ยุทธนา มุกดาสนิท

ยุทธนา มุกดาสนิท

รักในสิ่งที่ทำ   ทำในสิ่งที่รักยุทธนา มุกดาสนิท ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์) พุทธศักราช ๒๕๖๐

 “ตลอดเวลาร่วม ๔๐ ปีในวงการภาพยนตร์ ผมพยายามรักษาคุณภาพและสาระของงานไว้อย่างสุดความสามารถ เพราะผมเชื่อว่าภาพยนตร์คือสื่อสารมวลชนแขนงหนึ่งในรูปแบบของความบันเทิง ในฐานะสื่อมวลชนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

 

สุนทรพจน์ เมื่อครั้งรับรางวัลบุคคลเกียรติยศ ผู้สร้างสรรค์งานในวงการภาพยนตร์ไทย

 รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) ครั้งที่ ๒๙ ประจำปี ๒๕๕๕

ปูชนียบุคคล..คนทำหนัง

            “รักในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่รักคำจำกัดความของการทำงานกว่า ๔๐ ปี ที่ผู้กำกับชั้นครูของวงการภาพยนตร์ไทย "ยุทธนา มุกดาสนิท" ถือเป็นคติในการทำงาน น้อยคนที่จะทำหนังหรือสร้างภาพยนตร์ด้วยอุดมการณ์ แต่ยุทธนา มุกดาสนิท หรือที่ในวงการเรียกกันว่าพี่หง่าวเป็นอีกชื่อหนึ่งในอันดับต้นๆ ที่มักจะสร้างภาพยนตร์ที่สะท้อนปัญหาสังคมอยู่เสมอ ทั้งๆ ที่รู้ว่าภาพยนตร์เรื่องนั้นอาจไม่ทำรายได้ ไม่ใช่แนวที่สังคมกำลังนิยมอยู่ในขณะนั้น แต่ด้วยความเป็นปัจเจกของผู้กำกับที่เต็มเปี่ยมจิตวิญญาณของสื่อสารมวลชน ที่ต้องการถ่ายทอดความคิด อารมณ์ความรู้สึก สะท้อนสภาพปัญหาสังคมในแต่ละยุคสมัย โดยปราศจากเงื่อนไขทางธุรกิจ จึงมักจะสร้างภาพยนตร์ไทยนอกกระแสอยู่เสมอ ได้การยอมรับจากผู้ชมและได้รับรางวัลในระดับชาติและนานาชาติมากมายนับไม่ถ้วน

             ยุทธนา มุกดาสนิท หรืออาจารย์ยุทธนา เกิดและเติบโตที่กรุงเทพมหานคร ในวัยเด็กอาจารย์ยุทธนาเป็นผู้ที่มีความสามารถทางด้านศิลปะ จนทำให้มีความมุ่งหวังที่จะเป็นนักเขียนและสื่อสารมวลชน ในระหว่างการศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น ได้ร่วมแสดงละครอวสานของเซลล์แมนของคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ศึกษาวิชาการภาพยนตร์เป็นรุ่นแรกของคณะวารสารศาสตร์ ในขณะที่ศึกษาอยู่ปีที่ นั้นได้มีโอกาสได้ฝึกงานในกองถ่ายเรื่องแหวนทองเหลืองกับ ละโว้ภาพยนตร์ ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ จากความทุ่มเททำให้อาจารย์ยุทธนามีพื้นฐานทางแสดง การเขียนบท และการกำกับการแสดง ในขณะเดียวกันก็ได้แสดงละครเวทีเรื่องวัยวุ่น ของมหาวิทยาลัย

