวัน โดยจัดสถานที่เป็นลานกิจกรรม ทางศูนย์ฯ จัดหาอุปกรณ์ ประกอบด้วยกระป๋องสี พู่กัน ดินสอ เครื่องกรอไม้ เสื่อกระจูด หลอดไฟนีออน และจ้างครูผู้เชี่ยวชาญมาสอนการทำเรือ เพื่อให้เกิดการต่อยอดและถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นปัจจุบันสู่รุ่นใหม่ในอนาคตออกมาเป็นเรือกอและจำลองลำน้อยแต่ทว่างดงาม สะท้อนภาพความงามของจิตใจเยาวชนตัวเล็กๆ 

    การทำงานด้วยใจที่รักในงานศิลปะ ผลสัมฤทธิ์จึงบังเกิดขึ้นจริงดั่งใจคาดหวัง การรวมกลุ่มสร้างงานเรือกอและจำลอง นอกจากจะช่วยกันสร้างรายได้และทำให้คุณภาพชีวิตที่นี่ดีขึ้น สำหรับเยาวชนและครอบครัวแล้ว ยังปรากฏเป็นภาพพจน์ที่ดีงามในสายตาของคนภายนอกด้วยว่า ที่นี่ไม่มีภาพของเด็กวัยรุ่นนั่งจับกลุ่มมั่วสุมอย่างไม่มีประโยชน์อีกต่อไป 

     ก่อนหน้านี้ในหมู่บ้านมีคนทำเรือกอและจำลองอยู่แล้ว เป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวแล้วประสบปัญหาขาดทุนบ้าง ถูกโกงราคาจากพ่อค้าคนกลางบ้าง ทำให้ต้องเลิกทำอาชีพเสริมนี้ไปหลายราย ต่อมาเมื่อได้มีการจัดตั้งกลุ่มทำงานร่วมกันในนามศูนย์การฝึกทำเรือกอและจำลอง เพื่อให้มีความเข้มแข็ง พยายามหาคนดีมีฝีมือมาอยู่ด้วย จัดหาอุปกรณ์และสร้างที่พำนักให้ โดยมีเป้าหมายให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ สร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับคนในชุมชน 

    เรือกอและจำลอง รูปทรงและสีสันเหมือนของจริง เพียงแต่ย่อส่วนลงมาเท่านั้น มะตัรมีซี บิน มามุ ช่างฝีมือชั้นครูของเด็กๆ และเคยได้รับรางวัลจาการประกวดทำเรือจำลองมาแล้ว เขาเล่าว่าตนเองมีความรักในงานศิลปะ การวาดลวดลายและลงสีสัน สนใจงานด้านการประยุกต์สร้างสรรค์ลวดลายใหม่ๆ เขาสามารถใช้เวลาทั้งวันอยู่กับกระป๋องสีและแบบร่างเรือกอและ เพื่อทำเรือกอและจำลองแต่ละลำให้เหมือนเรือกอและลำโตให้ได้มากที่สุด 

    ผมทำเรือจริงๆ ไม่เป็น แต่รู้ว่ามันยิ่งใหญ่ ไม่อยากให้คนรุ่นหลังลืมมัน เรือจำลอง คือ สิ่งที่จะบอกให้คนรุ่นใหม่รู้จัก เรียนรู้ และสืบทอดมรดกของชุมชนสักวันหนึ่ง หากมีโอกาสเขาก็จะขอลองลงวาดลวดลายและลงสีเรือจริงๆ บ้าง ถึงวันนั้นเขาก็มั่นใจว่าจะต้องทำได้อย่างแน่นอน 

    ในทุกขั้นตอนของการทำเรือกอและจำลอง จะต้องมีความรู้ความเข้าใจ และมีความระมัดระวังความพลาดหรือการผิดแบบเพราะจะทำให้เสียเนื้อไม้ เรือจำลองนิยมใช้ไม้กระท้อนซึ่งเป็นไม้เนื้ออ่อนที่แกะสลักง่าย ตัดรูปได้ มีความทนทานดีพอสมควร นำไม้มาฉลุลวดลายตามแบบที่ร่างเอาไว้ ลวดลายจะเกิดจากจินตนาการของเยาวชนเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจที่เราพบว่า เยาวชนจะมีพรสวรรค์ที่เฉียบคม เพราะเพียงนำแบบมาให้ดูเขาก็จะพยายามสร้างสรรค์หรือผสมแบบและวาดลวดลายใหม่ได้ตามที่เขาคิดเอง แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นลวดลายแปลกใหม่บนลำเรือกอและจำลองได้อย่างสวยงาม

    การรวมกลุ่มของเยาวชนเพื่อสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะถ่ายทอดออกมาเป็นเรือกอและจำลองลำน้อยสีสันงดงาม สะท้อนภาพวิถีชีวิตของคนในชุมชน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านชาวเลแห่งนี้ ภายในศูนย์ฝึกทำเรือกอและจำลองจะมีการจัดเตรียมกระป๋องสี พู่กัน ดินสอ เครื่องกรอไม้ เสื่อกระจูด และหลอดไฟนีออน เอาไว้อยู่แล้วอย่างพร้อมเพรียง

