ศิลปะคือประสบการณ์ ตำนานครูศิลปิน

 

ผมคือครูศิลปะ ไม่ใช่ศิลปิน ผลงานที่ทำเพื่อค้นคว้าทดลองไปใช้ ในการเรียนการสอนและ ผลงานของผมคือลูกศิษย์ไม่ใช่ภาพเขียน

 

           เมื่อมีโอกาสได้รับมอบหมายให้เขียนถึงครูผู้ถ่ายทอดวิชาศิลปะ เมื่อครั้งผู้เขียนยังศึกษาในชั้นอุดมศึกษาภาพความทรงจำเก่าๆ อันแสนประทับใจที่มีต่อครู ผุดขึ้นมาในความทรงจำภาพแล้วภาพเล่า ครูเป็นคนอารมณ์ดีและมีอารมณ์ขันเป็นที่สุด การเรียนศิลปะกับครูจึงสนุกและน่าค้นหาเสมอ ครูมีมุมที่สอนให้เราเข้าใจด้วยการทำให้เห็น มากกว่าพูดให้เข้าใจแต่เพียงอย่างเดียว ในสมัยที่ครูจบมาจากต่างประเทศและสร้างงานศิลปะมากมาย ผลงานที่โดดเด่นยิ่งคือภาพเกี่ยวกับวัด และภาพผู้หญิง จากแนวคิด วัดถือเป็นแหล่งความรู้ เป็นสถานที่สั่งสมซึ่งความดี ความศรัทธา ความหวัง และความสามัคคีของชุมชน ส่วนผู้หญิงเป็นสัญลักษณ์ของความเอื้ออาทร ความรัก ความอบอุ่น ความอุดมสมบูรณ์ และความเท่าเทียมกัน ครูจึงมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะจิตรกรสีน้ำอันดับต้นๆ ของประเทศ ครูอารี สุทธิพันธุ์ 

 

กระบวนการบ่มเพาะการเรียนรู้ที่แตกต่าง

          คนเป็นครูนั้น ให้ความรักศิษย์ได้ ให้ความคิดไม่ได้ แต่สอนให้คิดได้ การสอนที่ดี ต้องเริ่มที่ศิษย์โดยตรงตามความจริงที่ว่า ให้เขารู้สองสิ่งแล้ว เขาจะคิดถึงสิ่งที่สามได้ ให้เขาเห็นดวงอาทิตย์ เห็นหยดน้ำ เขาจะคิดถึงสิ่งที่สาม รุ้งกินน้ำได้” นี้คือครู

          ครูอารี สอนศิลปะแนววิทยาศาสตร์ ท่านสอนศิษย์ให้รู้จักการทดลองค้นคิดวิธีการในการสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยวิธีการต่างๆ มากมาย ด้วยแนวคิดที่ว่า “ให้มองงานศิลปะที่กระบวนการ (process) มากกว่ามองที่ผลงานสำเร็จ (product)” คำพูดหนึ่งของครูอารี ที่ผู้เขียนยังจดจำได้ดีคือ “อย่ากลัวที่งานของคุณจะไม่สวย ทำอย่างไรให้มันแตกต่าง แต่มีอัตลักษณ์เป็นของตนเอง ให้ผู้คนสามารถจดจำได้” ครูมีวิธีการสอนที่แตกต่าง มีชั้นเชิง และให้บทเรียนที่ต้องจดจำไปนานแสนนาน 

          ครั้งหนึ่ง ในชั่วโมงแรกของการเรียนวิชาจิตรกรรมสีน้ำมัน ครูนำภาพสีน้ำมันภาพหนึ่งตั้งไว้หน้าชั้นเรียนแล้วถามพวกเราว่า ภาพนี้วาดเมื่อไหร่ พวกคุณว่าสีแห้งหรือยัง ลูกศิษย์ก็ตอบเดาๆ กันไปต่างๆ นาๆ แต่ท่านกลับเฉลยว่า “ทำไมต้องเดา มาแตะดูสิ ศิลปะมันพิสูจน์กันได้” ครูเริ่มต้นให้บทเรียนแรกกับพวกเราได้อย่างที่ยากจะลืมเลือน ครั้นเมื่อได้เรียนรู้เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว พวกเราได้รับการถ่ายทอดกระบวนการต่างๆ ในการเขียนภาพสีน้ำมันแล้ว ครูได้สั่งงานให้พวกเราวาดภาพสีน้ำมันโดยให้เวลา  เดือน แล้วนำมาส่งเพื่อเป็นการทดสอบกระบวนการเรียนการสอนไปในตัว