             ก่อนจบการศึกษาได้ทำละครเวทีซึ่งเป็นวิทยานิพนธ์เรื่อง สี่แผ่นดิน โดยดัดแปลงจากบทประพันธ์ของ ...คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่หอประชุมเล็กมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งการจัดทำละครในครั้งนั้นเป็นกำกับละครเวทีครั้งแรก ได้รับความชื่นชมเป็นอันมาก มีผู้เข้าชมล้นหลาม จนต้องเพิ่มการแสดงเป็น ๑๐ รอบ อีกทั้ง ...คึกฤทธิ์ ปราโมช เจ้าของบทประพันธ์ ได้เขียนชื่นชมละครนี้ไว้ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันที่ กันยายน ๒๕๑๖ อันแสดงให้เห็นถึงความสามารถชั้นครูตั้งแต่วัยเยาว์ของอาจารย์ยุทธนา ละครสี่แผ่นดินได้ถูกจัดขึ้นครั้งที่ อีก ๒๐ รอบ ซึ่งในรอบปฐมทัศน์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ เสด็จฯ เป็นองค์ประธาน แต่ที่เกินความคาดหมาย คือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรด้วย ยังความปลื้มปิติแก่อาจารย์ยุทธนาและชาวธรรมศาสตร์เป็นล้นพ้น ทรงตรัสสอนอาจารย์ยุทธนาในระหว่างพักการแสดง พระมหากรุณาธิคุณในวันนั้นได้เปลี่ยนชีวิตอาจารย์ยุทธนาไปตลอดกาล ทำให้อาจารย์มีจุดมุ่งหมาย ที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยสติ ในฐานะนักสื่อสารมวลชน ต้องถ่ายทอดประเด็นที่ดี ให้คนพัฒนาความคิด ให้เกิดประโยชน์ต่อมหาชน และช่วยเหลือสังคมเท่าที่จะทำได้

 

 

 เส้นทางในการทำภาพยนตร์

             ด้วยมีใจรักการแสดงละคร อาจารย์จึงเบนเข็มจากวงการน้ำหมึก ไปโลดแล่นอยู่บนเวทีละคร ทั้งในบทบาทของนักแสดงและผู้ทำงานเบื้องหลัง หลังจบการศึกษาจึงบ่ายหน้าเข้าสู่งานด้านภาพยนตร์โดยร่วมงานกับท่านมุ้ย..ชาตรีเฉลิม ยุคล ในฐานะผู้ช่วยผู้กำกับสร้างภาพยนตร์เรื่อง ความรักครั้งสุดท้าย และผมไม่อยากเป็นพันโท จากนั้นละโว้ภาพยนตร์ให้กำกับภาพยนตร์เรื่องแรกคือฝนสเน่หาแต่ถ่ายไม่จบเพราะบริษัทมีเหตุให้ต้องปิดตัวลงเสียก่อน ต่อมาได้มีโอกาสเป็นผู้ช่วยกำกับให้กับเชิด ทรงศรีในเรื่องแผลเก่า หลังจากนั้นได้กำกับภาพยนตร์เรื่อง ทองปาน เป็นภาพยนตร์กึ่งสารคดี ที่บอกเล่าเรื่องราวของชาวนาอีสานที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างเขื่อนผามอง เขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่สร้างเสร็จ จะทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดเลยหนองคาย หลวงพระบาง และเวียงจันทน์ จมอยู่ใต้น้ำ (กำกับต่อจากทีมของ สุรชัย จันทิมาธร ที่ต้องลี้ภัยการเมืองหลังเหตุการณ์ ตุลาคม ๒๕๑๙) ฉายครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์ลอนดอน ได้รับรางวัลเกียรติยศ Outstanding Film of Southeast Asia รวมทั้งได้รับรางวัล Award of Merit จาก Asian American International Film Festival ที่นิวยอร์ก (ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติโดยกระทรวงวัฒนธรรมในปี ๒๕๕๔)

             ต่อมาได้ร่วมกำกับภาพยนตร์เรื่อง ชีวิตบัดซบ ที่มีเนื้อหาสะท้อนสังคมเข้มข้นกับ เพิ่มพล เชยอรุณ หลังจากนั้นได้ก้าวกระโดดขึ้นมาในฐานะคลื่นลูกใหม่ของวงการภาพยนตร์ไทย ทำงานทั้งด้านผู้กำกับ เขียนบท โดยนำเสนองานที่ใหม่มากในยุคสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็น เทพธิดาบาร์ ๒๑ ไฟนรกขุมโลกันต์ เงิน เงิน เงิน (เรื่องนี้อาจารย์ได้นำระบบเสียงแมกเนติก สเตอริโอโฟนิกมาใช้กับภาพยนตร์ไทยเป็นครั้งแรก)