     เมื่อวาดลายหรือลงฉลุเสร็จแล้วก็ถึงขั้นตอนการลงสี ที่ต้องใช้ความประณีตมาก สีที่ใช้คือสีน้ำมัน คนที่ลงสีจะต้องระมัดระวังไม่ให้พลาด มิเช่นนั้นจะต้องลบสีออกและลงร่างลวดลายใหม่ทั้งหมด ทำให้เสียทั้งแรงกาย เวลา และต้นทุนการผลิต เมื่อเรือกอและลำใดลงสีเสร็จสิ้นทั้งลำเรือแล้ว นั่นหมายถึงการทำงานแบบมีส่วนร่วมของทุกคน

    การประกอบเรือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำเรือกอและจำลอง ช่างจะนำส่วนประกอบต่างๆ มาประดับตกแต่งบนตัวเรือ เช่น ไม้พาย หางเสือ เสากระโดง ใบเรือ เป็นต้น แล้วนำเรือมาวางไว้บนฐานรองรับเรือเป็นการสิ้นสุดการทำเรือกอและจำลอง

    การเขียนลวดลายบนลำเรือด้วยการผสานลายไทย ลายมลายู และลายชวาให้กลมกลืนและลงตัวอย่างต่อเนื่องกันตลอดทั้งลำเรือโดยฝีมือและจินตนาการของจิตรกรพื้นบ้าน มีสัดส่วนของลายไทยอยู่มากที่สุด ลายที่นิยมเขียนกันมากได้แก่ ลายกนก ลายบัวคว่ำบัวหงาย ลายหัวพญานาค และลายหัวนกในวรรณคดี เช่น บุหรงซีงอ หรือสิงหปักษี (ตัวเป็นสิงห์ หัวเป็นนกคาบปลา) ไว้ที่หัวเรือ ด้วยเชื่อว่ามีฤทธิ์มากและดำน้ำเก่ง จึงเป็นที่นิยมของชาวเรือ ความสวยงามและโดดเด่นของลวดลายบนลำเรือ ได้รับการยกย่องจนเป็นที่เลื่องลือว่าวิจิตรดั่งเทวามารังสรรค์   

    

     ราคาเรือกอและจำลอง ขึ้นอยู่กับรูปทรง ลวดลายและขนาดของเรือ เรือลำเล็กที่สุดมีขนาด -. นิ้ว ราคาประมาณ ๒๐๐ บาท ลำใหญ่ที่สุดประมาณ เมตร ราคาประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท ในการจัดประกวดเรือกอและจำลองมีอยู่เสมอ จึงทำให้ช่างทำเรือต่างพยายามทำเรือที่สวยงามอย่างสุดฝีมือเพื่อส่งเข้าประกวด ชาวบ้านทอน ตระหนักรู้คิดและให้ความสำคัญกับเรือกอและ ทั้งเรือจริงและเรือจำลอง ตระหนักว่าเป็นดั่งสมบัติของชุมชนแห่งนี้ ความหวังและความฝันจากอดีตสู่ปัจจุบันที่ตั้งใจจะทำให้ดีที่สุด เพื่อว่าในอนาคต เรือกอและหรือนางฟ้าทะเลใต้ของพวกเขาจะได้มีโอกาสไปอวดโฉมประกาศศักดิ์ศรีความเป็นเรือ ที่ทรงคุณค่าด้านมรดกวัฒนธรรมได้ในสายตาของปวงประชานานาชาติ ปลายทางที่คาดหวังไว้นั่นคือ การอนุรักษ์ลวดลายเรือกอและ ซึ่งเป็นดั่งสมบัติของชุมชนให้ได้รับการสืบทอดจากคนรุ่นปัจจุบัน ไปสู่คนรุ่นใหม่ในอนาคตอย่างต่อเนื่อง  

    ศูนย์ทำเรือกอและจำลองบ้านทอน เลขที่ ๒๕๖/ ทอนฮีเล หมู่ ๑๐ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ๙๖๐๐๐ เป็นแหล่งต่อเรือกอและทั้งของจริงและเรือจำลอง ลักษณะเป็นหมู่บ้านชาวประมงไทยมุสลิม ตั้งอยู่ติดชายทะเล ชายหาดขาวสะอาดทอดยาวและยังคงความเป็นธรรมชาติ ห่างจากตัวเมืองไปตามเส้นทางนราธิวาส-บ้านทอน (ทางหลวง ๔๑๓๖) ประมาณ ๑๖ กิโลเมตร ติดต่อ นายรุสลี บินดอเลาะ โทรศัพท์ ๗๓๕๖ ๕๐๒๔ Email : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Hits: 4472