ครูควน ทวนยก พ่อครูปี่จากแดนใต้ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน)

ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะขอทำประโยชน์ให้มากที่สุดที่จะทำได้
และเน้นในการถ่ายทอดให้อนุชนรุ่นหลัง ได้รับการสืบทอดต่อไป
โดยที่ไม่ขาดสาย และให้อนุชนได้รู้การแสดงของดนตรีภาคใต้อย่างแท้จริง
นายควน ทวนยก

 

    ความเป็นมาของนายปี่หนังตะลุง

    เบื้องหลังการละเล่น การร้องรำโนรา และการแสดงของหนังตะลุง ศิลปะพื้นบ้านเป็นที่นิยมของชาวบ้านทางภาคใต้ มีเสียงเครื่องดนตรีเป็นองค์ประกอบสำคัญ กลอง ทับ โหม่ง ฉิ่ง และปี่ สอดรับประสานกัน สร้างความเพลิดเพลิน ความสนุกสนานให้กับผู้ชมเบื้องหน้าเวที เสียงดนตรีประกอบการแสดงอาจเปรียบเทียบได้กับเครื่องปรุงรสชั้นยอดที่ขาดไม่ได้เมื่อปรุงอาหารอันเลิศรส ครูควน ทวนยก เป็นผู้ที่ได้ใช้ความสามารถเล่นดนตรีพื้นบ้านทั้งหนังตะลุง และการละเล่นโนรา โดยเฉพาะความถนัดทางด้านปี่ จนได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็นพ่อครูปี่ภาคใต้

    ควน ทวนยก หรือครูควน เกิดเมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๔๘๒ ที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เมื่อวัยเด็กได้เริ่มศึกษาวิชาดนตรีไทยครั้งแรกกับคุณปู่ คือ นายตุด ทวนยก ซึ่งเป็นหัวหน้าวงและครูสอนปี่พาทย์อยู่ที่ตำบลวัดขนุน จนอายุ ๑๒ ปี เกิดความรู้สึกรักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ จึงเริ่มต้นเรียนระนาดเอกกับปู่ ต่อมาได้เรียนระนาดทุ้ม ฆ้องวง กลองทัด ตะโพน พร้อมกันไปด้วย ฝึกเล่นอยู่ประมาณ ปี เมื่ออายุ ๑๔ ปี ได้เริ่มเรียนเป่าปี่

    โดยปู่เป็นผู้สอนให้อีกเช่นกัน พอครูควนได้เป่าปี่เกิดความรู้สึกรักและชอบปี่ ในช่วงที่เรียนปี่วงปี่พาทย์อยู่นั้นครูควนก็ได้เรียนปี่หนังตะลุงไปด้วย โดยการเรียนแบบครูพักลักจำจากนายปี่หนังตะลุงทั่วไป อายุ ๑๖ ปี จึงได้ออกโรงเป็นนายปี่หนังตะลุงตัวจริงเป็นครั้งแรกให้กับนายหนังเพียร เกาะสมุย (.. ๒๔๙๗)เนื่องจากขณะนั้นคณะนายหนังเพียรเกิดขาดนายปี่ขึ้นมาอย่างกะทันหัน ครูควน ได้ทำหน้าที่แทนได้ดีเกินคาด จนได้รับการชมเชยและยอมรับของทุกคน ครูควน จึงได้เป็นนายปี่หนังตะลุงเต็มตัวตั้งแต่นั้นมา

    จากนายปี่หนังตะลุง มาสู่นายปี่โนรา

    ขณะที่ทำงานอยู่ที่ศูนย์เครื่องมือกล จังหวัดสงขลา .. ๒๕๐๑ ท่านได้ไปเป็นนายปี่ให้คณะหนังเจือพานยาว ในงานเดียวกัน คณะโนราเติม อ๋องเซ่ง มาเล่นที่จังหวัดสงขลา แต่ขาดนายปี่โนรากะทันหัน ท่านจึงได้เริ่มต้นการเป็นนายปี่โนราให้คณะโนราเติม ต่อมา .. ๒๕๒๙ ได้มาเป็นนายปี่โนราให้กับโนรากัลยา นาฏราช โดยการชักนำและสนับสนุนจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฑัมพร ช่วงชีวิตการทำงาน ครูควนได้ใช้

    ความสามารถด้านปี่รับจ้างเป็นนายปี่ให้คณะหนังและโนราทั่วไป จนได้มีโอกาสได้เป็นนายปี่ให้กับคณะโนราพุ่ม เทวา (ขุนอุปถัมภ์นรากร) บุคคลที่ชี้แนะทางปี่โนราให้กับครูได้มากที่สุด สิ่งที่ได้รับคือเพลงรำเพลงปี่ พิธีกรรมตอนรำเพลงปี่ ตอนออกผนวช รำแทงเข้ เหยียบลูกนาว เฆี่ยนพราย และการใช้อารมณ์ในการเป่าปี่

