สองสามเพลงดังของ ครูสง่า อารัมภีร


            ตอนโน้นสมัยภาพยนตร์ไทยกำลังเฟื่อง
เริ่มจาก .. ๒๕๐๐ กินระยะเวลาต่อเนื่องเป็นสิบปี จำได้ว่าในปีหนึ่ง จะมีหนังให้ประชาชนดูเป็นร้อยเรื่อง ห้วงนั้นเองเพลงจากภาพยนตร์จึงเกิดขึ้นมากมาย 

 

            ครูสง่า อารัมภีร หรือที่คนในวงการมักเรียกชื่อเล่นว่า ครูแจ๋ว เป็นนักแต่งเพลงอีกคนหนึ่งที่สร้างผลงานเพลงไว้ในหนังไทยหลายต่อหลายเรื่อง เพลงที่โด่งดังโดนใจคอเพลง จนนำมาร้องถึงปัจจุบันก็อย่างเช่น น้ำตาแสงไต้ แต่ง .. ๒๔๘๘ จากละครเวทีและภาพยนตร์ยิ่งใหญ่เรื่อง พันท้ายนรสิงห์ เนื้อร้องมีว่า

            “นวลเจ้าพี่เอย คำน้องเอ่ยล้ำคร่ำครวญ ถ้อยคำเหมือนจะชวนใจพี่หวนครวญคร่ำอาลัย น้ำตาอาบแก้มเพียงแซมเพชรไสว แวววับจับหัวใจเคล้าแสงไต้งามจับตา นวลแสงเพชร เกล็ดแก้วอันล้ำค่า คราเมื่อแสงไฟส่องมาแวววาวชวนชื่นชม น้ำตาแสงไต้ ดื่มใจพี่ร้าวระบม ไม่อยากพรากขวัญภิรมย์ จำใจข่มใจไปจากนวล”     

            ครูแจ๋วเล่าว่า ได้เพลงนี้ตอนหลับฝันอยู่ในห้องเล็กภายในศาลาเฉลิมกรุง ตอนนั้นเห็นคนโบราณชายสามหญิงหนึ่งมาที่เปียโนแล้วบรรเลงเพลงเขมรไทรโยคกับลาวครวญให้ฟัง และหนึ่งในจำนวนนั้นได้นำวิญญาณเพลงทั้งสองมารวมไว้เป็นทำนองเพลงใหม่ เพลงทำนองใหม่ที่ครูแจ๋วได้ยินนั้นคือเพลง น้ำตาแสงไต้ หลายคนเมื่อรู้เรื่องราวที่มาก็มักพูดว่าเป็นเพลงผีบอก ซึ่งครูก็ไม่ปฏิเสธแต่ยังเพิ่มอีกว่า

            “ ... จะจริงหรือ ว่าในขณะที่ข้าพเจ้าเมาหลับหมดสติไปนั้น เป็นเวลาที่จิตสำนึกพักผ่อน แต่จิตส่วนลึกที่เรียกว่า จิตใต้สำนึกเกิดทำงานขึ้นมา และจะจริงหรือที่พี่อินเวทางค์’... ที่กินเหล้ากับผมในตอนเย็นวานได้จุดประกายพลังงานให้ผมโดยไม่รู้ตัว ...”

            จากหนังสือ ความเอย-ความหลัง เขียนโดยสง่า อารัมภีร พิมพ์ครั้งแรกที่โรงพิมพ์กรุงธน เมื่อพฤศจิกายน .. ๒๕๑๑

            เพลง ดวงใจ ประกอบภาพยนตร์เรื่องเพชรตัดเพชร ของบริษัทสหการภาพยนตร์ไทยจำกัด แต่งเมื่อ .. ๒๕๐๘ เป็นเพลงที่มียอดจำหน่ายแผ่นเสียงขายดีที่สุดจนขึ้นไปยืนระดับท็อปเท็นของการจัดอันดับเพลงดังจากรายการวิทยุเมืองไทยในปีต่อมา เนื้อเพลงมีว่า

            “ดวงใจ ทุกคนมีสิทธิ์จะรักกันได้ ถึงอยู่ห่างไกลก็ยังส่งใจไปถึง เธอเป็นคนต่างแดน แต่แนบแน่นด้วยไมตรีสูงส่ง มีใจรักมั่นคงไม่มีผู้ใดเสมอ เธอเป็นความสว่างพร่างดังเพชรประกายเลิศเลอ ฉันได้จุมพิตจากเธอ ฉันภูมิใจและสุขใจทุกคืนวัน

 

            ใครจะรู้ว่าเพลงอันดับหนึ่งที่โดนใจคอเพลง มีที่มาจากนิสิตสาวแสนงอนคนนั้น ดังที่ครูแจ๋วเคยเล่าไว้

            “ ... มีอยู่วันหนึ่งไปทำงานที่ห้างตามปกติ (หมายถึงห้างกมลสุโกศล จำกัด ย่านวังบูรพา-ผู้เขียน) แล้วนั่งรถรางไปห้องอัดเสียง พองานเสร็จตกเย็นก็นั่งรถรางกลับ ขณะที่รถวิ่งมารับคนที่สามย่านมีนิสิตชายหญิงคู่หนึ่งขึ้นมานั่งฝั่งตรงข้าม รถวิ่งถึงหัวลำโพงก็เห็นว่าสองคนนี้เริ่มมีปากเสียงกัน ทุกครั้งที่ฝ่ายชายพูดจะถูกสาวหยิกแขนทุกที