          เมื่อครบกำหนดส่งงานท่านให้พวกเรานำภาพวาดมายืนเรียงกันบนพื้นสนามที่เต็มไปด้วยทราย แล้วให้เราผลักภาพวาดสีน้ำมันคว่ำลงบนพื้นทราย ภาพของใครมีทรายติดขึ้นมาในภาพ แสดงว่าเป็นภาพที่เพิ่งวาดเพิ่งทำเพราะสียังไม่แห้งเป็นหลักฐานในการเผางาน (ทำแบบลวกๆ ด่วนๆ) มาส่งครูนั่นแสดงถึงความรับผิดชอบในการทำงาน ครูต้องการให้เราใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ ตกผลึกความคิด และถ่ายทอดลงบนผืนผ้าใบให้ได้ภาพหรือผลงานที่ดีจึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์นั่นเอง 

 

วิทยาศาสตร์กับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

          คำพูดดังกล่าวพิสูจน์ด้วยแนวคิด แนวการสอนของครู “เป็นครูศิลปะก็ต้องทำงานศิลปะด้วย ต้องศึกษาค้นคว้าทดลองเทคนิคใหม่ๆ ตลอดเวลา ผลงานศิลปะที่ทำก็เป็นการศึกษาค้นคว้า เมื่อทดลองแล้วได้ผลอย่างไรนั่นคือการเตรียมการสอนเพื่อถ่ายนำมาถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์” การนำสิ่งรอบๆ ตัวมาใช้กับการสร้างงานศิลปะเกลือ น้ำตาลที่อยู่ในครัว แอลกอฮอล์ที่อยู่ในตู้ยา หรือแม้แต่กองทรายข้างๆ ถูกนำมาใช้ในขณะที่ทำการระบายภาพสีน้ำ เกิดอะไรขึ้นเมื่อระบายสีน้ำแล้ว ในขณะที่ยังไม่แห้งแล้วสลัดเกลือลงไป และเมื่อเทียบกับการสลัดน้ำตาล ทราย หรือแอลกอฮอล์ลงไป หรือแม้กระทั่งการใช้ฟองน้ำหลากขนาดจุ่มสี แต้ม แปะ ลาก ลงบนภาพผสมผสานกับการใช้ใบไม้หรืออะไรก็ตามที่ไม่ใช่พู่กันวาดภาพ เป็นการสอนแบบทดลองทำ ภาพที่ได้ผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างไร สิ่งเหล่านี้จะถูกจดจำ แล้วนำไปใช้ในกระบวนการเขียนภาพสีน้ำ เพื่อให้เกิดร่องรอยหรือพื้นผิวที่แตกต่างกัน เมื่อลูกศิษย์ได้เทคนิคที่ตนเองชอบแล้ว งานศิลปะก็จะตามมาเอง กลายเป็นผลงานภาพที่สวยงามด้วยเทคนิคต่างๆ อาจกล่าวได้ว่ากระบวนการเหล่านี้ เปรียบได้กับการทำการวิจัย ค้นคว้า ทดลองทางวิทยาศาสตร์นั่นเอง 

          การมีอาชีพเป็นครูศิลปะ คล้ายกับคนทำสวน ต้องทำด้วยใจรัก สม่ำเสมอ เมื่อใดที่ลูกศิษย์จบแล้วมีงานทำ อยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างมีความสุขและเต็มใจช่วยเหลือผู้อื่น ก็ถือว่าได้ทำหน้าที่โดยสมบูรณ์ หรือเมื่อใดที่ดอกไม้ในสวนบานส่งกลิ่นหอมไกล ก็รู้สึกภูมิใจว่าได้ทำหน้าที่ของคนสวนอย่างเต็มที่แล้ว