             แม้จะต้องสร้างสรรค์ภาพยนตร์ในเชิงศิลปะเพื่อเอาใจตลาด เพื่อสร้างเม็ดเงิน สลับกับเป็นการที่จะได้ทำภาพยนตร์ที่สะท้อนปัญหาทางการเมือง สังคม และศิลปวัฒนธรรม อย่างเช่น ภาพยนตร์เรื่อง น้ำพุ เป็นการพูดความจริงผ่านภาพยนตร์ ท่ามกลางความเชี่ยวกรากของกระแสสังคม เพราะยาเสพติดสั่นคลอนสถาบันครอบครัว ด้วยความตั้งใจที่ไม่อยากให้เยาวชนต้องเสียชีวิตไปเพราะยาเสพติด จึงถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์แนวกึ่งสารคดีเหมือนจริงถ่ายทำด้วยระบบฟิล์ม ๓๕ มม. สโคป เป็นการบันทึกเสียงจริงซาวด์ออนฟิล์ม ในยุคแรก ถ่ายทอดได้อย่างลึกซึ้งจนเป็นที่กล่าวขานกันมากที่สุดในยุคนั้น มีนักเรียนและวัยรุ่นเข้าชมอย่างล้นหลาม ยืนโรงฉายอยู่ถึง เดือน ทำรายได้ถึง ๑๖ ล้านบาท (ทุบสถิติเดิม แผลเก่าซึ่งทำไว้ในปี ๒๕๑๐ ไว้ ๑๓ ล้าน) ถือเป็นความสำเร็จสูงสุดที่ได้สื่อสารสิ่งที่ต้องการไปยังผู้ชมได้อย่างมีพลังและมีประสิทธิภาพ เปลี่ยนพฤติกรรมวัยรุ่นหันหลังให้กับยาเสพติด และเป็นแรงบันดาลใจให้นักสร้างภาพยนตร์รุ่นใหม่ในยุคต่อมา

             ต่อมาได้สร้างภาพยนตร์สะท้อนสังคมอุตสาหกรรมที่ชาวชนบทต้องเข้ามาใช้แรงงานอย่าง เทพธิดาโรงงาน (ทำรายได้ ล้านบาทสูงสุดของปี ๒๕๒๕) จากนั้นอาจารย์ยุทธนาพลิกไปทำภาพยนตร์แนว Neo Romantic เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ เป็นเรื่องราวของเด็กและประชาชนใน จังหวัดภาคใต้ ที่นับถือศาสนาอิสลาม ที่ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อและต้องทำงานเสี่ยงอันตรายโดยขนข้าวสารหนีภาษีซ่อนไปกับรถไฟ เรื่องนี้ได้รับรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) ประจำปี ๒๕๒๘ ถึง รางวัล และยังได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากการประกวดภาพยนตร์นานาชาติครั้งที่ ปี ประเทศสหรัฐอเมริกา

             ปี ๒๕๓๐ อาจารย์ยุทธนาหันไปทำหนังตลกเบาสมอง เรื่อง หลังคาแดง ซึ่งเขียนบทและกำกับเองทั้งหมด โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก One Flew Over the Cuckoo’s Nest

 ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดนิยม พระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) รางวัล อีกทั้งได้รับรางวัลสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ (สุพรรณหงส์ทองคำ) ถึง รางวัล ต่อมาได้สร้างภาพยนตร์เรื่อง วิถีคนกล้า ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของชาวเขา ซึ่งใช้เวลาและทุนสร้างสูงสุด โดยใช้เพลงบรรเลงร่วมกับดนตรีออร์เคสตรา และใช้หอประชุมศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นสถานที่บันทึกเสียงเป็นครั้งแรก เรื่องนี้ก็กวาดรางวัลนับไม่ถ้วน  หลังจากนั้นกระโดดข้ามไปทำงานให้กับแกรมมี่ โดยสร้างภาพยนตร์ไป เรื่อง ซึ่งล้วนสร้างปรากฏการณ์ให้วงการหนังไทย เริ่มจากภาพยนตร์เรื่อง คู่กรรม ซึ่งกวาดรางวัลพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) ประจำปี ๒๕๓๘ ไปถึง สาขา ตามด้วยเรื่องจักรยานสีแดง ที่มีกลิ่นอายการ์ตูนอยู่นิดๆ ทำรายได้สูงสุดประจำปีและเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ HBO เคเบิ้ลทีวีจากอเมริกาซื้อลิขสิทธิ์นำไปออกอากาศทั่วเอเชียในช่อง Cinimax