            เมื่อรถแล่นถึงเยาวราชสองคนนี้ทะเลาะกันเสียงดัง จนมาถึงหน้าวังบูรพาโรงหนังแกรนด์เมื่อรถจอดป้ายรับคนโดยสาร นิสิตหญิงลุกยืนแล้วเอากระเป๋าถือฟาดใส่หน้าอกเพื่อนชายที่นั่งอยู่ พร้อมก้าวลงรถอย่างรวดเร็ว หนุ่มนั้นเมื่อรู้สึกตัวก็ลุกขึ้นแล้วตะโกนตามหลังไปว่า

            ‘นี่...นุช ฉันมีสิทธิ์จะรักเธอนะแล้ววิ่งตามหญิงสาวลงไป พ่อผมนั่งมองดูสองคนจากไป พลันก็ได้เนื้อร้องท่อนแรกของเพลงว่า ดวงใจ ทุกคนมีสิทธิ์จะรักกันได้ ...”

            จากหนังสือ โลกนี้สีทองด้วยเพลงของพ่อ เขียนโดยบูรพาอารัมภีร พิมพ์ครั้งแรก : สำนักพิมพ์มติชน .. ๒๕๕๒

            เพลงดังของครูแจ๋วส่วนหนึ่งจึงมาจากประสบการณ์ของตัวเอง บางเพลงมาจากหนังสือที่อ่านเจอก็มีไม่น้อย

            ด้วยเป็นหนอนหนังสือตัวยงมาแต่เด็ก เวลาไปไหนมาไหนมักจะเหน็บหนังสือติดกระเป๋ากางเกงอยู่เสมอ หนังสือที่อ่านมีทุกประเภททั้งประวัติศาสตร์ วรรณคดี นิยาย เรื่องสั้น บทความ รวมไปถึงโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน บทละครก็ไม่เว้น ผู้เขียนเคยถามว่าเนื้อบางเพลงพ่อเอามาจากหนังสือ ก็ได้คำตอบว่า

            “บางคนไม่เคยอ่าน เราแต่งเป็นเพลง เขาได้ยินก็รู้จักบทประพันธ์นั้น เพลงมันเข้าถึงง่าย

            อย่างเช่นเพลง ฟังดนตรีเถิดชื่นใจ นำมาจากเนื้อเรื่องในบทละครเรื่อง เวนิสวาณิช บทพระราชนิพนธ์ในหลวงรัชกาลที่ เนื้อร้องว่า

 

            ชนใดไม่มีดนตรีกาล
            ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก
            อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ 
            เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์
            ฤาอุบายมุ่งร้ายฉมังนัก 
            มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี
            แหละดวงใจย่อมดำสกปรก 
            ราวนรกเช่นกล่าวมานี่
            ไม่ควรใครไว้ใจในโลกนี้ 
            เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ

            คอเพลงแฟนเพลงได้ยินเข้าก็ชอบใจ รู้ว่านี่คือบทพระราชนิพนธ์ที่ครูเพลงอัญเชิญมาใส่ทำนองบันทึกแผ่นเสียงให้ฟังกัน

 

            เดิมครอบครัวของครูแจ๋ว สง่า อารัมภีร หาใช่นักเพลงไม่

            แต่เนื่องเพราะได้รับการสั่งสมเรื่องเพลงดนตรีมาตั้งแต่เด็ก เคยเล่าว่ายังไม่ถึงสิบขวบก็ไปเกาะริมรั้ววังบางขุนพรหมฟังเสียงเพลงจากกระโจมวงดนตรีไทยและกระโจมวงดนตรีสากล มันเพราะเข้าหูมาแต่ครั้งนั้น

            เมื่อไปอยู่ในอุปการะของนาวาอากาศเอกสวัสดิ์กับหม่อมหลวงทรงสอางค์ ทิฆัมพร ยังได้ยินเพลงของครูพรานบูรพ์จากแผ่นเสียงรวมถึงเพลงสากลในลีลาจังหวะต่างๆ

            ต่อมาได้ร่ำเรียนดนตรีกับท่านอาจารย์พระเจนดุริยางค์ เป็นนักเรียนกองดุริยางค์ทหารทัพอากาศ รุ่น ใจจึงมุ่งโลกดนตรีเต็มตัว ทำงานแบบครบวงจรเป็นทั้งนักดนตรี เป็นผู้ควบคุมวง เป็นนักแต่งเพลงที่ได้ทั้งเนื้อร้องและทำนอง เป็นนักเรียบเรียงเสียงประสาน เป็นผู้สร้างชื่อเสียงแก่นักร้องชื่อดังในเมืองไทยหลายต่อหลายคน

            ครูแจ๋วทำงานต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าห้าสิบปีแต่งเพลงไว้เกือบ ,๐๐๐ เพลง เคยได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ เคยได้รับรางวัลตุ๊กตาทองยอดเยี่ยมและรางวัลอื่นๆ อีกหลายรางวัล

            เมื่ออายุได้ ๖๗ ปี ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล) ประจำปี ๒๕๓๑ เป็นเกียรติยศแก่ครอบครัวและวงศ์ตระกูลสืบไป   

 

 เรื่อง : บูรพา อารัมภีร
ภาพ : กองบรรณาธิการ

Hits: 257