          ครูอารี สุทธิพันธุ์ เป็นครูศิลปะนอกแบบทางความคิด เป็นการคิดนอกกรอบหรือคิดทวนกระแส การสอนศิลปะด้วยการคัดค้านการเรียนการสอนศิลปะด้วยการเลียนแบบ ทำหน้าที่เป็นครูสอนศิลปะและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ โดยจะเน้นการเรียนการสอนศิลปะด้วยวิธีธรรมชาติที่เรียกว่า The Natural Way to Draw and Painting เป็นการวาดภาพจากนอกเข้าใน (Outside-In) เช่น การวาดภาพแสดงทรงหรือการวาดตามที่สัมผัส (Contour Drawing) การวาดจากท่าทาง (Gesture Drawing) การเขียนน้ำหนัก (Weight Drawing) เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาวิธีคิดและวิธีทำงานของตนให้เป็นศิลปะสมัยใหม่ และเป็นผู้นำในการบุกเบิกทางด้านศิลปะสมัยใหม่มาใช้ในการเรียนการสอนในประเทศไทยเป็นคนแรก โดยศึกษา ค้นคว้า ทดลองเทคนิคใหม่ๆ ตลอดเวลา ซึ่งมีผลงานจิตรกรรมสีน้ำและสีน้ำมันนับพันชิ้นได้สะท้อนให้เห็นเสรีภาพทางจินตนาการ ความคิดและการสร้างสรรค์ เทคนิคและกระบวนการที่ก้าวล้ำหน้าอยู่ตลอดเวลา นับได้ว่าเป็นครูศิลปะผู้บุกเบิกด้านศิลปศึกษา เป็นผู้สร้างสรรค์ศิลปะแนวทางพิพัฒนาการนิยมในกระแสสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่ไว้ในสังคมไทย

 

ภูมิหลังและประวัติของศาสตราจารย์พิเศษอารี สุทธิพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(จิตรกรรม) พุทธศักราช ๒๕๕๕

          ศาสตราจารย์พิเศษอารี สุทธิพันธุ์ หรือ ครูอารี เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม .. ๒๔๗๓ ที่จังหวัดราชบุรี เริ่มการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมจนถึงมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดราชบุรี  เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเพาะช่าง ในสมัยหลวงกวีจรรยาวิโรจน์ มีเพื่อนร่วมรุ่น เช่น ปยุต เงากระจ่าง ในระหว่างเรียนได้ทำงานให้กับบริษัทโฆษณาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เพื่อใช้เป็นทุนในการศึกษา เนื่องจากขณะนั้นพ่อและแม่ได้เสียชีวิตแล้ว โดยมีรุ่นน้อง คือ อาจารย์ประเทือง เอมเจริญ ที่ทำหน้าคอยเป็นผู้ช่วยในบริษัท ซึ่งต่อมาได้รับเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) หลังจบเพาะช่างแล้ว ครูอารีได้เข้ารับราชการที่กองอุปกรณ์การศึกษา ผลิตสื่อการเรียนการสอนให้กับกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นเวลา ปี และได้เข้าศึกษาต่อปริญญาตรี การศึกษาบัณฑิต (กศ..) สาขาอาชีวศึกษา เป็นรุ่นที่ ที่วิทยาลัยวิชาการศึกษา(วศ.) ประสานมิตร (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร) ซึ่งที่นี่เป็นที่ที่ถือได้ว่าพลิกชีวิต พลิกความคิดให้กับครู ด้วยขณะนั้นศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี ได้นำการศึกษาสมัยใหม่หรือการศึกษาแบบพิพัฒนาการนิยม (Progressivism) เข้ามาสอน เมื่อเรียนจบปริญญาตรีแล้วก็ได้เป็นครูสอนอยู่ที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร เมื่อ .. ๒๕๐๐ ขณะที่มีอายุ ๒๖ ปี ในอัตราเงินเดือน ๑๕๐ บาท สอนได้ ปี ก็ได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาโท ศิลปะ (จิตรกรรม) มหาวิทยาลัยอินดิอานา สหรัฐอเมริกา ที่นี่ได้พลิกความคิดและแนวทางในการทำงานศิลปะของครูอีกครั้ง ครูอารี ได้เรียนกับอาจารย์ที่เป็นลูกศิษย์ศิลปินใหญ่ทางด้านนามธรรม (Abstract Art) เรียนกันด้วยวิธีสมัยใหม่ พลิกวิธีการเรียนศิลปะให้แปลกและแตกต่าง มีการสอนด้วยวิธีใช้เส้นรอบรูป (Contour Drawing) ใช้รูปและพื้น แทนที่จะเป็นการ เขียนแบบแสงและเงาเพียงอย่างเดียว