     เริ่มต้นถ่ายทอดวิชากับการเป็นครูปี่

    เมื่ออายุราว ๓๔ ปี .. ๒๕๒๖ ครูควน ได้รับเชิญเป็น ครูสอนการเป่าปี่หนังตะลุง-โนรา แก่นักศึกษารายวิชาดนตรี พื้นบ้านภาคใต้เป็นครั้งแรก จากภาควิชาดนตรี วิทยาลัยครูสงขลา มีผู้เรียนจำนวนมาก จนผู้ที่เรียนมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในด้านการเป่าปี่ที่ได้รับการถ่ายทอดจากครูควนไปประกอบอาชีพได้ ในปัจจุบันวิทยาลัยครูสงขลา คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

    นอกจากนี้ ในปี .. ๒๕๒๙ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา ยังได้เชิญ ครูควน ทวนยก ไปเป็นวิทยากรสอนการเป่าปี่ แต่สอนได้เพียงรุ่นเดียวก็หมดโครงการ การสอนครั้งนั้นมีผู้เรียนรวม ๑๐ คน ประสบความสำเร็จทุกคนและสามารถนำความรู้ไปสอนต่อให้ศิษย์ได้เป็นอย่างดี

    รางวัลและเกียรติคุณที่ได้รับ

    ครูควน ทวนยก แม้จบเพียงประถมศึกษาปีที่ ที่โรงเรียนวัดวาส อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา แต่ได้รับเชิญเป็นครูสอนการเป่าปี่หนังตะลุง-โนรา แก่นักศึกษารายวิชา ดนตรีพื้นบ้านภาคใต้ จากภาควิชาดนตรี วิทยาลัยครูสงขลา และได้เป็นนายปี่ ให้คณะโนราวิทยาลัยครูสงขลา เดินทางไปเป่าปี่หนังตะลุงและเป่าปี่โนรา ต่างประเทศหลายครั้ง ทั้งในเอเซียและยุโรป จนได้รับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศิลปศาสตร์ โปรแกรมวิชาดนตรี จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เมื่อ .. ๒๕๔๓

    นอกจากนั้นท่านยังได้รับรางวัลและเกียรติคุณมากมาย อาทิ ได้รับพระราชทานเหรียญสมเด็จย่า จากพระหัตถ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในปี .. ๒๕๑๘ ได้รับรางวัลศิลปินดีเด่นจังหวัดสงขลา สาขาศิลปะการแสดง จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เมื่อ .. ๒๕๔๒ และในปีถัดมาท่านได้รับรางวัลราชมงคลสรรเสริญ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และได้รับประกาศนียบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติพ่อครูปี่ภาคใต้บุคคลผู้สืบสานมรดกทางดนตรีภาคใต้ ในปี .. ๒๕๕๑ ท้ายที่สุด ในปี .. ๒๕๕๓ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) ได้มอบรางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน) สาขาย่อยปี่หนังตะลุง และปี่โนรา

    ครูควน ทวนยก ปฏิบัติงานอยู่ที่สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษ และวิทยากรสอนดนตรีพื้นฐาน ด้านปี่หนังตะลุงและปี่โนรา ท่านยังคงทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้และเป็นศิลปินร่วมแสดงกับศิลปินพื้นบ้านทำการแสดงโนรา หนังตะลุง และปี่มวยไทย ครูควน ยังไม่ละทิ้งงานที่ตนรัก ไม่หยุดการสร้างสรรค์ผลงานด้านดนตรีพื้นบ้านเลย โดยได้ร่วมคิดร่วมทำโปรแกรมวิชานาฏศิลป์และ

    การละคร และโปรแกรมวิชาดนตรีของคณะศิลปกรรมศาสตร์ จัดแสดงผลงานประจำปีแลโหมศิลปกรรมร่วมกับคณะศิลปกรรมศาสตร์ มาตั้งแต่ .. ๒๕๔๒ ถึงปัจจุบัน รวม ครั้ง และยังคงใช้เวลาว่างเขียนบทหนังตะลุงเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการฝึกศิษย์ และที่สำคัญสร้างสรรค์บทเพลงเฉพาะกิจ เฉพาะชุดการแสดงของโปรแกรมวิชานาฏศิลป์และการละคร มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาอย่างสม่ำเสมอ

    ผลงานของครูควน ทวนยก

    ท่านสร้างผลงานด้วยใจทั้งที่ไม่มีความรู้ภาคทฤษฎีดนตรี ทุกครั้งที่สร้างสรรค์งานจะประสานกลมกลืนกับการแสดงที่คิดขึ้นใหม่เฉพาะการของทุกหน่วยงานที่ขอมา ซึ่งครูควนมีวิธีสร้างสรรค์ผลงานอยู่ ลักษณะคือ คิดใหม่ขึ้นเองทั้งหมด นำเพลงเก่ามาสร้างสรรค์ใหม่ เกิดจากการผสมผสานเพลงเก่ากับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ท่านได้เขียนเอกสารประกอบการสอนที่เกี่ยวกับดนตรีไว้ เล่ม ได้แก่

    เครื่องดนตรีประกอบการแสดงหนังตะลุงและมโนห์รา

    ดนตรีพื้นบ้านภาคใต้กับการแสดงภาคใต้

    อนุรักษ์เพลงดนตรีประกอบการแสดงในสมัยก่อนของหนังตะลุง

    หนังสือดนตรีโนรา จัดพิมพ์โดยสำนักศิลปะและวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