             หลังจากที่อาจารย์คอยอำนวยการสร้างดูแลทิศทางให้เป็นไปตามที่วางไว้อย่างเรื่อง อันดากับฟ้าใส ต่อด้วยเรื่อง รักออกแบบไม่ได้ ได้รับรางวัลมากมาย นับเป็นผลงานที่ภาคภูมิใจที่สุดในฐานะผู้บริหาร จากนั้นแกรมมี่ฟิล์มก็ร่วมกับเอ็กแซ็กท์ ก็ทำหนังรักต่างชนชั้นเรื่อง กำแพง เรื่อง ยุวชนทหาร เปิดเทอมไปรบ ซึ่งเป็นเรื่องราวมิตรภาพและความรัก ซึ่งผสมผสานเรื่องจริงของยุวชนทหารยุคสงครามโลกครั้งที่ ที่ต้องต่อสู้กับการรุกรานของญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ซึ่งหนังเรื่องนี้ได้รับการจัดเก็บเข้าหอภาพยนตร์ของเมืองฟุกุโอกะที่ประเทศญี่ปุ่น

             เว้นช่วงไป ๑๐ ปี ในปี .. ๒๕๕๓ อาจารย์ยุทธนาได้กลับมาทำภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ เรื่อง คืนของแม่ และ ภาพยนตร์เพลงเฉลิมพระเกียรติ เรื่อง แผ่นดินของเรา เพื่อเทิดพระเกียรติล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ สร้างมาตรฐานวางรากฐานใหม่ให้วงการโทรทัศน์

             อาจารย์ยุทธนา เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการพลิก โฉมหน้าการสร้างละครโทรทัศน์ยุคที่ผ่านมา เริ่มจากการเป็นที่ปรึกษาฝ่ายผลิตรายการโทรทัศน์ให้กับแกรมมี่ฯ ผลิตรายการโทรทัศน์ในรูปแบบใหม่ๆ เช่น ตะกายดาว คนค้นคน สามหนุ่ม สามมุม เป็นซิทคอมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประเทศไทย โดยออกอากาศต่อเนื่องยาวนานถึง ปี หลังจากนั้นจึงลองทำละครสั้นมินิซีรีส์เขย่าขวัญเรื่อง  ลูกมาร จากนั้นก็ผลิตละครซีรีส์ขนาดยาวคือเรื่อง รักในรอยแค้น ต่อด้วยเรื่อง วังน้ำวน ซึ่งอาจารย์ได้แต่งเรื่องขึ้นมาใหม่ทั้งหมดและกำกับด้วยตัวเอง ทำให้คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเวทีโทรทัศน์ทองคำมาครอง

             ปี .. ๒๕๓๖ อาจารย์ยุทธนาได้ทุ่มเททำละครเรื่อง บัลลังก์เมฆ แบบ Epic Drama ที่ต้องการบอกเล่ากิเลสของความเป็นมนุษย์ โดยตีแผ่ชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอย่างโชกโชน ผ่านช่วงเวลาสำคัญของบ้านเมืองมาหลายสมัย บัลลังก์เมฆ มีความงดงามแฝงด้วยปรัชญาสัจธรรมของชีวิต จนถูกนำไปสร้างเป็นละครเวทีหลายครั้ง นอกจากนั้นยังมีเรื่อง ยามเมื่อลมพัดหวน ต่อด้วยเรื่อง ล่า ซึ่งเป็นละครเรื่องแรกที่นำเสนอด้านมืดของสังคม ทั้งยังได้นำบทประพันธ์สุดคลาสสิกอย่าง เรือนแพ และ แผ่นดินของเรา มาทำเป็นละครโทรทัศน์ ซึ่งอาจารย์ได้นำเอาเทคนิคการผลิตภาพยนตร์มาใช้ ทั้งมุมกล้องและการถ่ายทำ ทั้งการทำดนตรีประกอบละครขึ้นมาใหม่ จนกลายมาเป็นรากฐานการทำละครโทรทัศน์ยุคปัจจุบัน และทำให้ละครโทรทัศน์ไทยสามารถบุกตลาดต่างประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ

คนละคร..เวที

             อาจารย์ยุทธนา แม้จะอยู่ในบทบาทการเป็นคนทำหนังเต็มตัว แต่ก็ยังแบ่งเวลาไปทำงานที่รักอย่างละครเวทีอีกหลายต่อหลายเรื่อง เช่น ก่อนอรุณจะรุ่ง สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ มีคนดูล้นหลามจนต้องเปิดการแสดงถึง ครั้ง รวม ๓๐ รอบ ถือเป็นปรากฏการณ์ของละครเวทีในสมัยนั้น และยังนำละครเพลงอันโด่งดังเรื่อง Kiss of the Spider Woman มาดัดแปลงสร้างเป็นละครเพลงสะเทือนใจในชื่อ จุมพิตนางแมงมุม เป็นละครแฝงความรักที่มีข้อแม้ของเพศที่สามและแฝงปมการเมืองอีกไว้ได้อย่างแนบเนียน

             นอกจากนั้นอาจารย์ยุทธนา ยังมีผลงานในวงการโฆษณา มีผลงานมิวสิควิดีโอ และยังได้รับมอบหมายให้จัดงานระดับชาติที่สำคัญมากมาย อย่างเช่น งานฉลองราชธานี ๒๒๐ ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ที่บอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่สร้างกรุงในสมัยรัชกาลที่ ใช้ผู้แสดงถึง ,๐๐๐ คน บนเวทีอลังการขนาด ๘๐ เมตร จนถึงการส้รางสรรค์งานพิธีเปิดปิด กีฬาระดับชาติและเอเชี่ยนเกมส์

             อาจารย์ยุทธนา มุกดาสนิท อุทิศตนเองให้กับงานทั้งชีวิต และพิสูจน์ให้เห็นว่าคนทำหนังมีหนทางเสมอที่จะทำหนังโดยไม่ทิ้งจิตวิญญาณของศิลปิน อาจารย์ยุทธนาจึงเป็นปูชนียบุคคลคนทำหนัง ที่มีความรู้ความสามารถครบเครื่อง ทั้งการเขียนบทกำกับภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และละครเวที จนได้รับปริญญา วารสารศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต จากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสาร มวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ .. ๒๕๕๗ ได้รับการประกาศเกียรติคุณ Lotus Award for lifetime achievement จากเทศกาลภาพยนตร์โลกกรุงเทพ ประจำปี ๒๕๕๐ และยังได้รับรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทองเกียรติยศ) บุคคลเกียรติยศผู้สร้างสรรค์งานในวงการภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ ๒๙ ประจำปี ๒๕๕๕ อีกด้วย รางวัลที่ได้รับนั้นมากมายเหลือคณานับจนยากที่จะหาใครเสมอเหมือน

             ด้วยวัย ๖๖ ปี ตลอดชีวิตการทำงาน นอกจากการสร้างผลงานภาพยนตร์ชิ้นสำคัญไว้ให้แวดวงศิลปะไทยแล้ว ยังได้สร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ ขึ้นมาประดับวงการบันเทิงไทย ด้วยความเป็นเอกอุด้านภาพยนตร์และความเชี่ยวชาญในวิชาชีพเป็นอย่างมาก ทำให้อาจารย์ยุทธนาได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ที่สั่งสมมาให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา และร่วมวางรากฐานวิชาทางด้านภาพยนตร์ให้กับหลายมหาวิทยาลัย อาทิ มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เป็นต้น