          ในระหว่างศึกษาที่มหาวิทยาลัยอินดิอานา ได้มีโอกาสร่วมทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนศิลปวัตถุของประเทศไทยกับประเทศสหรัฐอเมริกา โดยฝ่ายสหรัฐอเมริกา มีอาจารย์ของครูอารี คือ ธีดอร์โบวี (Thedore Bowie) เป็นประธานโครงการ ส่วนฝ่ายประเทศไทยมี นายธนิต อยู่โพธิ์ เป็นผู้อำนวยการโครงการ และหม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศสกุล เป็นภัณฑารักษ์ ได้นำศิลปวัตถุจากไทยไปจัดแสดงที่สหรัฐอเมริกาในพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในหลายๆ เมือง เช่น อินดิอานา นิวยอร์ก บอสตัน โอไฮโอ แซนแฟรนซิสโก ลอสเเอนเจลิส ซีแอตเทิล แคลิฟอร์เนีย โดย ครูอารี ได้ร่วมเดินทางไปในโครงการด้วย ทำให้มีประสบการณ์ในการศึกษาดูงานศิลปะตะวันตก ในพิพิธภัณฑ์หลายแห่งของสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสศึกษา กับนักประวัติศาสตร์ศิลป์ชั้นนำของอเมริกา คือ เฮนรี่ อาร์โฮป (Henri R.Hope) และเอลเบิร์ต อี. เอลซัน (Elbert E.Elson ) ซึ่งครูอารี เคยเล่าว่า ผมเองภูมิใจที่ได้เรียนประวัติศาสตร์ศิลป์กับครูอเมริกันที่ยิ่งใหญ่มาก” 

          หลังจากจบปริญญาโทจากอเมริกา .. ๒๕๐๔ ครูอารีได้กลับเข้าปฏิบัติราชการในตำแหน่งและสังกัดเดิม จนเกษียณอายุราชการ นอกจากประสบการณ์สอนในประเทศไทยแล้ว ยังมีประสบการณ์สอนในต่างประเทศด้วย โดยได้ไปสอนที่มหาวิทยาลัย อิลลินอยส์ สเตท ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ไปฝึกอบรมวิชาการออกแบบโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ประเทศมาเลเซียอีกด้วย

          ครูอารีได้จัดแสดงนิทรรศการทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนไม่น้อย เช่น จิตรกรรมสีน้ำมัน Action Painting อิทธิพล American Expressionism เป็นครั้งแรกในเมืองไทย (.. ๒๕๐๔) ซึ่งรูปแบบดังกล่าวกำลังเป็นที่  นิยมในอเมริกา ที่ A.U.A. Language Center .. ๒๕๓๒ /นิทรรศการสีน้ำ “Women” Illinois State University U.S.A และที่ Thai Art Gallery, L.A., U.S.A /นิทรรศการ “Thailand Invitation Watercolor Exhibition ๒๐๐๔” สีลม แกลอเรีย /นิทรรศการธารศิลป์ รักษ์จิตรกร ครั้งที่ - (.. ๒๕๕๑-๒๕๕๓) นิทรรศการชุดไฟไหม้ /ชุดคนสังเคราะห์ /ชุดรามเกียรติ์สมัยใหม่ และจิตรกรรมสีน้ำ วัด ทิวทัศน์ และผู้หญิง COLLIWOSPA (Colors, Light, Woman, Space) /นิทรรศการ “Drawing” ครั้งที่ ๔๔ กรุงเทพฯ (.. ๒๕๔๙) เป็นต้น ล่าสุดในวาระครบรอบ ๘๘ ปี .. ๒๕๖๑ ครูอารี ก็มีนิทรรศการ “Outside In อารี สุทธิพันธุ์ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

           นอกจากนั้น ครูอารี ยังเป็นผู้บุกเบิกการเขียนตำราด้านประวัติศาสตร์ศิลปะของประเทศไทย หนังสือเล่มแรกที่เขียนคือ ศิลปนิยม” ท่านเขียนงานสาระวิชาการไว้มากมาย อาทิ ศิลปะกับมนุษย์ เข้าใจจิตรกรรม ปรัชญาศิลปะ การออกแบบ ประวัติศาสตร์ศิลป์ ศิลปะที่มองเห็น การระบายสีน้ำ การวาดเขียน แบบฝึกปฏิบัติระบายสีน้ำ ทัศนศิลป์กับความงาม มนุษย์กับจินตนาการ ประสบการณ์สุนทรียะ สวะความคิด พลังความคิดทัศนศิลป์ฯลฯ อีกทั้งยังร่วมเขียนแบบเรียนศิลปศึกษา แบบเรียนทัศนศิลปศึกษา แบบเรียนศิลปนิยม แบบเรียนการวาดเขียน แบบเรียนจิตรกรรม ตลอดจนผลงานเขียนบทความและเอกสารประกอบการสอนและบทความทางด้านศิลปะปรากฏในสื่อต่างๆ เป็นจำนวนมาก