    ส่วนบทหนังตะลุงท่านก็ได้ประพันธ์ไว้ใช้สำหรับฝึกหัดนักศึกษา ได้แก่ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วคู่กันแล้วคงไม่แคล้วกัน ปริศนาหารักหารักจากพวงมาลัยทองเสียงสวรรค์อักษรประกาศิต เป็นต้น นอกจากนั้นท่านยังได้เป่าปี่บันทึกเสียงเพื่อการแสดงเป็นประจำและยังได้บันทึกเสียงปี่เผยแพร่ไว้ในรูปแบบของซีดี มีจำนวน ชุด ได้แก่ . ปี่ครวญ . เพลงระบำนาฏยรังสรรค์ ราชภัฏสงขลา . เพลงปี่หนังตะลุง

    ผลงานของครูควน ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะทางด้านปี่หนังตะลุงและปี่โนรา ที่มีการสร้างสรรค์เพลงขึ้นใหม่กว่า ๕๐ เพลง โดยเฉพาะเพลงในชุดระบำนาฏยรังสรรค์ ของโปรแกรมวิชานาฏศิลป์และการละคร มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ไม่เพียงเท่านั้นท่านยังสร้างเทคนิควิธีการขึ้นปี่ที่มีสำเนียงไพเราะ ซึ่งมีคุณค่าต่อศิลปะด้านการแสดงพื้นบ้าน ทั้งโนราและหนังตะลุง จนนายปี่ด้วยกันก็ยกย่องให้เป็นครูปี่ที่มีความหวาน แม้แต่ศิลปินแห่งชาติ อย่างโนรายก ชูบัว ยังเคยเอ่ยปากว่าได้ยินเสียงปี่ของควนแล้วใจมันรึบ อยากจะรำจัง 

    เทคนิคและวิธีการสร้างสรรค์ผลงานประเภทเพลงประกอบระบำ ของครูควน คือใช้วิธีการบรรจุทำนองเพลงตามลักษณะของท่ารำ โดยยึดความสอดคล้องของทำนองเพลงและท่ารำเป็นหลัก ส่วนทำนองเพลงที่นำมาใช้นั้น คัดเลือกมาจากทำนองเพลงเก่าที่ใช้ประกอบการแสดงหนังตะลุงและโนราในอดีต ซึ่งในปัจจุบันไม่ค่อยมีผู้นำมาบรรเลงแล้ว การนำทำนองเพลงเก่ามาใช้บรรเลงประกอบระบำ จึงเป็นการสืบทอดเพลงดังกล่าวไม่ให้สูญหายไป นอกจากนั้น ยังได้คัดสรรทำนองเพลงที่มีสำเนียงแขก เพื่อแสดงออกถึงความเป็นดนตรีท้องถิ่นจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้บทเพลงต่าง เหล่านั้นมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมพุทธและมุสลิมผสมผสานอยู่ด้วยกัน ผลงานของท่านล้วนเป็นที่ยอมรับและได้รับความนิยมนำไปแสดงในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง 

    ควน ทวนยก ศิลปินแห่งชาติ ปี ๒๕๕๓ สาขาศิลปะการแสดง(ดนตรีพื้นบ้าน) ผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อสังคม

    ครูควน ทวนยก ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานการแสดงโนรา หนังตะลุง และปี่มวยอยู่เป็นประจำ จนนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งที่เป็นงานที่ได้รับค่าตอบแทนและไม่ได้รับค่าตอบแทน ท่านมีความสนใจการทำงานด้านดนตรีพื้นบ้านมาตลอด และใช้ความรู้ความสามารถด้านนี้ตอบแทนสังคมเสมอมา สร้างความสุขความบันเทิงใจแก่คนทุกชนชั้น และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับเชิญเป็นกรรมการตัดสินการประกวดแข่งขันดนตรีการแสดงพื้นบ้านอยู่เสมอ ท่านได้ใช้ดนตรีสร้างสาธารณกุศลและใช้ดนตรีที่ตัวเองถนัดช่วยในงานศพอย่างสมํ่าเสมอ โดยมิเคยรับค่าตอบแทน

    ปัจจุบันแม้ครูควนจะมีอายุ ๗๙ ปีแล้ว แต่ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครูที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม พ่อครูปี่จากแดนใต้ท่านนี้ ยังคงไปเป็นวิทยากรสอนวิชาปี่ตามมหาวิทยาลัยต่าง และยังคงถ่ายทอดวิชาปี่ของท่านให้กับ เด็ก เยาวชน และผู้มีใจรักในดนตรีไทย โดยไม่คิดค่าเรียนแต่อย่างใด นับเป็นผู้หนึ่งที่เสียสละและมีส่วนสำคัญต่อการอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติ จึงเชื่อได้ว่าเมล็ดพันธุ์แห่งเสี่ยงปี่ที่ท่านได้สร้าง จะสร้างเสียงปี่ให้อยู่คู่วัฒนธรรมแห่งภาคใต้ตลอดไป

 

เรื่อง/ภาพ : ชาวิวิธ

Hits: 900