            ด้วยอาจารย์ยุทธนา มุกดาสนิท เป็นผู้มีความสามารถครบทุกด้านในแบบที่หาได้ยาก มีผลงานสร้างสรรค์และพัฒนาเป็นที่ยอมรับของวงการ และผลงานยังเป็นประโยชน์ต่อสังคม นับเป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญทางด้านศิลปะที่มีผลงาน ที่ได้สืบสานงานศิลปะของชาติจากอดีตถึงปัจจุบันและดำรงสืบไปในอนาคต สมกับที่ได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์

 

  

 

         

ผลงานและรางวัลที่ได้รับ

 

ด้านภาพยนตร์

๒๕๑๕    แหวนทองเหลือง [ฝึกงานที่ละโว้ภาพยนตร์]

๒๕๑๗    ความรักครั้งสุดท้าย [ผู้ช่วยผู้กำกับ ..ชาตรีเฉลิม ยุคล]

๒๕๑๘    ผมไม่อยากเป็นพันโท [ผู้ช่วยผู้กำกับ ..ชาตรีเฉลิม ยุคล]

๒๕๑๙     แผลเก่า [ผู้ช่วยผู้กำกับ เชิด ทรงศรี]

            • ได้รางวัลกรังด์ปรีซ์จากการประกวดภาพยนตร์ในงาน Festival des 3 Continents เมืองน็องต์ ประเทศฝรั่งเศส ได้รับเลือกจากหอภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งชาติของประเทศอังกฤษ ให้เป็น ใน ๓๖๐ ภาพยนตร์คลาสสิกของโลก

๒๕๑๙     ทองปาน [กำกับร่วมกับ สุรชัย จันทิมาธร]

            • ได้รับรางวัลเกียรติยศ Outstanding Film of          Southeast Asia

            • รางวัล Award of Merit จาก Asian American International Film Festival นิวยอร์ก (ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ โดยกระทรวงวัฒนธรรมในปี ๒๕๕๔)

๒๕๒๐    ชีวิตบัดซบ [กำกับร่วมกับ เพิ่มพล เชยอรุณ]          

            • รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) นักแสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม (สรพงศ์ ชาตรี)

๒๕๒๑    เทพธิดาบาร์ ๒๑ [กำกับและเขียนบทร่วมกับ ..พันธุ์เทวนพ เทวกุล]

            • รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) นักแสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม (จันทรา ชัยนาม) และนักแสดงสมทบฝ่ายชาย (ไกรลาส เกรียงไกร)

๒๕๒๓    ไฟนรกขุมโลกันต์

๒๕๒๕    เทพธิดาโรงงาน [กำกับและเขียนบทร่วมกับแสนยานุภาพ สังขวนิช]

            • รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม (อโนเชาว์ ยอดบุตร) และนักพากย์ยอดเยี่ยม (จุรี โอศิริ)

๒๕๒๖    Love Is Forever [ผู้ช่วยผู้กำกับ กองถ่ายประเทศไทย], เงิน เงิน เงิน [กำกับการแสดง]

            • รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) นักแสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม (พิศมัย วิไลศักดิ์)

            • รางวัลสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ (สุพรรณหงส์ทองคำ) ภาพยนตร์สร้างสรรค์สังคมยอดเยี่ยม ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม (ล้อต๊อก)

            • รางวัลดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (บัตเตอร์ฟลาย)

            • รางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (บัตเตอร์ฟลาย)

๒๕๒๗    น้ำพุ [กำกับการแสดง]

            • รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) นักแสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม (อำพล ลำพูน) บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม (ยุทธนา มุกดาสนิท)

            • งานมหกรรมภาพยนตร์เอเชียแปซิฟิค นักแสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม (อำพล ลำพูน)

๒๕๒๘    The Year of the Dragon [ผู้ช่วยผู้กำกับกองถ่ายประเทศไทย] ผีเสื้อและดอกไม้ [กำกับการแสดง]

            • รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับการแสดง ยอดเยี่ยม (ยุทธนา มุกดาสนิท) บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (รัศมี เผ่าทองเหลือง)นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม (โรม อิศรา) ออกแบบและสร้างฉากยอดเยี่ยม (ยุทธนา มุกดาสนิท) ตัดต่อลำดับภาพยอดเยี่ยม (..วัลลภา เกษมศรี) บทประพันธ์ยอดเยี่ยม (นิพพาน)

            • รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากการประกวดภาพยนตร์นานาชาติครั้งที่ ปี ๒๕๒๘ รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา

            • รางวัลภาพยนตร์สร้างสรรค์สังคมดีเด่น จากสมาคมสื่อมวลชนคาธอลิคแห่งประเทศไทย ปี ๒๕๒๘

            • ใน ๑๐๐ ภาพยนตร์ที่คนไทยควรดู

            • ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ โดยกระทรวงวัฒนธรรมในปี ๒๕๕๔

๒๕๓๐    หลังคาแดง [กำกับการแสดง]

            • รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) ภาพยนตร์ยอดนิยม

            • รางวัลสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ (สุพรรณหงส์ทองคำ) เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมสบาย สบาย” (เรวัติ พุทธินันท์, อนุวัฒน์ สืบสุวรรณ) บันทึกเสียงยอดเยี่ยม (สมศักดิ์สุนิตย์)

๒๕๓๔    วิถีคนกล้า [กำกับการแสดง]

            • รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม (ยุทธนา มุกดาสนิท) บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม (รัศมี เผ่าทองเหลือง) ลำดับภาพและตัดต่อยอดเยี่ยม (นิทัศน์ สุดา อยุธยา, บรรจง โกศัลวัฒน์, ..วัลลภา เกษมศรี) ออกแบบและสร้างฉากยอดเยี่ยม (ศิลชัย ตุนหรัต) เพลงประกอบยอดเยี่ยม (จรัล มโนเพชร, ดนู ฮันตระกูล) นักแสดงดาวรุ่งฝ่ายชาย (นรินทร์ ทองคำ)

            • รางวัลสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ (สุพรรณหงส์ทองคำ) กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม (ศิลชัย ตุนหรัต)

            • รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม (ยุทธนา มุกดาสนิท) บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (ยุทธนา มุกดาสนิท, รัศมี เผ่าทองเหลือง) กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม (มานูเอล ลุทเกนฮอสท์) ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (จรัล มโนเพชร, ดนู ฮันตระกูล)

๒๕๓๘    คู่กรรม [กำกับร่วมกับพันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ และนิพนธ์ ผิวเณร]

            • รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม (ยุทธนา มุกดาสนิท, พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์, นิพนธ์ ผิวเณร) นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (ธงไชย แมคอินไตย์) ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (รัตนพล ธรรมชาติ) เพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (สีฟ้า, อนุวัฒน์ สืบสุวรรณ)

            • รางวัลสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ (สุพรรณหงส์ทองคำ) นักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม (วิไลวรรณ วัฒนพานิช) บันทึกเสียงยอดเยี่ยม (นิวัฒน์ สำเนียงเสนาะ) กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม (ประสรรค์ เพชรพงษ์, สายชล ทัศนจร) ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (รัตนพล ธรรมชาติ)

            • รางวัล Vote Award ๑๙๙๕ นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (ธงไชย แมคอินไตย์)

๒๕๔๐    จักรยานสีแดง [กำกับร่วมกับนิพนธ์ ผิวเณร] อันดากับฟ้าใส (.. ๒๕๔๐) อำนวยการสร้าง

            • รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) ผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (สินจัย หงษ์ไทย) เพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (ออร์เรนมิวสิค)

๒๕๔๑    รักออกแบบไม่ได้ [อำนวยการสร้างและเขียนบทร่วมกับ วาณิช จรุงกิจอนันต์]

            • รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม (ยุทธนา มุกดาสนิท, วาณิช จรุงกิจอนันต์) กำกับภาพยอดเยี่ยม (วันชัย เล่งอิ้ว)

            • รางวัลสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ (สุพรรณหงส์ทองคำ) รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม (ภิญโญ รู้ธรรม) บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (ยุทธนา มุกดาสนิท, วาณิช จรุงกิจอนันต์) นักแสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม (เรย์ แมคโดนัลด์)นักแสดงนำหญิงฝ่ายยอดเยี่ยม (อมิตา ทาทา ยัง) นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม (คมสัน นันทจิต) บันทึกเสียงยอดเยี่ยม (สุรพรหม ภิญโญทรัพย์) เพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (ศรราม อมฤต และสุวัธชัย สุทธิรัตน์) ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (สราวุธ เลิศปัญญานุช)

            • รางวัลจากชมรมวิจารณ์บันเทิง รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม (ภิญโญ รู้ธรรม) บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (ยุทธนา มุกดาสนิท, วาณิช จรุงกิจอนันต์) นักแสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม (เรย์ แมคโดนัลด์) นักแสดงนำหญิงฝ่ายยอดเยี่ยม (อมิตา ทาทา ยัง) นักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์)

๒๕๔๒    กำแพง [อำนวยการสร้าง] ได้รางวัลพระพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (อรรถพร ธีมากร) นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (พิศมัย วิไลศักดิ์)

            เพลงนำยอดเยี่ยมกำแพง” (อรรถพล ประเสริฐยิ่ง) ตุ๊กตาเงินดาวรุ่งฝ่ายชาย (เกริกพล มัสยวานิช)

            • รางวัลสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ (สุพรรณหงส์ทองคำ) เพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (อาทิตย์ สาระจูฑะ) การสร้างภาพพิเศษทางภาพยอดเยี่ยม (ลำเนาว์ สุคโต)

๒๕๔๓    ยุวชนทหาร เปิดเทอมไปรบ [กำกับการแสดง]

            • ได้รับการจัดเก็บเข้าหอภาพยนตร์ของเมืองฟุกุโอกะที่ประเทศญี่ปุ่น ๒๕๕๓ คืนของแม่ [กำกับการแสดง] (ภาพยนตร์สั้นเฉลิมพระเกิยรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ )

๒๕๕๓    แผ่นดินของเรา [กำกับการแสดง] (ภาพยนตร์เพลงพระราชนิพนธ์เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร)

 

ด้านละครเวที [เขียนบท แสดง และกำกับการแสดง]

๒๕๑๕    วัยวุ่น (แสดงเป็นพระเอก ขณะเรียนมหาวิทยาลัยปีที่ )

๒๕๑๖     สี่แผ่นดิน ( หอประชุมเล็กมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

๒๕๑๗    แค้น (หอประชุมเอยูเอ)

๒๕๑๘    ก่อนอรุณจะรุ่ง (โรงละครเล็กแห่งชาติ)

๒๕๒๓    หมอผีครองเมือง (หอประชุมเอยูเอ)

๒๕๒๘    กาลิเลโอ (โรงละครเล็กแห่งชาติ)

๒๕๓๗    แรด (ศาลาเฉลิมกรุง)

๒๕๓๐    สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ (โรงละครแห่งชาติ ๑๗ รอบ )

๒๕๓๕    มนุษย์สองหน้า (โรงละครแสงอรุณ)

๒๕๔๒    จุมพิตนางแมงมุม (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยและโรงละครแห่งชาติ ๑๘ รอบ)

๒๕๕๑    สู่ฝันอันยิ่งใหญ่  (โรงละครเมืองไทยรัชดาลัย ๑๓ รอบ)

 

รางวัลเกียรติยศ

            • ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ .. ๒๕๕๗

            • ได้รับการประกาศเกียรติคุณ Lotus Award for lifetime achievement จากเทศกาลภาพยนตร์โลกกรุงเทพ ประจำปี .. ๒๕๕๐

            • รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทองเกียรติยศ) บุคคลเกียรติยศผู้สร้างสรรค์งานในวงการภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ ๒๙ ประจำปี ๒๕๕๕

            • ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์) พุทธศักราช ๒๕๖๐

 

เรื่อง : กัลยาณมิตร นรรัตน์พุทธิ
ภาพ : กองบรรณาธิการ

Hits: 639