 

เกษียณอายุราชการแต่ไม่เคยเกษียณจากการสอน

          ครูอารี เกษียณอายุราชการ ตําแหน่งรองศาสตราจารย์ประจําภาควิชาศิลปะและวัฒนธรรมคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เมื่อ .. ๒๕๓๔ รวมระยะเวลาที่ปฏิบัติการสอนในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ๓๔ ปี  หลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว ครูยังคงสอนมาโดยตลอด โดยการรับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษสอนในทุกระดับชั้นตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ให้กับหลายสถาบัน รวมทั้งการสอนศิลปะตามอัธยาศัย ภายใต้ชื่อกลุ่ม “ศิลปะตามอัธยาศัย

          ในปี .. ๒๕๓๘ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เป็นศาสตราจารย์พิเศษ ในสาขาทัศนศิลป์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และได้รับพระราชทานปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาทัศนศิลป์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในปี ๒๕๔๓ ครูอารีได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญบำเหน็จในราชการถึง ครั้ง โดยครั้งหลังสุดได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก (..)

          ในปี ๒๕๕๕ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ประกาศเกียรติคุณยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พุทธศักราช ๒๕๕๕ โดยเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อรับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติ เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ .. ๒๕๕๖  ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาพระราชวังดุสิต

          แม้วัยล่วงเลยมาถึง ๘๘ ปีแล้ว แต่ครูก็ยังมีไฟ และไม่เคยเกษียณจากงานสอน ครูอารีไม่ได้สอนลูกศิษย์ให้เป็นศิลปิน แต่สอนลูกศิษย์ให้เป็นครูศิลปะ ที่สามารถแก้ปัญหาในการทำงาน ในการสร้างสื่อการเรียนการสอน ที่สามารถดึงศักยภาพของเด็กที่สอนออกมา โดยการใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร ทำให้ผู้เรียนศิลปะมีความสุข ปัจจุบันครูอารีมีสานุศิษย์มากมายทั้งในระบบและนอกระบบ อาทิ วิรุณ ตั้งเจริญ อำนาจ เย็นสบาย นพศร นครพนม นุกูล ปัญญาดี เป็นต้น

 

คุณูปการอันยิ่งใหญ่ของครูอารี สุทธิพันธุ์

          เมื่อจบเป็นมหาบัณฑิต ครูอารีกลับมาสอนและเริ่มเปิดศักราชใหม่แห่งวงการศึกษาศิลปะของไทย ในปีพ.. ๒๕๑๑ ได้เปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีทางการศึกษาศิลปะ” หรือ “ศิลปศึกษา” เป็นหนทางสายใหม่ให้กับผู้ที่รักจะเรียนศิลปะอีกทาง ด้วยขณะนั้นสถาบันศึกษาศิลปะของไทย ต่างมีแนวทางชัดเจน วิทยาลัยเพาะช่าง ผลิตช่างและสร้างครูช่าง มหาวิทยาลัยศิลปากร ผลิตบัณฑิต ผลิตศิลปิน วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร สร้างครูศิลปศึกษา ซึ่งครูเล่าว่า “ตอนนั้นขาดแคลนครูศิลปะ ได้รับบัญชาจากคุณสุกิจ นิมมานเหมินทร์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการขณะนั้น ให้ผู้สอนศิลปะในโรงเรียนมัธยมศึกษาได้ปริญญาตรีให้หมดจึงได้ผลักดันจนสามารถเปิดสอนระดับปริญญาตรีในการผลิตครูศิลปศึกษาเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตรในปี ๒๕๑๑

          และเป็นผู้ขับเคลื่อนในการเปิดสอนระดับปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเอกศิลปะ ภาควิชาศิลปะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในปี ๒๕๑๙ ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนมาเป็นสาขาวิชาออกแบบทัศนศิลป์ เพื่อผลิตผู้นำและผู้สร้างสรรค์งานธุรกิจโฆษณา สิ่งพิมพ์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ เป็นต้น การรับนักศึกษาใช้วิธีรับนักเรียนที่จบมัธยมศึกษา ปีที่  สายวิทยาศาสตร์ โดยไม่ได้รับสายศิลป์หรือสายอาชีวะเหมือนที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลคือต้องการคนมีความรู้และมีเหตุผลแบบวิทยาศาสตร์เข้ามาเรียนศิลปะ โดยใช้เงื่อนไขการสอบเข้าตามคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ซึ่งผู้สอบเอ็นทรานซ์ได้ลำดับที่ -๖๐ ได้ไปเรียนที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนผู้สอบได้ลำดับที่ ๖๐-๙๐ ได้เข้าเรียนในสาขาวิชาเอกศิลปะนี้

          นอกจากนี้ยังเป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนในการเปิดสอนระดับปริญญาโทการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาศิลปศึกษา ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตั้งแต่ .. ๒๕๒๐ และเปิดสอนรุ่นแรกเมื่อ .. ๒๕๒๘ 

          นับว่าครูอารี เป็นผู้มีส่วนสําคัญในการวางรากฐานศิลปศึกษาของประเทศไทย ผลักดันให้เกิดการยกฐานะวิชาชีพครูศิลปะจากประกาศนียบัตรเป็นปริญญาบัตร เมื่อผลิตครูศิลปศึกษาได้จำนวนมาก ลูกศิษย์ที่ไปอยู่ในแต่ละวิทยาลัยครู ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยราชภัฏ ก็พัฒนาตนเองเปิดวิชาเอกศิลปะกันทั่วประเทศ ครูศิลปะในประเทศไทยจึงพอเพียงและเป็นความก้าวหน้าในวิชาการศิลปศึกษามากยิ่งขึ้น นั้นคือคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของครู

          เมื่อผมเป็นครู ผมก็อยากให้นักเรียนมากที่สุด ให้เขาไปเถอะ ทำไมน่ะหรือ เพราะผมเกิดมาหนเดียว ผมจะต้องสอนอยู่สม่ำเสมอ เพื่อให้รู้ว่าผมยังเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และการไปสอนในตอนนี้ไม่เคยหวังอะไรทั้งสิ้น ให้เขาทั้งนั้น

 

ศิลปะเพื่อสังคมในแบบ ครูศิลปะ อารี สุทธิพันธุ์” 

          ครูอารี เป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างสูงต่อวงการศิลปะและการศึกษาศิลปะสมัยใหม่หลังจบการศึกษา MFA (painting) จากสหรัฐอเมริกาเป็นคนแรกของประเทศไทย  ท่านได้นำแนวทางการเรียนศิลปะแนวใหม่เข้ามาบุกเบิกก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเรียนการสอนศิลปะในวงกว้าง โดยนำวิธีการสอนที่เรียกว่า The Natural Way to Draw & Painting มาสอน เป็นการวาดภาพจากนอกเข้าใน (Outside-in) ใช้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หรือ Child Center ครูอารีเคยกล่าวไว้ว่าผมคือครูศิลปะไม่ใช่ศิลปิน ผลงานที่ทำเพื่อค้นคว้าทดลองไปใช้ในการเรียนการสอน” และ “ผลงานของผมคือลูกศิษย์ไม่ใช่ภาพเขียน” เมื่อมารวบรวมผลงานของลูกศิษย์ที่ครูอารีได้สอนแล้วจึงพบว่าลูกศิษย์ครูอารีออกไปสร้างผลงาน สร้างความเปลี่ยนแปลง จนโด่งดัง ได้รับรางวัลและการยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับโลกมากมายถึง  วงการ คือ .วงการศึกษา .วงการศิลปะ .วงการออกแบบ .วงการครีเอทีฟและโฆษณา และยังแตกหน่อไปถึงเรื่องการศึกษานวัตกรรม ซึ่งยังคงส่งพลังอย่างต่อเนื่องถึงทุกวันนี้ นับเป็นคุณูปการที่ยิ่งใหญ่ที่ท่านได้ช่วยสร้างและพัฒนาบุคลากร (Human Capital)ให้กับประเทศชาติได้อย่างสำเร็จดียิ่งกว่า ๖๐ ปีของการเป็นครู นับได้ว่าครูอารี สุทธิพันธุ์ เป็นต้นแบบของครูศิลปะที่ทำงานศิลปะเพื่อสังคมอย่างแท้จริง  

 

 

เรื่อง/ภาพ : กัลยาณมิตร นรรัตน์พุทธิ 

Hits: 705